ดาร์บี้แมตช์แห่งคาบสมุทรไอบีเรียจบด้วยชัยชนะของ สเปน สองเพื่อนบ้านมีขบเหลี่ยมเรื่องฟุตบอลมานาน อาจไม่เด่นชัดแต่ลึกๆ ก็ประมาณนั้น ชัยชนะของสเปนเป็นไปตามคาด จากการครองบอลบุก... จนได้โอกาสในวินาทีทดเวลาบาดเจ็บ พลาดทีเดียวถึงขั้นแพ้และตกรอบ เท่ากับว่าเส้นทางฟุตบอลโลกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จบลงแล้ว
ใครไม่ได้ดู.... ผมจะวิเคราะห์ให้อ่านกันครับ
ครึ่งแรก.... สเปนครองบอล โปรตุเกสครองเกม
ตัวผู้เล่นก็ตามนั้น... โปรตุเกส แค่ส่ง เฟลิกซ์ ลงสนาม นอกนั้นเหมือนเดิมทั้งสองฝั่ง ไม่มีพลิกโผ วิธีการเล่นชี้ชัดเจนว่า สเปน เป็นฝ่ายครองบอล แต่ โปรตุเกส เน้นแท็กติก "แน่นแดนกลาง" รับลึกปิดพื้นที่ด้านข้าง โดยมี เนโต้ และ เฟลิกซ์ ลงมาช่วยไล่บอล
ฝั่ง ลามีน ยามาล: มี นูโน่ เมนเดส และ เฟลิกซ์ คอยซ้อน
ฝั่ง อเล็กซ์ บาเอน่า: มี เนโต้ และ กานเซโล่ ตามประกบ
พวกเขาไม่ปล่อยให้ปีกสองข้างของสเปนได้มีพื้นที่เล่นง่ายๆ พอขยับเข้าในก็มี เชา เปโดร, บรูโน่ และ วิตินญ่า คอยสกรีน พื้นที่ให้ใช้สอยจึงมีไม่มากนัก และถ้าสเปนจะเลี้ยงทะลุไลน์ขึ้นมา ก็จะโดนไล่ตามจี้ แซะ เบียด และรุมในพื้นที่แคบๆ บีบให้สเปนต้องคืนหลังหรือไม่ก็เสียบอลไปเอง
กระนั้น สเปน ก็ยังมีโอกาสลุ้นประตูที่ชัดเจนกว่า:
มิเกล โอยาร์ซาบัล ได้หลุดเดี่ยวๆ แต่ยิงออกไปเอง
ดานี่ โอลโม่ ได้โหม่งจ่อๆ ห้าหลาออกหลัง
จังหวะที่ ดีเอโก้ คอสต้า ใช้เท้าเซฟบอลเข้าทางปืน
คอสต้า ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดลูกยิงของ ยามาล ที่ปั่นไม่โค้งพอ บอลสองทะลักมาเข้าทาง บาเอน่า ซ้ำซ้ำแต่ คอสต้า ก็ยังปัดทิ้งได้หวุดหวิด
ส่วนช่วงท้ายครึ่งแรก นูโน่ เมนเดส ได้ส่องไกลนอกเขตโทษ บอลแฉลบหัว เปโดร ปอร์โร่ เช็ดคานเหลี่ยมนอกออกไป
ว่ากันตามเกมแพลน สเปน ครองบอลเยอะจริง แต่ โปรตุเกส ครองเกมแพลนของตัวเองเอาไว้ได้หมด "แน่นทั้งกลาง หลัง และด้านข้าง" ถือว่าปิดพื้นที่ได้ดีมากใน 45 นาทีแรก จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0
ครึ่งหลัง... ตัวสำรอง... ไหวพริบเมริโน่
เกมครึ่งหลังยิ่งอึดอัดหนักกว่าครึ่งแรก คือ สเปน หาโอกาสเข้าทำในแดนสามได้ไม่ง่ายเลย แน่นอน... ทางเลือกเดียวคือการใช้ "ตัวสำรอง" โค้ช หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ ส่ง เฟร์ราน ตอร์เรส ลงสนามมาก่อนแทน บาเอน่า โดยให้ขยับเข้าไปเล่นหน้าไลน์ตอนเกมรุก และเวลาเป็นเกมรับก็ลงมาช่วย กูกูเรย่า
กระนั้น... ก็มีจังหวะวูบวาบในเขตโทษบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงกับกดดันอะไรได้มาก ส่วนทีม โปรตุเกส ก็ยังเน้นความรัดกุม แน่นปึ้ก ทั้งแผงหลังและแดนกลาง ปิดพื้นที่ด้านข้างเหมือนเดิม ลามีน ยามาล ไปยากมาก... แม้ นูโน่ เมนเดส จะมีอาการบาดเจ็บ แต่ เนลสัน เซเมโด้ ที่ลงมาแทนก็ไม่ถึงกับหลวมอะไร เล่นได้ตามแผน เพราะมีจังหวะ 2 ต่อ 1 ทุกครั้งที่ ยามาล ได้บอล
นาทีตัดสินเกม
จนกระทั่งในช่วง 5 นาทีสุดท้าย เด ลา ฟูเอนเต้ ตัดสินใจส่ง เมริโน่ และ ฟาเบียน รูอิส ลงสนาม โดยถอดเอา โอลโม่ และ เปดรี่ ออก เป็นการเปลี่ยนตัวตามตำแหน่ง เอาเข้าจริงทั้ง ฟาเบียน รูอิส และ เมริโน่ ก็เป็นบอลทรงเดียวกัน แต่กลายเป็นว่าจังหวะสำคัญของเกมกลับมาจากสองคนนี้
มันเริ่มจาก เมริโน่ โดนทำฟาวล์แล้วเจ้าตัวเลือกเล่นฟรีคิกเร็ว:
เขาเขี่ยบอลเปลี่ยนจุดให้ ฟาเบียน รูอิส
รูอิส จ่ายบอลต่อให้ โรดรี้
จังหวะนั้น... โรดรี้ จ่ายบอลเร็วยัดให้ เฟร์ราน ตอร์เรส
รูเบน ดิอาส ยอมทิ้งตำแหน่งเพื่อขยับมาเล่นกับ ตอร์เรส โดยมี ชูเอา เนเวส ช่วยรุมสกรีน 2 ต่อ 1
แต่... ดิอาส ขยับมาขวางช้าไปครึ่งก้าว.... ที่สำคัญมันคือการเปิดพื้นที่ว่างด้านหลังของเขาให้เปิดกว้างทันที ด้าน เรนาโต้ เวก้า ยืนคุมโซนอยู่ ขณะที่ เมริโน่ ใช้ไหวพริบสอดเข้าไปในพื้นที่ว่างตรงนั้นพอดี และ ตอร์เรส ก็ตวัดบอลให้ตามเซนส์ทันทีเพราะเห็น เมริโน่ วิ่งทำทางอยู่แล้ว
มิเกล เมริโน่ นิ่งและเลือดเย็นมาก แปบอลสวนตัวข้างๆ ขา ดิเอโก้ คอสต้า เบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ในนาทีที่ 90+1 ประตูเดียวก็เกินพอสำหรับสเปน ส่วนโปรตุเกสพลาดหลวมเพียงครั้งเดียวคือหายนะทันที ตกรอบไปพร้อมกันกับ โรนัลโด้ ส่วนสเปนได้ไปต่อ
บทสรุปและเส้นทางสถานีต่อไป
คำถามมากมายหลังจากนี้คงพุ่งเป้าไปที่ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ว่ากลัวสเปนมากเกินไปมั้ย... ทั้งที่ทรัพยากรนักเตะในทีมก็ไม่ใช่ย่อยๆ บอลจบแล้วเราจะวิเคราะห์ยังไงก็ได้ครับ แต่เกมแพลนของพวกเขาเกือบจะเวิร์กและลากเกมไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษอยู่แล้ว พอมาพลาดช่วงท้ายมันเลยหมดสิทธิ์แก้ตัวในช่วงเวลาทดเจ็บที่เหลือเพียง 6-7 นาที มันยากเกินไปสำหรับทีมที่เน้นรับรอสวนแล้วต้องเปลี่ยนโหมดมาเปิดเกมบุกเข้าใส่
ส่วน สเปน ทีมเต็งหนึ่งได้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปรอพบกับทีมเด็กเส้นของ โดนัลด์ ทรัมป์ กับ เบลเยียม ซึ่งดูจากทรงแล้ว คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงทัพกระทิงดุเท่าไหร่หรอกครับ 555555 (นี่แช่งกันชัดๆ) แต่อีกใจก็อยากให้เบลเยียมชนะฟีฟ่าและทรัมป์อยู่นะครับ
#JACKIE