เจาะลึกมาตรา 27 ฟีฟ่า: เหตุผลเบื้องหลังการระงับโทษแบน โรนัลโด้-บาโลกัน

เจาะลึกมาตรา 27 ฟีฟ่า: เหตุผลเบื้องหลังการระงับโทษแบน โรนัลโด้-บาโลกัน
เปิดกฎเหล็กมาตรา 27 ของฟีฟ่า หลังแฟนบอลตั้งคำถามกรณี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ โฟลาริน บาโลกัน รอดโทษแบนในศึกฟุตบอลโลก 2026 จนกลายเป็นประเด็นดราม่าเดือด

เจาะลึกมาตรา 27 ฟีฟ่า : ทำไม โรนัลโด้ และ บาโลกัน จึงไม่ถูกแบนทันที

กลายเป็นประเด็นร้อนถกเถียงในโลกออนไลน์จากกรณีที่บทลงโทษแบน 1 เกมของ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ได้รับการภาคทัณฑ์ ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้รับเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ย้อนรอยกรณี โรนัลโด้ และ บาโลกัน

ย้อนกลับไปในกรณีของ โรนัลโด้ ที่ได้ใบแดงในเกม ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก นัดที่บ้านเกิดแพ้ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ จากการศอกใส่คู่แข่ง ซึ่งตามกฎแล้วเขาจะต้องหมดสิทธิ์ลงเล่น 3 นัด และโทษแบนก็มีผลไปแล้ว 1 เกม ได้แก่เกมรายการเดียวกันที่ โปรตุเกส ชนะ อาร์เมเนีย

ตามหลักการแล้ว "เฮียโด้" ต้องโดนแบนอีก 2 นัด หรือก็คือ 2 เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มของศึก ฟุตบอลโลก 2026 แต่ล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แจ้งว่าหลังจากคณะกรรมการด้านวินัยขององค์กรได้ทำการประเมินแล้วว่า โทษแบนอีก 2 เกมจะถูกภาคทัณฑ์ไว้ก่อน โดยถ้าเกิดนักเตะทำผิดในกรณีที่คล้ายๆ กัน ภายในระยะเวลา 1 ปี มันถึงจะค่อยมีผล

ขณะที่ในกรณีของ บาโลกัน ก็คล้ายๆ กัน เพราะนักเตะได้รับใบแดงโดยตรงจากการทำฟาวล์ ตาริก มูฮาเรโมวิช กองหลังทีมชาติบอสเนีย ในเกมที่ "พญาอินทรี" ชนะ 2-0 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งตามปกติแล้วนักเตะต้องถูกแบนนัดต่อไปโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่า ได้ใช้การพิจารณาเฉกเช่นในกรณีของ โรนัลโด้ นั่นทำให้โทษแบน 1 เกมจะมีการคาดโทษเอาไว้ 1 ปี ทำให้ บาโลกัน จะมีสิทธิ์ลงสนามช่วยเจ้าภาพร่วมโม่เกือกกับ เบลเยียม ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

อำนาจตามมาตรา 27 ของระเบียบวินัยฟีฟ่า

สำหรับทั้งสองกรณีนี้ กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างมาก เพราะแม้ทั้งคู่จะได้รับโทษแบนจากองค์กรลูกหนังโลก แต่สุดท้ายกลับไม่ต้องรับโทษทันที เนื่องจากคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่า ใช้อำนาจตาม มาตรา 27 ของระเบียบวินัยฟีฟ่า ซึ่งเปิดช่องให้ "ระงับการบังคับใช้โทษ" ได้ในบางกรณี โดยมีรายละเอียดดังนี้:

มาตรา 27: การระงับการบังคับใช้บทลงโทษทางวินัย

  1. คณะกรรมการพิจารณาทางวินัยมีอำนาจสั่งระงับการบังคับใช้บทลงโทษทั้งหมดหรือบางส่วนได้

  2. โดยเมื่อมีคำสั่งระงับการบังคับใช้บทลงโทษ (การภาคทัณฑ์) ดังกล่าว บุคคลผู้ถูกลงโทษจะต้องอยู่ภายใต้ระยะเวลาคุมประพฤติเป็นเวลา 1 ถึง 4 ปี

  3. หากบุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการระงับการบังคับใช้บทลงโทษ กระทำความผิดอีกครั้งซึ่งมีลักษณะและความร้ายแรงในระดับเดียวกัน ภายในช่วงระยะเวลาคุมประพฤติ คณะกรรมการจะเพิกถอนการระงับโทษดังกล่าว และบังคับใช้บทลงโทษที่เคยถูกระงับไว้ โดยไม่กระทบต่อการกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมสำหรับความผิดใหม่ที่เกิดขึ้น

  4. มาตรการลงโทษทางวินัยที่เกี่ยวกับการล็อกผลการแข่งขัน จะไม่สามารถได้รับการระงับการบังคับใช้บทลงโทษได้

ดังนั้น ทั้งสองกรณีนี้ ฟีฟ่า ไม่ได้ยกเลิกโทษ แต่เลือกเลื่อนการบังคับใช้โทษหรือภาคทัณฑ์ออกไป ซึ่งเป็นหลักการที่ใกล้เคียงกับการ "รอลงอาญา" ในทางกฎหมายมากที่สุด หากเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอ

เหตุผลที่ ฟีฟ่า ใช้มาตรา 27?

มาตรา 27 เปิดโอกาสให้คณะกรรมการวินัยใช้ดุลยพินิจ โดยจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น:

  • ความร้ายแรงของการกระทำ

  • มีเจตนาหรือไม่

  • ประวัติวินัยของนักเตะ

  • ผลกระทบต่อการแข่งขัน

  • พฤติการณ์แวดล้อมของเหตุการณ์

ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่ากฎข้อนี้ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับการพิจารณาเป็นรายกรณี

ทำไมเรื่องนี้จึงกลายเป็นข้อถกเถียง?

เพราะ มาตรา 27 ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้กับนักเตะทุกคน แต่เป็นอำนาจตามดุลยพินิจของคณะกรรมการวินัยฟีฟ่า จึงทำให้เกิดคำถามเรื่องความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎว่า เหตุใดบางคนได้รับสิทธิ์ แต่บางคนไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนอยากให้องค์กรลูกหนังโลกเปิดเผยเหตุผลประกอบคำตัดสินให้ชัดเจน เพื่อจะได้เคลียร์ข้อสงสัยของผู้คน โดยเฉพาะกรณีของ โรนัลโด้ และ บาโลกัน ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลกและถูกนำมาเปรียบเทียบกันอย่างกว้างขวาง

ดังนั้นที่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญไม่ใช่เพราะตัวของกฎ แต่เพราะ ฟีฟ่า ไม่เคยอธิบายเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาอย่างละเอียด ว่าเหตุใดนักเตะบางคนจึงได้รับการระงับโทษ หรือภาคทัณฑ์ ขณะที่คนอื่นในสถานการณ์คล้ายกันไม่ได้รับสิทธิเดียวกัน ส่งผลให้เกิดการถกเถียงเรื่องความโปร่งใส ความสม่ำเสมอ และการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการวินัย ซึ่งเป็นประเด็นที่สื่อและนักกฎหมายกีฬาหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์กัน



ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport