คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปิดฉากเส้นทางฟุตบอลโลกหลัง โปรตุเกส ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ย้อนผลงานตลอด 20 ปีในเวทีเวิลด์ คัพ กับสถิติประวัติศาสตร์และช่วงเวลาที่แฟนบอลไม่มีวันลืม
ความพ่ายแพ้ของ โปรตุเกส ต่อ สเปน ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไม่เพียงทำให้ทัพ "ฝอยทอง" ยุติเส้นทางในทัวร์นาเมนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการปิดฉากการเล่นฟุตบอลโลกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อย่างเป็นทางการ หลังเจ้าตัวยืนยันล่วงหน้าว่านี่คือเวิลด์ คัพ ครั้งสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง
โรนัลโด้ เปิดตัวบนเวทีฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 2006 ที่ประเทศเยอรมนี ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ลงเล่นรอบสุดท้ายติดต่อกันถึง 6 สมัย ได้แก่ ปี 2006, 2010, 2014, 2018, 2022 และ 2026
ตลอดระยะเวลา 20 ปี บนเวทีมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก กัปตันทีมชาติโปรตุเกสวัย 41 ปี ฝากทั้งความทรงจำ ความสำเร็จ และสถิติระดับตำนานเอาไว้มากมาย แม้จะไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์โลกได้ก็ตาม
โรนัลโด้ จบเส้นทางฟุตบอลโลกด้วยสถิติ ลงสนาม 27 นัด ยิงได้ 11 ประตู กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของโปรตุเกสในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และยังเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำประตูได้ในฟุตบอลโลก 6 สมัยติดต่อกัน
นอกจากนี้ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ยังลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสรวม 233 นัด และยิงได้ 233 ประตู พร้อมสร้างสถิติเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงรวมในศึก ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) ได้ไม่น้อยกว่า 25 ประตู
แม้ความฝันในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจในเส้นทางลูกหนังของ โรนัลโด้ ยังไม่จบ เพราะเป้าหมายต่อไปของเจ้าตัวคือการทำสถิติยิงประตูครบ 1,000 ประตู โดยปัจจุบันทำได้แล้ว 976 ประตู เหลืออีกเพียง 24 ประตู เท่านั้น
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจไม่เคยได้ชูถ้วย ฟุตบอลโลก แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้คือสถิติอันยิ่งใหญ่ ความมุ่งมั่น และแรงบันดาลใจที่ทำให้ชื่อของเขาจะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เวิลด์ คัพตลอดไป