บิ๊กแมตช์ตีสี่เกือบหลับคาจอ แต่ดราม่านาทีบาปทำเอาตื่นตาค้าง เปิดบันทึกหลังเกมโปรตุเกสอุตส่าห์อุดอยู่มา 90 นาที แต่ดันมาเสียสมาธิเสี้ยววินาทีจังหวะเสียฟรีคิก เมริโน่ลักไก่เล่นเร็วต่อบอลกัน 4 จังหวะเข้าไปสับไกตาข่ายแทบขาด ถ้าแบร์นาโด้ไม่มัวแตปากดีไปขวางบอลไว้ โรนัลโด้คงมีเวลาหายใจต่ออีก 30 นาที
มิเกล เมริโน่ ซัลโวประตูชัยให้ สเปน ในนาทีบาปพลางยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้โปรตุเกส และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หยุดเส้นทางในศึกฟุตบอลโลก 2026 ไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. ตอนแรกคิดว่าจะได้เห็นเกมที่มีอัตราความเมามันมากกว่านี้ เพราะจัดเป็น 'บิ๊กแมตช์' ที่ทั้ง 2 ทีมคงจะห้ำหั่นกันอย่างถึงใจพระเดชพระคุณ
ที่ไหนได้นะครับ
เกือบจะหลับคาจอกันเลยทีเดียว
2. ทีมกระทิงดุเหนือกว่าตามฟอร์มการเล่น แต่พวกเขาก็ไม่ถึงกับเร่งเครื่องเข้าบดขยี้แบบเต็มระบบ ด้วยคงเกรงใจในศักยภาพของ โปรตุเกส อยู่เหมือนกัน
ขณะที่ทีมขนมฝอยทองก็เล่นเกมรับกันได้เหนียวแน่นจน 3 กองหน้าของคู่แข่งทำอะไรไม่ถนัด
เฉพาะอย่างยิ่งดาวรุ่งบรรลัยกัลป์อย่าง ลามีน ยามาล ที่เล่นไม่ค่อยออก แถม ดิโอโก้ คอสต้า ผู้เป็นนายทวารยังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมพลางป้องกันจังหวะอันตรายเอาไว้ได้อีกตะหาก
3. สิ่งที่น่าผิดหวังอย่างรุนแรงคือวิธีการเล่นเกมรุกของ โปรตุเกส
เรียนตามตรงว่ามันไม่ได้สร้างความกดดันให้ สเปน สักเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่มีห้องเครื่องตรงกลางระดับพระกาฬอย่าง วิตินญ่า, ชูเอา เนเวส และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส
ไม่น่าเชื่อว่าทั้ง 3 คนนี้ทำได้แค่จ่ายบอลกันไป จ่ายบอลกันมา โดยปราศจากการสร้างสรรค์ และเมื่อปีก 2 ข้างก็ทำเกมไม่ได้
'พี่โด้' ก็ไม่ต่างจากเสาไฟฟ้าที่ถูกปักเอาไว้เฉยๆ ในสนาม
4. สุดท้ายจุดตัดสินเกมอยู่ที่สมาธิ และความละเอียดของผู้เล่นนี่แหละ
ทีมขนมฝอยทองอุตส่าห์เล่นเกมรับกันอย่างมีวินัย และไม่พลาดง่ายๆ มาจนครบ 90 นาที แต่ดันมาเสียสมาธิในจังหวะฟรีคิกที่คู่แข่งฉวยโอกาสเล่นเร็วแล้วตัวเองมัวแต่หัวเสียจนไม่ระวัดระวัง
การหลุดสมาธิเพียงเสี้ยววินาทีนี่แหละครับที่ตัดสินเกมนี้
สเปน ไม่ได้ฉวยโอกาสเล่นเร็วแล้วได้ประตูในทันทีนะครับ ขอโทษ แต่การเล่นเร็วทำให้ โปรตุเกส เสียขบวน
และคนที่เล่นลูกฟรีคิกกับคนยิงประตูชัยให้ 'ลา โรฆา' คือคนเดียวกันนะครับ
มิเกล เมริโน่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง
จังหวะนั้น เขาฉวยโอกาสเล่นเร็วทันที ด้วยการจ่ายเรียดออกขวาให้ตัวสำรองอีกคนอย่าง ฟาเบียน รุยซ์ แล้ววิ่งไปตรงๆ ในขณะเดียวกับที่มิดฟิลด์จาก เปแอสเช จะผ่านบอลย้อนกลับมาให้ โรดรี้ ตรงจุดฟรีคิก
พลันผู้เป็นกัปตันทีมชาติก็ผ่านบอลให้ เฟร์ราน ตอร์เรส ก่อนเขาจะแทงทะลุช่องว่างตรงกลางระหว่างคู่เซ็นเตอร์แบ็คของคู่แข่งจนบอลไปถึง มิเกล เมริโน่ ที่วิ่งสอดเข้ามารับบอลแล้วสับไกในเขตโทษพอดิบพอดี
ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการต่อบอล 4 จังหวะของผู้เล่น 4 คน โดยคนเริ่มต้นกับคนจบสกอร์คือคนเดียวกัน มันรวดเร็วเกินกว่าที่เกมรับของ โปรตุเกส จะจัดระเบียบทัน ถือเป็นการประสานงานขั้นสุดจริงๆ
5. ทีนี้ลองคิดดูนะครับ
แทนที่จะหันไปโวยผู้ตัดสินจากการเสียฟรีคิก
จังหวะนั้น หากคนทำฟาวล์อย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา เข้าไปยืนขวางบอล มิให้ มิเกล เมริโน่ ฉวยโอกาสเล่นเร็ว
อย่างน้อย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจมีเวลาในศึกฟุตบอลโลกที่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของตัวเองอีก 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ !!!
#บอบู๋