จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ยอมรับได้รับโทรศัพท์จาก โดนัลด์ ทรัมป์ กรณี โฟลาริน บาโลกัน แต่ยืนยันว่าการพิจารณาบทลงโทษเป็นอำนาจของคณะกรรมการอิสระ ไม่ใช่การแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร พร้อมย้ำต้องรักษาความน่าเชื่อถือของฟุตบอลโลก 2026
จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ออกมาชี้แจงประเด็นร้อนเกี่ยวกับการอนุญาตให้ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ลงสนามพบ เบลเยียม ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย พร้อมยืนยันว่า ฟีฟ่า ไม่มีการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาบทลงโทษแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ บาโลกัน ถูกใบแดงโดยตรงจากจังหวะทำฟาวล์ ตาริก มูฮาเรโมวิช ในเกมที่ สหรัฐอเมริกา เอาชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา รอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งตามระเบียบเดิมเจ้าตัวต้องติดโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัด
อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่า มีคำสั่งระงับการบังคับใช้โทษแบน และเปลี่ยนเป็นการคาดโทษเป็นเวลา 12 เดือน ทำให้ดาวยิงวัย 25 ปี มีสิทธิ์ลงช่วยทีมในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ประเด็นดังกล่าวยิ่งร้อนแรงขึ้น เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ อินฟานติโน่ เพื่อขอให้มีการทบทวนบทลงโทษ เนื่องจากมองว่า บาโลกัน ไม่ได้กระทำผิดถึงขั้นสมควรได้รับใบแดง
ล่าสุด อินฟานติโน่ ยอมรับว่าได้รับโทรศัพท์จากผู้นำสหรัฐฯ จริง แต่ยืนยันว่าการตัดสินใจทั้งหมดเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระของฟีฟ่า
"คณะกรรมการของฟีฟ่าเป็นหน่วยงานอิสระ และดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ ความเป็นอิสระของพวกเขาถือเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องความน่าเชื่อถือและความซื่อสัตย์ของวงการฟุตบอล"
ประธานฟีฟ่า กล่าวเพิ่มเติมว่า
"ใช่ ผมได้รับโทรศัพท์จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จริง ระหว่างการสนทนา ผมได้อธิบายกับเขาว่า ขณะนั้นกระบวนการพิจารณาทางกฎหมายยังดำเนินอยู่ และคดีนี้จะได้รับการตัดสินโดยหน่วยงานที่มีอำนาจของฟีฟ่าเท่านั้น"
อินฟานติโน่ ย้ำว่า ตนไม่มีหน้าที่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของคณะกรรมการอิสระ
"หน้าที่ของผมคือการเคารพในความเป็นอิสระของสถาบันเหล่านั้นมาโดยตลอด ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับคำตัดสินหรือไม่ก็ตาม นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความเป็นอิสระของผู้ที่มีหน้าที่ตัดสิน เพราะนั่นคือสิ่งที่ช่วยปกป้องความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือของการแข่งขันฟุตบอลของเรา"