กรณี โฟลาริน บาโลกัน ได้รับสิทธิลงเล่นให้สหรัฐอเมริกาพบ เบลเยียม แม้โดนใบแดงในรอบก่อน สร้างข้อถกเถียงหนัก แต่ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกเคยมีกรณีคล้ายกันมาแล้ว เพียงแต่ไม่เหมือนครั้งนี้
แฟนบอลทั่วโลกต่างงุนงงกับกรณีของ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับอนุญาตให้ลงสนามในเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย พบกับ เบลเยียม ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งถูกไล่ออกจากสนามในเกมชนะ บอสเนียฯ รอบ 32 ทีมสุดท้าย
หลายคนมองว่านี่คือเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในฟุตบอลโลก แต่หากย้อนดูประวัติศาสตร์แล้ว บาโลกันไม่ใช่นักเตะคนแรกที่ได้รับการผ่อนปรนหรือเปลี่ยนแปลงบทลงโทษจากใบแดง อย่างไรก็ตาม เขาอาจเป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับการยกเว้นโทษแบนระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอย่างแท้จริง
การ์รินชา : ตำนานบราซิลผู้รอดแบนในฟุตบอลโลก 1962
หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ การ์รินชา ปีกระดับตำนานของบราซิล ที่ถูกใบแดงในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 1962 เกมพบ ชิลี
อย่างไรก็ตาม สมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลได้ยื่นอุทธรณ์จนฟีฟ่ายอมให้เขาลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ระบบอุทธรณ์แบบเก่าที่ปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากกฎฟุตบอลโลกยุคใหม่ไม่เปิดโอกาสให้อุทธรณ์ใบแดงโดยตรง
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ได้พักโทษ แต่ไม่ใช่ในฟุตบอลโลก
อีกกรณีที่ถูกหยิบมาเปรียบเทียบคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งได้รับการพักโทษแบนผ่านมาตรา 27 ของระเบียบวินัยฟีฟ่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ของดาวยิงโปรตุเกสเกิดขึ้นในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก ไม่ใช่ในทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้าย และเจ้าตัวยังต้องรับโทษแบน 1 นัดจริง โดยพลาดเกมพบ อาร์เมเนีย ก่อนจะได้รับการผ่อนปรนในส่วนที่เหลือ
ไกเซโด้ - โอตาเมนดี้ : ใบแดงติดตัว แต่ไม่ติดมาถึงบอลโลก
ด้าน มอยเซส ไกเซโด้ และ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ต่างเคยถูกใบแดงในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 เช่นกัน
แต่ทั้งคู่ไม่ต้องรับโทษแบนในรอบสุดท้าย เนื่องจากฟีฟ่าแก้ไขข้อบังคับการแข่งขันก่อนเปิดทัวร์นาเมนต์ โดยให้ใบเหลืองและโทษค้างบางประเภทจากรอบคัดเลือกไม่ถูกนำมานับต่อในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
ทำไมกรณีของ บาโลกัน จึงไม่เหมือนใคร?
จุดที่ทำให้กรณีของ บาโลกัน กลายเป็นประเด็นร้อน คือใบแดงของเขาเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ไม่ใช่ในรอบคัดเลือกเหมือนกรณีของ โรนัลโด้, ไกเซโด้ หรือ โอตาเมนดี้
ฟีฟ่าเลือกใช้มาตรา 27 ของระเบียบวินัยองค์กร เพื่อเลื่อนการบังคับใช้โทษแบนอัตโนมัติออกไปเป็นเวลา 1 ปี ส่งผลให้หัวหอกสหรัฐอเมริกาสามารถลงสนามพบ เบลเยียม ได้ทันที
นั่นทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะ สมาคมฟุตบอลเบลเยียม ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎ พร้อมมองว่านี่อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่มีการใช้อำนาจตามดุลยพินิจเพื่อช่วยให้นักเตะหลุดพ้นจากโทษแบนระหว่างการแข่งขันรอบสุดท้าย
และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้กรณีของ โฟลาริน บาโลกัน กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 จนถึงเวลานี้