เนย์มาร์-บราซิล ที่น่าผิดหวัง

เนย์มาร์-บราซิล ที่น่าผิดหวัง
เดิมพันเรื่องเนย์มาร์ของ คาร์โล อันเชลอตติ ได้คำตอบที่ความเศร้า

น่าผิดหวังแทนชาวบราซิลทั้งประเทศที่ต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ไม่เพียงวิธีการเล่นที่เหมือนไปไม่สุดเท่านั้น แต่ในรายละเอียดช่วงท้ายเกมพวกเขาทำได้หยาบเหลือเกิน

แน่นอนมันมีเนย์มาร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะในช่วงเวลาที่ทีมยังต้องไม่ทิ้งความหวังแม้จะริบหรี่เลือนราง และต้องการเวลาทุกวินาทีเพื่อปาฏิหาริย์ที่อาจเกิดขึ้น คนที่ควรจะเป็นที่พึ่งพาได้อย่างเขากลับเป็นคนทำมันวุ่นวายเสียเองด้วยอีโก้ส่วนตัว

นอร์เวย์จะต่อบอลเล่นลิงกันอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขาเพราะเขานำอยู่แล้วเขาก็ครองบอลอย่างนั้นมาทั้งเกม

สิ่งที่บราซิลต้องการที่สุดในตอนนั้นคือลูกบอลและเวลา

แต่เนย์มาร์กลับเป็นคนจุดชนวนเตะฟาวล์แล้วมีเรื่องกระทบกระทั่งกับ มาร์ติน โอเดการ์ด จนเหตุการณ์ชุลมุน

เสียเวลา เสียสมาธิ

อันที่จริงผลงานในสนามนั้นเป็นเรื่องเข้าใจได้ สภาพร่างกายของดาวเตะวัย 34 ปีเลยจุดสูงสุดไปแล้ว คงไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะร่ายเพลงแข้งมหัศจรรย์ออกมาทุกวินาทีหรอก ทุกคนพยายามทำความเข้าใจการเลือกของอันเชลอตติด้วยซ้ำว่ามีเหตุผลรองรับด้านอื่น ๆ และหวังว่ามันจะได้ผล

อันเชลอตติเสี่ยง แต่น่าเสียดายที่เนย์มาร์ทำเหมือนไม่เห็นคุณค่าของความเสี่ยงนั้นที่กุนซือชาวอิตาเลียนมอบให้กับเขา

ช่วงยิงจุดโทษให้ทีมไล่มาเป็น 1-2 เนย์มาร์ก็ยังเสียเวลาไปกับการต่อล้อต่อเถียงกับ ออร์ยัน นีลันด์ นายทวารนอร์เวย์ที่เล่นสงครามจิตวิทยาใส่

ยิงเข้าไปได้แต่มัวสนใจอยู่กับการพูดจาเอาคืนนายด่านฝั่งตรงข้ามว่ากูแน่กว่ามึง ทั้งที่เวลาก็เหลือน้อยนิดเต็มที

แน่นอนครับ ต่อให้ไม่มีจังหวะสอยโอเดการ์ดนอกเกมจนเหตุการณ์ชุลมุนหรือการต่อล้อต่อเถียงกับนีลันด์ที่กินเวลาไม่มาก บราซิลก็คงกลับมาไม่ได้อยู่ดี แต่สิ่งที่เนย์มาร์ทำใน 2 เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเดิมพันของอันเชลอตติในตัวนักเตะคนนี้นั้นไม่ได้ผล

เพราะในช่วงเวลาที่ทีมต้องการคนที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุด บราซิลกลับได้คนที่ทำตัวเป็นเด็กน้อยที่สุด กลายเป็นนักเตะคนหนึ่งเอาเรื่องส่วนตัวนำหน้าส่วนรวม ในเวลาที่ควรจะเป็นการรวมพลังฮึดเฮือกสุดท้ายของสุดท้ายกลับมา

ท้ายที่สุดแล้วความผิดหวังของบราซิลในฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็ประกอบเข้ากันด้วยเหตุผลหลายส่วน คุณภาพ ความละเอียด แผนการเล่น ความเฉียบขาด

เนย์มาร์คงไม่ใช่เหตุผลใหญ่ที่สุดหรอกครับ และอันเชลอตติก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบกับการตกรอบครั้งนี้แต่เพียงผู้เดียว

โอกาสของบราซิลแทบจะเป็นศูนย์อยู่แล้วตอนที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงฝังประตู 2-0

ผมแค่รู้สึกเสียดายการตอบสนองของบราซิลและนักเตะที่ควรจะเป็นความหวังของพวกเขา

เนย์มาร์ไม่ได้ปลุกเร้าทีมให้กลับมาด้วยประสบการณ์ของเขา ด้วยความโชกโชนของเขา ด้วยความมุุมานะทุ่มเทของเขา

ตรงกันข้ามเขากลับกระทืบซ้ำโอกาสของทีมที่มีน้อยอยู่แล้วให้ยิ่งริบหรี่ลงไปอีก ด้วยความเป็นเขาในอีกภาพหนึ่งที่เราเคยเห็น

มันน่าเศร้าตรงที่เขาทำกับความไว้วางใจของคาร์เลตโต้อย่างนี้ เอามันไปโยนทิ้งด้วยอีโก้ตามเคย

ผมคิดว่าหลังจากเกมนี้ เนย์มาร์ก็คงถูกวิจารณ์หนักหน่วงตามเดิม ซึ่งเขาอยู่กับมันได้อยู่แล้ว เพราะเขาคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี

มันก็แค่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ถึงอย่างไรเขาก็ยังคงเป็น "ครั้งหนึ่งแห่งปรากฏการณ์ฟุตบอลของชาติ" วันยังค่ำ

มันก็แค่อีกครั้งที่บราซิลตกรอบ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องสลักสำคัญอะไร หลังแชมป์โลก 2002 มาทีมก็ร่วงผล็อย ๆ อยู่แล้วไม่ใช่หรือ

มันก็แค่สู้ทีมอื่นไม่ได้ ขาดนู่นนิด ขาดนั่นหน่อย ทีมเซเลเซาไม่เคยกลับไปอยู่ในความสมบูรณ์แบบเหมือนอดีตอันหอมหวานอยู่แล้ว

มันก็แค่การเสียน้ำตาอีกครั้งของแฟนบอลร่วมชาติ

มันก็แค่รอไปอีก 4 ปี เหมือนที่เคยรอ ๆ กันมา

ก็เราทำได้แค่นี้ จะคาดหวังอะไรกันมากมาย

-ตังกุย-



ที่มาของภาพ : Reuters
BY : ตังกุย
ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport