เออร์ลิง ฮาลันด์ สวมบทฮีโร่เหมาสองตุงพานอร์เวย์หักปากกาเซียนโค่นแชมป์โลก 5 สมัย บราซิล 2-1 ผงาดเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เตรียมรอวัดคมผู้ชนะระหว่าง เม็กซิโก หรือ อังกฤษ วันที่ 11 กรกฎาคมนี้
ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 เป็นการพบกันระหว่าง บราซิล ที่เอาชนะ ญี่ปุ่น ในรอบ 32 ทีมมาได้ พบกับ นอร์เวย์ หลังรอบที่ผ่านมาเฉือนเอาชนะ ไอวอรี่โคสต์ เข้ามา โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง เม็กซิโก หรืออังกฤษ ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้
เปิดฉากมาแค่ 3 นาทีแรก แฟนบอลแซมบ้าเกือบช็อกก่อนเลยหลัง อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ หลุดเข้าไปก่อนหักคืนมาหน้าประตูให้ พาทริค เบิร์ก ซัดเสยเพดานตาข่าย ทว่าผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ ซอร์ลอธ ล้ำหน้าไปก่อนอย่างน่าเสียดายทำให้ชวดได้ประตูคืนนำ
จากนั้นนาทีที่ 10 มาเตอุส คุนญ่า ถึงบอลก่อน คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์ จนตัวล้มลงไปแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร จากนั้นแข้งแซมบ้าไม่พอมาประท้วงก่อนที่ วีเออาร์ จะมีสัญญาณจนต้องวิ่งไปดูจอนอกสนามก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าให้จุดโทษแก่บราซิลหลังยืนยันว่า คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์ แนวรับนอร์เวย์เข้าถึงบอลช้ากว่าก่อนไปรวบขา มาเตอุส คุณญ่า จนล้มลงไป
ก่อนที่ นาที 14 บรูโน่ กิมาไรส์ จะยิงพลาดหลังซัดไปติดเซฟ ออร์ยาน นีลันด์ ที่พุ่งถูกทางปัดออกไป ทำให้สกอร์ยัง 0-0
นาที 30 วินิซิอุส จ่ายให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนพยายามปาดไปหน้าประตูโล่งๆให้ บรูโน่ กิมาไรส์ แต่โดน ออร์ยาน นีลันด์ ใช้ขาเซฟไว้ก่อน
นอร์เวย์ ได้โอกาสโต้ขึ้นมาบ้าง อันโตนิโอ นูซ่า ให้มาร์ติน โอเดอการ์ด เลี้ยงวนกลับมาก่อนลากมาเข้าซ้ายซัดเสาแรกแต่บอลไปเข้าข้างตาข่าย อีกสองนาทีถัดมา นูซ่า เปิดมาให้ ฮาลันด์ ตวัดยิงด้วยซ้ายแต่ยังเบาไปเข้ามือ อลีสซง เบ็คเกอร
จบครึ่งแรกยังเจาะกันไม่เข้า บราซิล ยังเสมอกับ นอร์เวย์ 0-0
ครึ่งหลัง นาที 60 บราซิลพลาดโอกาสทองอีกครั้งหลัง วินิซิอุส จูเนียร์ส จ่ายบอลทะลุให้ เอ็นดริค ที่เพิ่งลงสัมผัสแรกแต่จับบอลสองไม่ดีทำให้ยิงหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย
จากนั้น บราซิล โหมกดดันบุกอย่างหนัก นาที 62 รายัน ได้ซัดเน้นๆแต่ยังโดน นีลันด์ ปัดได้อีก จากนั้นอีกสองต่อมา บรูโน่ กิมาไรส์ ซัดจ่อๆกลางประตูแต่นายด่านไวกิ้งก็ยังเหนียวป้องกันไว้ได้อีกก่อนเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน
นาที 67 นอร์เวย์ พลาดโอกาสทองบ้างเมื่อ คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์ เติมขึ้นสูงจนหลุดเข้าไปในกรอบก่อนเปิดไปเสาไกล เออร์ลิง ฮาลันด์ พุ่งชาร์จไม่ถึงชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย
จากนั้น นาที 68 แฟนบอลแซมบ้าเฮกันลั่้นเมื่อ คาร์โล อันเชลอตติ ส่ง เนย์มาร์ สตาร์วัย 34 ปี ลงมาเล่นแทน กาเบรียล มาร์ติเนลลี่
นาที 75 นอร์เวย์ ตอบโต้ขึ้นมา ฮาลันด์ เก็บบอลได้ก่อนที่ โอเดอการ์ด จะพาขึ้นมาแล้วป้ายออกซ้ายให้ อันเดรียส เชลเดอรุป ตัวสำรองได้ซัดเต็มแรงเสาแรกแต่ อลีสซง ยังสมาธิดีปัดออกไปหวุดหวิด
นาที 79 กลายเป็น นอร์เวย์ ขึ้นนำจนได้ จากจังหวะขึ้นเกมทางริมเส้นฝั่งซ้าย อันเดรียส เชลเดอรุป เปิดมาหน้าประตูให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ขึ้นเทกเอาชนะกาเบรียลโขกบอลเข้าจมตาข่ายพาทัพไวกิ้งขึ้นนำ 1-0
นาทีสุดท้าย นอร์เวย์ มาได้เม็ดที่สองนำห่างหลัง อันเดรียส เชลเดอรุป หักเข้ากลางมาให้ ฮาลันด์ ซัดนอกกรอบด้วยซ้ายบอลพุ่งเลียดคมกริบเสียบโคนเสาเข้าไปพาทัพไวกิ้งทิ้งห่าง 2-0
แม้ว่าช่วงทดเจ็บ นาที 90+10 ขุนพลเซเลเซาจะมาได้จุดโทษก่อน เนย์มาร์ จะซัดเข้าไปไล่มา 1-2 แต่ก็ไม่ทัน เมื่อผู้ตัดสินเป่าจบเกม นอร์เวย์ เอาชนะบราซิล 2-1 คว้าตั๋วเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เม็กซิโก หรืออังกฤษ ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้
รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม
บราซิล (4-4-2) : 1 อลีสซง เบ็คเกอร์ - 13 ดานีโล่ ลุยซ์, 4 มาร์กินโญส (กัปตันทีม), 3 กาเบรียล มากัลเญส, 16 ดั๊กลาส ซานโต๊ส - 26 รายัน, 8 บรูโน่ กิมาไรส์, 5 กาเซมีโร่, 22 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ - 9 มาเตอุส คุนญ่า, 7 วินิซิอุส จูเนียร์
นอร์เวย์ (4-3-3) : 1 ออร์ยาน นีลันด์ - 26 ยูเลียน ไรเยอร์สัน, 3 คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์, 17 ทอร์บียอร์น เฮกเก้ม, 5 ดาวิด โมลเลอร์ โวลฟ์ - 10 มาร์ติน โอเดอการ์ด (กัปตันทีม), 8 ซานเดอร์ เบอร์เก้, 6 พาทริค เบิร์ก - 7 อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ, 9 เออร์ลิง ฮาลันด์, 20 อันโตนิโอ นูซ่า
ผู้ตัดสิน : อิสมาอิล เอลฟาธ (อเมริกา)