ไอ้"ตี๋"บุณยเกียรติ...มันเด็กกตัญญู

การก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิตและกลายเป็นธงผืนแรกของผู้รักษาประตูหน้าหล่อ ตี๋-บุณยเกียรติ วงศ์ษาแจ่ม วัย 29 ปี หรือที่ใครๆรู้จักกันในนามของ ภาค ชื่อเล่นในวัยเยาว์ที่บ้านเกิดจังหวัดลำพูน ธงไตรรงค์ของเด็กหนุ่มคนนี้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากเพราะฟอร์มการเล่นในสนามถูกพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์เฝ้าเสาบนเวทีลีกสูงสุดให้กับอุทัยธานี เอฟซี

    หลังมีชื่อติดทีมชาติทุกครั้งที่ ตี๋-บุณยเกียรติ วงศ์ษาแจ่ม  ให้สัมภาษณ์กับสื่อทุกสำนักชื่อของ "น้าติ๊ก"สมชาติ ยิ้มศิริ  ถูกเด็กหนุ่มรายนี้พูดถึงสม่ำเสมอในการสร้างโอกาสบนถนนสายฟุตบอลอาชีพ เพราะเป็นครูผู้สร้างให้เติบโตบนถนนลูกหนัง มีหลายเรื่องที่ "น้าติ๊ก" เล่าถึงความอดทนมุ่งมั่นผู้รักษาประตูใหม่ป้ายแดงทีมชาติรายนี้และที่สำคัญกลายเป็นของขวัญแรงบันดาลใจของครอบครัว

    🟠:เริ่มสัมผัสและรู้จัก ตี๋-บุณยเกียรติ  วงศ์ษาแจ่ม ตอนไหนครับ?

    🔵สมชาติ ยิ้มศิริ:ตอนนั้นน้าไปทำฟุตบอลให้จังหวัดลำพูนซึ่งก็จะดูภาพรวมในการพัฒนาระบบเยาวชนของสโมสรควบคู่ไปด้วย ตี๋ เป็นนักเตะที่มีความสามารถในตำแหน่งผู้รักษาประตู เพียงแต่ต้องได้รับการขัดเกลาเพิ่มเติมให้ยกระดับความสามารถขึ้นที่สำคัญสรีระรูปร่างของเขาเหมาะกับตำแหน่งที่เขาเลือก

    🟠:บทเรียนแรกที่ส่งมอบให้กับ ตี๋-บุณยเกียรติ วงศ์ษาแจ่ม คือเรื่องอะไร?

    🔵สมชาติ ยิ้มศิริ:การฝึกซ้อมตำแหน่งผู้รักษาประตูก็เป็นไปตามปกติทั่วไปแต่จะลงรายละเอียดให้กับผู้เล่นในตำแหน่งนี้มากขึ้นว่าแต่ละคนจะปรับอะไรตรงไหนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง  หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้ว่าน้าเริ่มต้นจากตำแหน่งผู้รักษาประตูสมัยเริ่มเล่นก่อนที่จะขยับมาเล่นกองหลังและสุดท้ายเล่นตำแหน่งกองกลางริมเส้น


    ประสบการณ์จากตำแหน่งที่เคยเล่นรวมไปถึงการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสมัยที่เป็นโค้ชผู้รักษาประตูให้กับเยาวชนการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตอนนั้นมีการเขียนจดหมายไปหาเพื่อนที่อังกฤษให้ส่งหนังสือแบบฝึกกลับมายังประเทศไทยรวมไปถึงมีโอกาสได้ไปนั่งดูโค้ชทีมชาติไทยที่เป็นชาวต่างชาติมาลงทีมฝึกซ้อมที่สนามการท่าเรือก็ถือโอกาสจดลงสมุดและจดจำมาฝึกสอนผู้รักษาประตูที่เคยสอนในท่าเรือตอนนั้นก็มีอย่าง ไชยวัฒน์ พรมมัญ,นาวี สุขยิ่งฯ ซึ่ง  ตี๋-บุณยเกียรติ ก็ได้รับการฝึกฝนในรูปแบบคล้ายๆกันเพียงแต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไปก็ต้องนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วยในการพัฒนาความสามารถและช่วงนั้นตี๋กำลังเติบโตจึงจำเป็นต้องสร้างสรีระร่างกายควบคู่ไปด้วย

    🟠:ภาพจำครั้งแรกสมัยคุมทีมพา ตี๋-บุณยเกียรติ  วงศ์ษาแจ่ม ลงแข่งขันครั้งแรกๆ

    🔵สมชาติ ยิ้มศิริ: ตอนนั้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีฟุตบอลรายการเฟสติวัลลำพูนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นมี 4 ทีมซึ่งช่วงของการลงแข่งขันมีอยู่หนึ่งแมตซ์ ตี๋-บุณยเกียรติ  วงศ์ษาแจ่ม ปล่อยโฮร้องไห้ออกมา จากจังหวะที่โดนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเตะ ทำเอาตี๋สะอึก!สะอื้น! เหมือนจะเล่นต่อไม่ได้จนน้าต้องเรียกมาดูอาการว่าหนักหนาสาหัสแค่ไหนปรากฏว่าเมื่อวินิจฉัยอาการบาดเจ็บแล้วไม่ได้หนักหนามากพร้อมกับบอกกับตี๋ไปว่าแค่นี้มันไกลหัวใจถ้าไม่ไหวก็ไปต่อไม่ได้กับฟุตบอล สุดท้ายตี๋ปาดน้ำตาแล้วกลับไปสู้ต่อจนพาทีมคว้าแชมป์จากภาพร้องไห้ตอนแรกกลายเป็นการฉลองแชมป์รื่นเริงกับเพื่อนร่วมทีมสุดเหวี่ยง

    🟠ทำไมใส่ชื่อเป็นผู้รักษาประตูสำรองคนที่ 4 ชุดแชมป์โค้กคัพ?

    🔵สมชาติ ยิ้มศิริ:ตอนนั้นทีมลำพูนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันโค้กคัพ รอบคัดเลือกโซนภาคเหนือครั้งนั้นทีมสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ แต่ ตี๋ ยังไม่ได้เป็นมือหนึ่งของทีม น้าใส่ชื่อติดทีมไปด้วยจะว่าไปทีมชุดนั้นตี๋ยังเป็นผู้รักษาประตูมือ 4 ที่เอาติดทีมไปเพราะอยากให้มีประสบการณ์กับทีมในหลายๆด้าน หน้าที่ของตี๋นอกจากฝึกฝนฝึกซ้อมกับทีมแล้วต้องคอยช่วยดูแลทีมทำหน้าที่ต่างๆพ่วงไปด้วย

    วิธีการนี้น้าเลือกใช้ตามแนวทางของทีมชาติเกาหลีใต้ที่เอาผู้เล่นอายุน้อยมาร่วมซึมซับบรรยากาศทีมฝึกฝนกับทีมเพื่อประสบการณ์ถ้าใครยังจำกันได้ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ชา บึม กุน ตำนานกองหน้านักเตะเกาหลีใต้ที่โด่งดังเคยเดินทางมาร่วมศึกฟุตบอลที่ประเทศไทยตอนที่ยังไม่โด่งดังหน้าที่ของเขาในเวลานั้นจะช่วยเสิร์ฟน้ำให้กับนักเตะรุ่นพี่และคอยดูแลนักเตะรุ่นพี่พร้อมกับร่วมฝึกซ้อมเพื่อเรียนรู้สำหรับการเติบโต


    🟠:โอกาสของ ตี๋-บุณยเกียรติ  วงศ์ษาแจ่ม ที่ถูกชักชวนให้เข้าสู่เมืองกรุงมาจากเหตุผลใด?

    🔵สมชาติ ยิ้มศิริ:เอาจริงๆตี๋ก็เป็นผู้รักษาประตูอายุน้อยที่มีแววและต้องการเวทีในการขัดเกลา ซึ่งสิ่งที่สำคัญของเขาก็คือความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อจึงชักชวนให้มาหาอนาคตฟุตบอลในกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนั้นก็ต้องเตรียมสถานศึกษาให้กับตี๋ในระดับมหาวิทยาลัย น้าเคยร่วมงานกับอาจารย์หยก ซึ่งมีความรู้ในเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬาจึงแนะนำให้ตี๋ไปคัดเลือกกับมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมและนอกจากนั้นยังให้ "มหาโต"นิพนธ์ มาลานนท์ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทยติวเข้มในช่วงที่อยู่กรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาความสามารถซึ่ง"มหาโต" เป็นโค้ชผู้รักษาประตูที่มีความสามารถมากๆคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทยเพราะมักนำรูปแบบการฝึกซ้อมใหม่ๆมาสร้างผู้รักษาประตูเสมอ

    🟠:เคยมีเรื่องอะไรแปลกๆ ของ ตี๋-บุณยเกียรติ  วงศ์ษาแจ่ม ที่จดจำได้ไหมครับ?

    🔵สมชาติ ยิ้มศิริ:ช่วงที่ตี๋เริ่มเข้าสู่ระบบฟุตบอลอาชีพน้าจำได้ว่าช่วงก่อนหน้านั้นไม่นานพ่อของตี๋ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดหมอบอกว่าน่าจะใช้ชีวิตได้อีกไม่เกิน 3 เดือนแต่ไม่รู้ว่าปาฏิหาริย์หรือไม่กับความสำเร็จของตี๋ในการเริ่มต้นฟุตบอลอาชีพมันน่าจะกลายเป็นแรงบันดาลใจกำลุงใจให้พ่อของตี๋ต่อสู้จนใช้ชีวิตมาอีก 3 ปี ซึ่งในช่วงนั้นตี๋เองก็ได้ดูแลพ่อของเขาเป็นอย่างดี


    🟠:ความสม่ำเสมอของ ตี๋-บุณยเกียรติ  วงศ์ษาแจ่ม มีอะไรบ้างตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน

    🔵สมชาติ ยิ้มศิริ:น้าว่าตี๋เป็นเด็กที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นเรียนรู้และสิ่งที่เพิ่มเติมจากการฝึกฝนฟุตบอลการให้ระเบียบวินัยแล้วนำไปใช้ต่อได้ย่อมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวเขาเองสิ่งหนึ่งที่ภาคภูมิใจกับตี๋คือเรื่องของความกตัญญูรู้คุณคนตอบแทนคนที่ผลักดันส่งเสริม ทำแบบนี้สม่ำเสมอกับทุกคนจนก้าวไปถึงฝันของตัวเอง แต่หลังจากนี้ไปก็อยากให้เดินหน้าต่อสู้ต่อไปเพราะทุกอย่างยังเต็มใจด้วยความเข้มข้นและอดทนหมั่นเพียรในการต่อสู้และแข่งขัน

    🟠:ตอนนี้น้าติ๊กอายุเข้าสู่เลขหลัก 7 แล้วยังมีเป้าหมายกับการสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยเรื่องใดต่อบ้างครับ?

    🔵สมชาติ ยิ้มศิริ: น้ายังคงเดินหน้าทำสิ่งที่ตัวเองรักอย่างมีความสุขในเรื่องของการสร้างคนสู่วงการฟุตบอลปัจจุบันก็ยังสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆและเยาวชนอยู่ที่ THE PRIME STADIUM แถวนวลจันทร์ กทม. แต่สิ่งหนึ่งที่คุยกับผู้ปกครองสม่ำเสมอนอกเหนือจากการสอนฟุตบอลแล้วน้าเน้นย้ำเรื่องของระเบียบวินัยความรับผิดชอบเพราะการมาเรียนฟุตบอลกับน้าอยากให้ทุกคนนำสิ่งต่างๆได้ออกไปปฏิบัติต่อสังคมและในอนาคตตัวเขาเองก็จะได้รับสิ่งที่ดีจากสิ่งที่เขาปฏิบัติ  มาถึงวันนี้น้ามีความสุขเสมอที่ยังอยู่กับวงการฟุตบอลและภูมิใจเสมอกับนักเตะทุกคนที่ประสบความสำเร็จทั้งในและนอกสนาม



ที่มาของภาพ : ขอบคุณภาพ:NANA18_PHOTO
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport