คุ้มกันไหม? เงินก้อนโตจากการขายสตาร์หลักนิวคาสเซิ่ล แลกกับการล่มสลาย

คุ้มกันไหม? เงินก้อนโตจากการขายสตาร์หลักนิวคาสเซิ่ล แลกกับการล่มสลาย
แม้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะทำผลงานในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 ได้ต่ำกว่าความคาดหวัง แต่การปล่อยนักเตะคนสำคัญกลับกลายเป็นอีกเรื่องที่สโมสรทำได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจสักเท่าไหร่

คุ้มกันไหม? เงินก้อนโตจากการขายสตาร์หลักนิวคาสเซิล แลกกับการล่มสลาย?

แม้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จะทำผลงานในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 ได้ต่ำกว่าความคาดหวัง แต่การปล่อยนักเตะคนสำคัญกลับกลายเป็นอีกเรื่องที่สโมสรทำได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจสักเท่าไหร่!

ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ซานโดร โตนาลี่, บรูโน่ กีมาไรศ์ และ แอนโธนี่ กอร์ดอน ต่างมีบทบาทสำคัญในทีม หรือหากมองอีกมุมหนึ่ง อาจเรียกได้ว่ามีส่วนกับผลงานที่น่าผิดหวังของทีมเช่นกัน

  • ทั้งสามคนลงเล่นในพรีเมียร์ลีกรวมกัน 90 นัด

  • ยิงได้ 15 ประตู ทำ 10 แอสซิสต์

  • รับไป 13 ใบเหลือง และ 1 ใบแดง

หาก นิวคาสเซิล ยืนกรานค่าตัว 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,300 ล้านบาท) ก่อนปล่อย กีมาไรศ์ ไปให้กับ อาร์เซน่อล ตามที่คาดกันไว้ สโมสรจะได้รับเงินจากการขายผู้เล่นแกนหลักทั้งสามรายรวมถึง 250 ล้านปอนด์ (ราว 11,000 ล้านบาท) ทั้งที่พวกเขาคือกลุ่มกำลังสำคัญของทีมในฤดูกาลที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ยุคสมัยแห่งเม็ดเงินและการเปลี่ยนผ่าน

ตลาดนักเตะและเม็ดเงินในวงการฟุตบอลอาจก้าวเข้าสู่ยุคที่บ้าคลั่งมานานแล้ว ย้อนกลับไปช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา นิวคาสเซิล เพิ่งรับเงินถึง 125 ล้านปอนด์ (ราว 5,500 ล้านบาท) จากการขาย อเล็กซานเดอร์ อีซัค ให้กับ ลิเวอร์พูล โดยนักเตะเล่นให้ "หงส์แดง" ในพรีเมียร์ลีก เพียง 14 เกม และยิงได้ 3 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ เท่านั้น

แม้ราคานักเตะในพรีเมียร์ลีกจะพุ่งสูงเกินจริง แต่ทัพ "สาลิกาดง" ก็สามารถขายผู้เล่นได้ในราคาสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดด้านกฎการเงินของทั้งพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป ที่ทำให้สโมสรไม่สามารถใช้เงินเสริมทัพหรือเก็บนักเตะค่าตัวสูงไว้ได้ตามต้องการ

ต่อให้กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบียต้องการทุ่มเงินและรักษาทรัพย์สินล้ำค่าทั้งหมดเอาไว้ พวกเขาก็ทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้คือ บรรดานักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ของทีมต่างก็ต้องการย้ายออกจากสโมสร

เส้นทางของเหล่าสตาร์ที่จากไป

หลังย้ายไป ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พร้อมรับค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นเกือบ 300,000 ปอนด์ (ราว 13 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โตนาลี่ ได้โพสต์ข้อความอำลาสาวก "เดอะ แม็กพายส์" อย่างซาบซึ้ง แม้หลายคนอาจไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจมากนัก เพราะเจ้าตัวค้าแข้งกับทีมเพียง 3 ปี และในช่วงเวลานั้นยังต้องชดใช้โทษแบนจากคดีพนันฟุตบอลนานถึง 10 เดือน

กองกลางชาวอิตาเลียนเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอล แต่ก็ยากที่จะจินตนาการว่าแฟนๆ จำนวนมากจะถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อเขาจากไป โตนาลี่ คงไม่ใช่นักเตะระดับตำนานของ เซนต์ เจมส์ พาร์ค อย่างแน่นอน

อย่างน้อย การอำลาของ โตนาลี่ ยังเป็นไปอย่างราบรื่นกว่ากรณีของ อีซัค ในปี 2025 ซึ่งกลายเป็นมหากาพย์ หลังดาวยิงชาวสวีเดนถึงขั้นปฏิเสธการลงสนาม เพื่อกดดันให้สโมสรยอมปล่อยตัวออกจากทีม

ในกรณีการย้ายของ กอร์ดอน ไป บาร์เซโลน่า ถือเป็นดีลที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อย แต่เมื่อพิจารณาแล้วก็ดูเหมือนจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย อย่างน้อยก็สำหรับตัวนักเตะและ นิวคาสเซิล ส่วนจะคุ้มค่าสำหรับ บาร์ซ่า หรือไม่นั้น คงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

กีมาไรศ์ กับอนาคตที่ใกล้ถึงบทสรุป

ในทางกลับกัน ความพยายามของ อาร์เซน่อล ในการคว้าตัว กีมาไรศ์ ซึ่งเพิ่งยิงจุดโทษพลาดในเกมที่บราซิลตกรอบฟุตบอลโลกด้วยการแพ้นอร์เวย์ อาจสร้างกระแสไม่พอใจในหมู่แฟนบอลนิวคาสเซิลมากกว่า แม้จะไม่ถึงขั้นดราม่าเหมือนกรณีของ อีซัค ก็ตาม

รายงานระบุว่า กีมาไรศ์ ได้แจ้งกับสโมสรแล้วว่าต้องการย้ายทีม และเมื่อสถานการณ์ดำเนินมาถึงจุดนี้ หลายคนก็พอเดาได้ว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร

คาดว่า นิวคาสเซิล จะปฏิเสธข้อเสนอแรกๆ ที่ยื่นเข้ามาสำหรับมิดฟิลด์วัย 28 ปี ก่อนจะยอมตอบรับข้อเสนอฉบับที่สามหรือสี่ ซึ่งน่าจะมีมูลค่าราว 75 ล้านปอนด์ หรืออาจจะมากกว่านั้นนิดหน่อย

แม้ กีมาไรศ์ จะเป็นขวัญใจแฟนบอลและเป็นหนึ่งในกองกลางที่ขยันที่สุดของทีม แต่แฟน นิวคาสเซิล ก็ขึ้นชื่อเรื่องความภักดีต่อสโมสร หากนักเตะแสดงความต้องการย้ายออกอย่างชัดเจน หลายคนก็พร้อมบอกให้เขาเก็บกระเป๋าและเดินหน้าต่อ

ความหวังใหม่และเป้าหมายที่ดูเลือนลาง

สิ่งที่อาจช่วยบรรเทาความผิดหวังของแฟนบอลได้ คือแนวทางการนำเงินที่ได้จากการขายนักเตะไปลงทุนกับดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูง หนึ่งในนั้นคือ ฌอน สตูร์ กองกลางวัย 18 ปีที่ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดดาวรุ่งแห่งวงการฟุตบอลดัตช์

นอกจากนี้ หาก นิวคาสเซิล สามารถปิดดีลคว้าตัว โยฮัน มันซัมบี มิดฟิลด์ชาวสวิตเซอร์แลนด์จาก ไฟร์บวร์ก ด้วยค่าตัวประมาณ 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,200 ล้านบาท) ได้สำเร็จ ก็จะถือเป็นการเสริมทัพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่ นิวคาสเซิล กำลังเดินอยู่ในเวลานี้ คงไม่ใช่ภาพที่แฟนบอลส่วนใหญ่คาดหวังไว้ เมื่อสโมสรกำลังเข้าสู่ปีที่ 5 ภายใต้การบริหารของกลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย

แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่ภาพที่เหล่ากองทัพ "ทูน อาร์มี่" จินตนาการไว้ แม้ย้อนกลับไปเพียงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เมื่อ เดวิด ฮอปกินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของสโมสร เคยประกาศวิสัยทัศน์ว่าจะนำสโมสรแห่งนี้ก้าวขึ้นไปทัดเทียมทีมชั้นนำของโลกลูกหนัง และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

กระนั้นเมื่อมองจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เป้าหมายนั้นดูห่างไกลจากความเป็นจริง และภายใต้แนวทางการบริหารชุดนี้ ก็ยากที่จะมองเห็นว่า นิวคาสเซิล จะไปถึงจุดนั้นได้ในอนาคตอันใกล้




ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport