หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เฮดโค้ชทีมชาติ สเปน ยกย่องลูกทีมหลังผงาดคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมสร้างสถิติเป็นทีมแชมป์โลกที่เสียประตูน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยยืนยันว่าความสำเร็จทั้งหมดเกิดจากความเป็นหนึ่งเดียวและสปิริตของทั้งทีม
หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เฮดโค้ชทีมชาติ สเปน เปิดเผยว่ารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง หลังพาทัพ "กระทิงดุ" ผงาดคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมยกเครดิตให้ลูกทีมทุกคนที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จด้วยความมุ่งมั่น ความเสียสละ และความเป็นหนึ่งเดียว
แม้สเปนจะเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยผลเสมอ เคปเวิร์ด แบบไร้สกอร์ แต่หลังจากนั้นทีมของ เด ลา ฟวนเต้ ก็ยกระดับผลงานอย่างต่อเนื่อง ก่อนเฉือนชนะ อาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ตลอดการแข่งขัน สเปน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยสถิติ ชนะ 7 เสมอ 1 ยิงได้ 14 ประตู และเสียเพียง 1 ประตู เท่านั้น
ผลงานดังกล่าวทำให้ "กระทิงดุ" กลายเป็นทีมชาติทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่สามารถคว้าแชมป์ได้ด้วยการเสียประตูเพียงลูกเดียวตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์
นอกจากนี้ เด ลา ฟวนเต้ ในวัย 65 ปี 29 วัน ยังสร้างสถิติเป็นกุนซืออายุมากที่สุดที่พาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ต่อจากการพา สเปน คว้าแชมป์ ยูโร 2024 ก่อนต่อยอดสู่ความสำเร็จบนเวทีโลกในอีกสองปีต่อมา
เด ลา ฟวนเต้ ยกย่องนักเตะทุกคนที่ยึดมั่นในแนวทางการทำทีม และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์โลก
"ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง นักเตะรุ่นนี้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และยึดมั่นในแนวทางที่พวกเราวางเอาไว้มาโดยตลอด"
กุนซือวัย 65 ปี ยอมรับว่าช่วงเวลาหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก พร้อมย้ำว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากการร่วมแรงร่วมใจของทุกคนในทีม
"ผมไม่อยากร้องไห้ แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกจริง ๆ พวกเราทุ่มเททุกอย่าง โดยเฉพาะเหล่านักเตะ พวกเขาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคำว่าทีมและครอบครัว เป็นแบบอย่างให้กับวงการกีฬาสเปนและอีกหลายวงการ เมื่อเราร่วมมือกัน เราจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม และไม่มีใครสามารถตั้งข้อสงสัยในเรื่องนั้นได้"
คำกล่าวของ เด ลา ฟวนเต้ สะท้อนถึงปรัชญาการสร้างทีมที่เน้นความสามัคคีเหนือสิ่งอื่นใด ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญในการพา สเปน กลับขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลโลกอีกครั้ง