ยิ่งพินิจก็ยิ่งเป็นคู่ชิงที่ถูกคู่เหลือเกิน..
สเปน ชิง อาร์เจนติน่า แห่งฟุตบอลโลก 2026
- นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แชมป์ยุโรป ณ เวลานั้น กับแชมป์อเมริกาใต้ ณ เวลานั้นได้มาเจอกันในนัดชิงฟุตบอลโลก
- 22 สมัยที่ผ่านมาเคยมีแชมป์ยุโรปเข้าชิงบอลโลก 4 ครั้ง และแชมป์อเมริกาใต้เข้าชิงบอลโลกอีก 4 ครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่โคจรมาเจอกันเองเลย
- แชมป์ยุโรปเข้าชิงบอลโลก 4 ครั้งคือ อิตาลีแชมป์ยุโรปปี 1968 เข้าชิงกับบราซิลปี 1970 (แพ้ 1-4) เยอรมันตะวันตกแชมป์ยุโรปปี 1972 เข้าชิงกับฮอลแลนด์ปี 1974 (ชนะ 2-1) เยอรมันตะวันตกแชมป์ยุโรปปี 1980 เข้าชิงกับอิตาลีปี 1982 (แพ้ 1-3) และสเปนแชมป์ยุโรปปี 2008 เข้าชิงกับฮอลแลนด์ปี 2010 (ชนะ 1-0)
- แชมป์อเมริกาใต้เข้าชิงบอลโลก 4 ครั้งคือ อาร์เจนติน่าแชมป์อเมริกาใต้ปี 1929 เข้าชิงกับอุรุกวัยปี 1930 (แพ้ 2-4) บราซิลแชมป์อเมริกาใต้ปี 1949 เตะนัดสุดท้ายเสมือนนัดชิงกับอุรุกวัยปี 1950 (แพ้ 1-2) บราซิลแชมป์อเมริกาใต้ปี 1997 เข้าชิงกับฝรั่งเศสปี 1998 (แพ้ 0-3) และอาร์เจนติน่าแชมป์อเมริกาใต้ปี 2021 เข้าชิงกับฝรั่งเศสปี 2022 (ชนะจุดโทษ)
- เพียงแค่ความจริงเรื่องนี้ก็น่าตื่นเต้นแล้ว แชมป์ยุโรปทีมล่าสุด ชิงกับแชมป์อเมริกาใต้ทีมล่าสุด เพื่อตัดสินว่าใครคือเบอร์หนึ่งของโลกตัวจริง
- ไม่เพียงเท่านั้น
- อันดับโลกในปัจจุบันของทั้ง 2 ทีมก็ยังอยู่ในอันดับ 1 และ 2 ของโลกตามคะแนนสะสมล่าสุดของฟีฟ่าหลังผ่านรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2026 อีกต่างหาก
- อาร์เจนติน่ากระโดดจากอันดับ 3 ขึ้นมาอันดับ 1 ส่วนสเปนยังอยู่อันดับ 2 ส่งฝรั่งเศสหล่นไปอันดับ 3 และอังกฤษยังรั้งที่ 4
- เท่ากับว่าไม่เพียงเป็นการพบกันระหว่าง 2 ทีมที่เป็นแชมป์ของทวีปตัวเองเท่านั้น แต่เกมที่อีสต์รัทเธอร์ฟอร์ดค่ำคืนนี้ยังจะเป็นการพบกันระหว่างทีมอันดับ 1 กับอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย
- นัดชิงปี 2026 ยังสมบูรณ์แบบในแง่ของการชิงความเป็นหนึ่งระหว่าง 2 ทวีปมหาอำนาจ เพราะฝั่งหนึ่งคือตัวแทนยุโรป อีกฝั่งคือตัวแทนจากละตินอเมริกา
- ฟุตบอลโลกเคยเป็นเหมือนเวทีตัดสินเรื่องนี้ มีหลายครั้งที่ตัวแทนจากทั้ง 2 ทวีปฝ่าฝันจนเข้ามาชิงกัน
- ครั้งแรกสุดคือปี 1958 ที่สวีเดน ที่เด็กหนุ่มวัย 17 ปีนามเปเล่พาบราซิลเถลิงแชมป์ด้วยชัยชนะ 5-2 เหนือเจ้าภาพ
- มันเกิดขึ้นอีกในปี 1962 ที่บราซิลเอาชนะเชโกสโลวาเกีย ตามมาด้วยปี 1970 ที่บราซิลประกาศศักดาเป็นเบอร์หนึ่งตัวจริงในแมตช์แย่งแชมป์ 3 สมัยกับอิตาลี
- ปี 1978 อาร์เจนติน่าชิงฮอลแลนด์.. ปี 1986 กับ 1990 อาร์เจนติน่าชิงเยอรมันตะวันตก.. ปี 1994 บราซิลชิงอิตาลี.. ปี 1998 บราซิลชิงฝรั่งเศส.. ปี 2002 บราซิลชิงเยอรมัน
- จนเข้าสู่ปี 2006 เป็นต้นมานั่นแหละที่ยุโรปเริ่มครอบงำละติน ผลงานเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างชัดเจนด้วยการชิงกันเองถึง 3 จาก 4 สมัย (2006, 2010 และ 2018) และได้แชมป์ 4 สมัยรวด (เยอรมันชนะอาร์เจนติน่าที่มาราคาน่าปี 2014)
- 2 สมัยหลังสุดรวมครั้งนี้ทุกอย่างจึงกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง เมื่อคู่ชิงคือ ยุโรป vs ละตินอเมริกา 2022 ฝรั่งเศส เจอ อาร์เจนติน่า และ 2026 อาร์เจนติน่า พบ สเปน
- สเปนไม่แพ้ใครในเวลาปกติ (90 นาที) มา 37 เกมติดต่อกันแล้ว นับตั้งแต่แพ้โคลอมเบีย 0-1 ในเกมอุ่นเครื่องที่ลอนดอน เดือนมีนาคม ปี 2024
- อาร์เจนติน่าชนะรวดมา 13 เกมในฟุตบอลโลกแล้ว นับตั้งแต่แพ้ซาอุดิอาระเบียในนัดแรกปี 2022
- สเปนเสียประตูน้อยที่สุดในทัวร์นาเม้นต์ แค่ประตูเดียว (ยิง 13 เสีย 1)
- อาร์เจนติน่าทำประตูมากที่สุดในทัวร์นาเม้นต์ ยิงไปแล้ว 19 ลูก (ยิง 19 เสีย 7)
- สเปนลุ้นเป็นแชมป์โลกที่เสียประตูน้อยที่สุดแค่ประตูเดียวตลอดทัวร์นาเม้นต์ ทำลายสถิติของฝรั่งเศสปี 1998 และอิตาลีปี 2006 ที่เป็นแชมป์โลกโดยเสียแค่ 2 ประตู
- อาร์เจนติน่ายิงคู่ต่อสู้อย่างน้อย 2 ประตูตลอด 13 เกมที่ชนะรวดมา รอบ 8 ทีมสุดท้ายกับอียิปต์ถึงนาที 78 ยังยิงไม่ได้แต่จบที่การแซงชนะ 3-2 เกมล่าสุดกับอังกฤษถึงนาที 84 ยังตามหลังอยู่ 0-1 จบเกมแซงชนะ 2-1
- สเปนชนะมา 6 เกมติดต่อกันนับตั้งเสมอเคปเวิร์ดในนัดแรกคราวนี้ และยิงไปแล้ว 13 ประตูแซงหน้าสถิติ 11 ประตูของตัวเองเมื่อปี 1986 ไปเรียบร้อย
- อาร์เจนติน่ารักษาสถิติชนะรวด 100% ในรอบรองชนะเลิศได้ต่อไป ตัดเชือก 6 ครั้ง ชนะทั้ง 6 ครั้ง (ปี 1930, 1986, 1990, 2014, 2022 และ 2026) (ปี 1978 ใช้ระบบแบ่งกลุ่ม 2 รอบ ไม่มีรอบรองชนะเลิศ)
- สเปนเข้าชิงเป็นครั้งที่ 2.. สถิติชิง 1 แชมป์ 1 (ปี 2010)
- อาร์เจนติน่าเข้าชิงเป็นครั้งที่ 7.. สถิติชิง 6 แชมป์ 3 (แชมป์ปี 1978, 1986 และ 2022.. รองแชมป์ปี 1930, 1990 และ 2014)
- สถิติที่พบกันมาก็ยังเท่ากัน เจอกันทุกรายการ 14 ครั้ง สเปนชนะ 6 อาร์เจนติน่าชนะ 6 เสมอกัน 2 ครั้ง ประตูได้สเปนเหนือกว่านิดเดียว 19-18 ประตู
- ลิโอเนล เมสซี่ กำลังจะเป็นนักฟุตบอลคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นนัดชิงฟุตบอลโลก 3 ครั้งต่อจากคาฟู อดีตกัปตันทีมชาติบราซิล
- แต่ถ้าได้ลงสนามเป็นตัวจริงตามคาด เมสซี่จะเป็นคนแรกที่ลงเล่นตัวจริงในนัดชิงฟุตบอลโลก 3 สมัย (คาฟูถูกเปลี่ยนลงสนามในนัดชิงปี 1994 และเป็นตัวจริงปี 1998 กับ 2002)
- ลามีน ยามาล กับ เปา กูบาร์ซี่ กำลังจะเป็นเพียงคนที่ 4 กับ 5 เท่านั้นตลอดประวัติศาสตร์ 96 ปีของฟุตบอลโลกที่ลงเล่นนัดชิงฟุตบอลโลกในวัยทีนเอจ หรืออายุไม่ถึง 20 ปี
- 3 คนก่อนหน้านี้คือ เปเล่ (17 ปี นัดชิงปี 1958) จูเซ็ปเป้ แบร์โกมี่ (18 ปี นัดชิงปี 1982) และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (19 ปี นัดชิงปี 2018) ทั้งหมดลงเอยด้วยการเป็นแชมป์โลก
- หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ ในวัย 65 ปี 28 วัน ลุ้นเป็นโค้ชอายุมากที่สุดที่คว้าแชมป์โลก ทำลายสถิติเดิม 59 ปี 200 วันของ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ เพื่อนร่วมชาติเมื่อปี 2010
- ลิโอเนล สกาโลนี่ มีโอกาสเป็นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์โลก 2 สมัยในฐานะโค้ชต่อจาก วิตตอริโอ ปอซโซ่ แห่งทีมชาติอิตาลีปี 1934 และ 1938
- สเปน vs อาร์เจนติน่า จากประวัติที่ว่ามา ส่งให้นี่คือหนึ่งในคู่ชิงที่ถูกคู่ที่สุดชนิดไม่มีคู่ไหนกินลง
ป.ล.โบนัสแทร็ก
- นัดชิงฟุตบอลโลก 5 สมัยหลังสุดต้องต่อเวลาถึง 4 ครั้ง ยืดเยื้อถึงการดวลจุดโทษตัดสิน 2 ครั้ง (2006 กับ 2022) จบใน 120 นาที 2 ครั้ง (2010 กับ 2014)
- พักมากกว่าใช่จะได้เปรียบ
- ฟุตบอลโลก 22 สมัยที่ผ่านมามี 12 ครั้งที่รอบรองชนะเลิศเตะพร้อมกันหรือเตะวันเดียวกัน
- อีก 10 ครั้งที่เหลือเตะคนละวัน ทำให้มีสถานการณ์ 2 ทีมคู่ชิงได้พักไม่เท่ากัน
- นอกจากปี 1930 ที่คู่ชิงมีเวลาพัก 2 วันกับ 3 วันตามลำดับแล้ว อีก 9 สมัยที่เหลือคู่ชิงมีเวลาพัก 3 วัน กับ 4 วันทั้งสิ้น
- ผลการแข่งขันใน 10 ครั้งนั้น ทีมที่ลงเตะทีหลังได้พักน้อยกว่าเป็นฝ่ายชนะถึง 6 ครั้งคือปี 1930, 1966, 1990, 1998, 2002 และ 2010
- มีเพียง 4 จาก 10 ครั้งที่ทีมลงเตะก่อนในรอบรองชนะเลิศและได้พักมากกว่าจะเป็นแชมป์โลก คือปี 2006, 2014, 2018 และ 2022
- มีข้อสังเกตอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้..
- 5 ครั้งแรกทีมที่พักน้อยกว่าเป็นฝ่ายชนะทั้งหมด
- แต่ 3 ครั้งหลังทีมที่ได้พักมากกว่าต่างเป็นแชมป์โลกทั้งหมด
- ฟุตบอลโลกครั้งนี้ สเปนได้พัก 4 วัน อาร์เจนติน่าได้พัก 3 วัน
- บอลเตะตีสองคืนนี้ครับ มันจะต้องเป็นคู่ชิงที่ดีแน่ ๆ
#ตังกุย