ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อ สเปน เฉือน อาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ขณะที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซิวดาวซัลโว, โรดรี้ คว้านักเตะยอดเยี่ยม และ อูไน ซิม่อน คว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
ศึก ฟุตบอลโลก 2026 ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา เป็นเจ้าภาพร่วม ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ โดย ทีมชาติสเปน ภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ผงาดคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 หลังเฉือนชนะ อาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศ
ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ "กระทิงดุ" แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยม แม้จะเริ่มต้นด้วยการเสมอ เคปเวิร์ด แบบไร้สกอร์ในเกมแรก แต่หลังจากนั้นพวกเขาไม่แพ้ใครอีกเลย ด้วยผลงาน ชนะ 7 เสมอ 1 ยิงได้ 14 ประตู และเสียเพียง 1 ประตู ตลอดการแข่งขัน
ความสำเร็จครั้งนี้ยังทำให้ สเปน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ทั้งสองครั้งที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ พร้อมสร้างสถิติทาบ อุรุกวัย และ ฝรั่งเศส ที่เคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว 2 สมัย
แม้ ลิโอเนล เมสซี่ จะไม่สามารถพา อาร์เจนตินา ป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ แต่กัปตันทีมวัยเก๋ายังคงฝากผลงานอันยอดเยี่ยมไว้ในทัวร์นาเมนต์
นอกจากพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว เมสซี่ ยังสร้างสถิติส่วนตัวด้วยการเป็นกัปตันทีมที่ได้ลงเล่นตัวจริงในศึกฟุตบอลโลก 3 สมัย ได้แก่ ปี 2010, 2022 และ 2026
ด้าน ทีมชาติอังกฤษ แม้จะพลาดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่ก็ปิดฉากทัวร์นาเมนต์ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเอาชนะ ฝรั่งเศส 6-4 ในเกมชิงอันดับ 3
ผลงานครั้งนี้ถือเป็นการคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลกครั้งแรกของ "สิงโตคำราม" และยังเป็นผลงานดีที่สุดของพวกเขาในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นนอกประเทศอังกฤษ