ทำไมนักฟุตบอลถึงตัดสตั๊ด? รู้จักอาการที่ทำให้แข้งระดับโลกยอมเฉือนรองเท้าคู่ละหมื่น

ทำไมนักฟุตบอลถึงตัดสตั๊ด? รู้จักอาการที่ทำให้แข้งระดับโลกยอมเฉือนรองเท้าคู่ละหมื่น
หลายคนอาจสังเกตเห็นรองเท้าสตั๊ดของ เปโดร เนโต้ ในเกมฟุตบอลโลก 2026 ที่ส้นรองเท้าถูกตัดจนเห็นถุงเท้าด้านใน จนคิดว่าเป็นแฟชั่นหรือความเสียหายของรองเท้า

อย่างไรก็ตาม มันอาจจะเป็นวิธีรับมือกับ Haglund's Deformity ภาวะกระดูกส้นเท้าผิดรูปที่สร้างความทรมานให้กับนักฟุตบอลอาชีพจำนวนไม่น้อย 

และบางครั้ง การตัดรองเท้าอาจเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดในการยืดอาชีพค้าแข้ง

ระหว่างเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ โปรตุเกส พบกับ สเปน

มีภาพหนึ่งที่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยสะดุดตากับรองเท้าสตั๊ดของ เปโดร เนโต้ ที่บริเวณส้นรองเท้าถูกตัดออกเป็นช่องขนาดใหญ่ จนสามารถมองเห็นถุงเท้าของเจ้าตัวได้อย่างชัดเจน

หลายคนจึงตั้งคำถามว่า ทำไมรองเท้าสตั๊ดระดับอาชีพราคากว่าหมื่นบาทถึงต้องเฉือนด้วยกรรไกร?

แล้วรองเท้าที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มันยังไม่ดีพออีกหรือ?

ความจริงแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น

ก่อนหน้า เนโต้ ทั้ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, มัทส์ ฮุมเมิลส์ และ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ต่างก็เคยลงสนามด้วยรองเท้าลักษณะเดียวกันมาแล้ว

แม้แต่ปัจจุบัน ก็ยังมีนักฟุตบอลอีกหลายคนเลือกดัดแปลงรองเท้าคู่โปรดของตัวเอง

เหตุผลอาจแตกต่างกันไป บางคนเป็นเพราะแผลพุพอง บางคนมีอาการเสียดสีบริเวณส้นเท้า

แล้วสำหรับนักฟุตบอลอาชีพจำนวนไม่น้อย ต้นเหตุคือภาวะที่เรียกว่า Haglund's Deformity

Haglund's Deformity คืออะไร?

หากอธิบายแบบเข้าใจง่ายที่สุด มันคือภาวะที่ กระดูกบริเวณส้นเท้าด้านหลังนูนออกมาผิดปกติ

ตำแหน่งดังกล่าวอยู่ใกล้กับจุดเกาะของ เอ็นร้อยหวาย  หลายคนอาจมีกระดูกนูนลักษณะนี้โดยไม่รู้ตัว และใช้ชีวิตได้ตามปกติ

แต่ปัญหาจะเริ่มขึ้นเมื่อกระดูกที่นูนออกมา เสียดสีกับเนื้อเยื่ออ่อนรอบ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อสวมรองเท้าที่มีโครงส้นแข็ง

ทุกก้าวที่เดิน ทุกครั้งที่วิ่ง ทุกครั้งที่กระโดดืแรงกดจะถ่ายลงมายังจุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเกิดการอักเสบ

ไมเคิล ร็อบสัน นักกายภาพบำบัดเฉพาะทางด้านระบบกระดูกและกล้ามเนื้อจาก LDN Physio อธิบายว่า 

“หลายคนสามารถมีปุ่มกระดูกดังกล่าวได้โดยไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่เมื่อกระดูกที่นูนออกมาเริ่มเสียดสีกับเนื้อเยื่ออ่อนซ้ำ ๆ อาการปวดก็จะเริ่มต้นขึ้น”

เนื้อเยื่อที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงเอ็นร้อยหวายเท่านั้น แต่ยังรวมถึง Retrocalcaneal Bursa 

ซึ่งเป็นถุงน้ำขนาดเล็กที่อยู่ระหว่างกระดูกส้นเท้ากับเอ็นร้อยหวาย

หน้าที่ของมันคือทำงานเหมือนโช้กอัพ ช่วยลดแรงเสียดสีและรองรับแรงกระแทก

บาร์โธโลมิว ฮัดสัน-กิลล์ นักกายภาพบำบัดจาก Opus Biological ซึ่งเคยทำงานร่วมกับนักฟุตบอลอาชีพในศูนย์การแพทย์ของฟีฟ่า อธิบายว่า Haglund's Deformity ไม่ได้เกิดจากกระดูกเพียงอย่างเดียว

แต่เป็นผลจากองค์ประกอบหลายส่วนที่ส่งผลต่อกัน

เริ่มจากรูปร่างของกระดูกส้นเท้า ตามมาด้วยเอ็นร้อยหวายที่หนาตัวขึ้น ก่อนที่ถุงน้ำจะเกิดการอักเสบ

เมื่อถุงน้ำอักเสบ กระดูกก็ถูกกดและระคายเคืองมากขึ้น

เมื่อเจ็บมากขึ้น ผู้เล่นก็ยังต้องซ้อม ยังต้องลงแข่งขัน

การใช้งานซ้ำ ๆ ทำให้อาการยิ่งรุนแรง กระดูกเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นnและสุดท้ายก็ยิ่งเจ็บกว่าเดิม มันจึงกลายเป็นวงจรที่ยากจะหลุดพ้น

แล้วทำไมต้อง "ตัดรองเท้า"?

จนถึงตอนนี้ เปโดร เนโต้ ยังไม่เคยออกมาบอกเหตุผลว่าเหตุใดจึงตัดรองเท้าสตั๊ดของตัวเอง

ดังนั้นจึงไม่มีใครยืนยันได้ว่าเขาเป็น Haglund's Deformity จริงหรือไม่

แต่หากนักฟุตบอลคนหนึ่งกำลังเผชิญกับภาวะนี้ การเปิดช่องบริเวณส้นรองเท้า คือวิธีลดแรงกดที่ได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง

ปัญหาอยู่ที่โครงส้นของรองเท้าสตั๊ด รองเท้าสมัยใหม่ทุกคู่จะมี Heel Counter หรือโครงแข็งด้านหลังทำหน้าที่ล็อกส้นเท้าให้มั่นคง เพื่อเพิ่มความมั่นใจเวลาวิ่ง เปลี่ยนทิศทาง หรือเร่งสปีด

แต่สำหรับคนที่มีกระดูกส้นเท้านูน โครงแข็งชิ้นนี้กลับกลายเป็นตัวการสำคัญ เพราะมันกดลงบนจุดที่อักเสบอยู่ตลอดเวลา

นักกายภาพบำบัดจึงอธิบายว่า เมื่อเอาส่วนดังกล่าวออก แรงกดก็จะหายไป เอ็นร้อยหวายและกระดูกส้นเท้าจะไม่ถูกบีบอัดซ้ำ ๆ อาการระคายเคืองจึงลดลงอย่างชัดเจน

สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ การตัดรองเท้าเหล่านี้ ไม่ใช่นักฟุตบอลนั่งใช้กรรไกรตัดกันเองในห้องแต่งตัว

หลายสโมสรมี ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า เป็นผู้ดัดแปลงรองเท้าโดยเฉพาะพวกเขารู้ว่าควรตัดตรงไหนหรือตัดมากแค่ไหน เพื่อให้รองเท้ายังคงความแข็งแรง และไม่เสียสมดุลในการใช้งาน

ฮอสอลอนโซ่



ที่มาของภาพ : getty image
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport