สรุปผลฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มโหดอัด โมร็อกโก เบาะ ๆ 2-0 ฉลุยเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นทีมแรก ชำแหละจังหวะ คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ พลาดจุดโทษแต่กลับมาระเบิดฟอร์มยิง 1 จ่าย 1 เจาะสถิติเกมรุก 4 จตุรเทพไก่ฟ้า และความหนึบของ บูนู ที่ช่วยเซฟไม่ให้โดนถลุงยับ
ฝรั่งเศส ยังคงแรงไม่หยุด ช้างลากซุงก็หยุดไม่อยู่ ล่าสุดขนาดยิงจุดโทษพลาดก็ยังอุตส่าห์เชือด โมร็อกโก เบาะๆ 2-0 ฉลุยเข้ารอบตัดเชือกเป็นทีมแรกไปแบบที่ผู้ชมทางบ้านอย่างผมอยากบอกว่า...
1. งานของ 'พ่อไก่แจ้' ง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยนะครับ ขอโทษ เพราะตอนแรกเข้าใจว่าคงเจอเกมที่อึดอัดเสมอหนึ่งถูกกางเกงในเข้าตูด
ที่ไหนได้ พวกเขาครองบอลบุกกระหน่ำอยู่ข้างเดียว ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่ยอมให้คู่แข่งหือและอือเลย
2. ลูกทีมของ ดิดิเย่ร์ เดชองส์ ควรจะขึ้นนำ ตั้งแต่ครึ่งแรก เมื่อได้จุดโทษ
แต่กว่าที่ คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จะได้ยิงต้องรอเกือบ 3 นาที เพราะผู้ตัดสินมัวแต่เช็กโน่นเช็กนี่จนคนยิงยืนรอนานเกินไป
ว่าแล้ว 'ประธานเป้' ก็ทั้งยิงเบาเกินไป และไม่ได้หนีมือ
3. อีกจุดหนึ่งที่ช่วยยืดเวลาในการเดธห่าให้ โมร็อคโก ก็คือนายทวารจอมเก๋าของพวกเขาอย่าง 'บูนู' นี่แหละ
ตลอดทั้งเกม 'เลส์ เบลอส์' มีโอกาสถล่มตาข่ายทั้งหมดถึง 22 ครั้ง ตรงกรอบ 8 ครั้ง ถ้าไม่ได้นายประตูสายพันธุ์ปลาหมึกยักษ์ผู้นี้ช่วยเซฟเอาไว้หลายหน
ถังขี้น่าจะระเบิดไปแล้ว !!!
4. แม้จะสังหารจุดโทษพลาด แต่ 'พี่เป้' ไม่ได้เสียความมั่นใจอะไรเลย และยังคงตั้งหน้าตั้งตาโขยกใส่คู่แข่งแบบไม่ยั้งหยุด
นอกจากจะกระทุ้งประตูได้อีกแล้วยังเป็นคนแอสซิสต์ให้ อุสมาน เด็มเบเล่ กดอีก 1 ดอก
ยอดรวมตอนนี้คือ 8 ประตู เท่ากับ ลีโอเนล เมสซี่ แถมกะซวกไส้ไปแล้วถึง 20 ประตู จากการเล่นในฟุตบอลโลก 3 สมัย โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยิง อยม.
5. จัดเป็นอีกเกมในทัวร์นาเมนต์นี้ที่ ฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มการเล่นอันเปล่งปลั่งอย่างน่าขนพองสยองสยด
เกมรุกยังคงทรงประสิทธิภาพจาก 4 จตุรเทพไก่ฟ้าที่นอกจากจะดุดันและจัดจ้านแล้ว พวกแม่งยังบีบแย่งบอลเก่งชะมัดยาด
เกมรับก็เหนียวแน่น แถมไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่ง
คิดง่ายๆ โมร็อคโก มีโอกาสทำประตูครั้งแรกในนาทีที่ 49 จากลูกฟรีคิกที่ยิงไม่ตรงกรอบด้วย
คำถามคือใครจะหยุด 'เฟร้นช์ไฟร์' ชุดนี้ ???