นอกเหนือจากเรื่องในสนาม ฟุตบอลโลก 2026 อาจถูกจดจำจากเคสของ โฟลาริน บาโลกัน
คำถามคือ ฟีฟ่า ยังเป็นองค์กรที่ปลอดจากอิทธิพลทางการเมืองจริงหรือไม่
ประเด็นร้อนรอบ 16 ทีมสุดท้าย เริ่มจาก บาโลกัน ถูกไล่ออกในเกมกับ บอสเนียฯ
ตามกฎของ ฟีฟ่า ใบแดงหมายถึงโทษแบนอัตโนมัติหนึ่งนัด และไม่มีช่องทางอุทธรณ์ตามระเบียบการแข่งขัน
จากนั้นเรื่องกลับพลิกแบบไม่มีใครคาดคิด
ตามข้อมูลของ ดิ แอธเลติก เปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กริ๊งกร๊างโทรหา จานนี่ อินฟานติโน่ ประธาน ฟีฟ่า เพื่อขอให้มีการทบทวนบทลงโทษของกองหน้าตัวความหวังทีมชาติสหรัฐฯ
ท้ายสุด คณะกรรมการวินัยอิสระของ ฟีฟ่า ตัดสินใจระงับโทษแบน ทำให้ บาโลกัน กลับมามีสิทธิ์ลงเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับ เบลเยียม ได้
จากนั้น พ่อใหญ่ทรัมป์ ก็รีบโพสต์แสดงความยินดี และขอบคุณ ฟีฟ่า ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และแก้ไขความอยุติธรรมครั้งใหญ่
“Thank you to FIFA for doing what was right, and reversing a great injustice!”
อย่างไรก็ตาม เรื่องไม่ได้หยุดอยู่แค่สายโทรศัพท์จาก ทรัมป์
เพราะมีทีมกฎหมายเข้ามาช่วยผลักดันกระบวนการนี้ โดยมี ฮาวเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ และ สก็อตต์ กูดวิน ผู้สนับสนุนสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทด้วย
สมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ เริ่มรวบรวมข้อมูลทันทีหลังจบเกม
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการตั้งคำถามต่อ วีเออาร์ ว่ามีการใช้ภาพช้าและภาพหยุดนิ่งมากเกินไป จนส่งผลต่อการตัดสินของผู้ตัดสินในสนาม
ฟีฟ่า ไม่ได้ยกเลิกใบแดง แต่เลือกใช้ช่องทางอื่น คือการระงับโทษแบนเอาไว้
เพราะมันหนทางเดียวที่เปิดให้ บาโลกัน ลงสนามได้ ภายใต้ข้อบังคับปัจจุบันของ ฟีฟ่า
คำถามใหญ่จึงเกิดขึ้นทันที
ถ้ากฎเขียนไว้ชัดเจนว่าไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ แล้วเหตุใดกรณีนี้จึงมีข้อยกเว้นเกิดขึ้น
สำหรับ เบลเยี่ยม ไม่ผิดถ้าพวกเขามองว่า นี่ไม่ใช่เรื่องฟุตบอลอีกต่อไป
สมาคมฟุตบอลเบลเยียมออกแถลงการณ์ว่า พวกเขาประหลาดใจกับคำตัดสินดังกล่าว และกำลังศึกษาทางเลือกทุกอย่างที่เป็นไปได้
รูดี้ การ์เซีย กุนซือเบลเยียม ยิ่งพูดชัดกว่าเดิม คิดว่า April’s Fool Day ย้ายมาเป็นเดือน July
"ผมนึกว่าวันที่ 5 กรกฎาคม คือวันที่ 1 เมษายนเสียอีก"
เขาบอกว่าสมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยมไม่ได้ปกป้องตัวเอง ไม่ได้ปกป้องทีมชาติ แต่กำลังปกป้องฟุตบอล ปกป้องความซื่อสัตย์ และปกป้องจริยธรรมของกีฬา
คำถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง อินฟานติโน่ กับ ทรัมป์ จึงถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง
ฟีฟ่า มีข้อกำหนดเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง
องค์กรฟุตบอลควรปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือ ทว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความใกล้ชิดระหว่างสองคนนี้ถูกพูดถึงมาตลอด
อินฟานติโน่ เคยมอบ FIFA Peace Prize ให้ ทรัมป์
ฟีฟ่า เปิดสำนักงานใน Trump Tower
ฟุตบอลโลกจับสลากที่ วอชิงตัน ดีซี หลัง ทรัมป์ เสนอแนวคิดดังกล่าวกับประธาน ฟีฟ่า โดยตรง
หลายองค์กรก็เริ่มตั้งคำถามเช่นกัน
สมาชิกสภายุโรปกว่า 50 คน ส่งจดหมายเรียกร้องให้ ฟีฟ่า ตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเหมาะสมของความสัมพันธ์นี้
เรื่องของ บาโลกัน ยังทำให้หลายคนย้อนกลับไปนึกถึงกรณีอื่น
มาตราเดียวกันในระเบียบวินัย ฟีฟ่า เคยถูกใช้เพื่อระงับโทษแบนสองเกมจากทั้งหมดสามเกมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำให้เขาลงเล่นสองนัดแรกของฟุตบอลโลกได้
ปีที่ผ่านมา ฟีฟ่า ก็ถูกวิจารณ์ว่าเปลี่ยนเกณฑ์คัดเลือกบางอย่างเพื่อเปิดทางให้ อินเตอร์ ไมอามี่ ของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้เข้าร่วมชิงแชมป์สโมสรโลก
ภาพที่คนเห็นจึงเริ่มชัดขึ้น เมื่อเป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ หรือเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก กฎอาจถูกตีความได้ยืดหยุ่นกว่าปกติ
เสียงวิจารณ์ดังขึ้นเรื่อย ๆ เวย์น รูนี่ย์ เรียกเรื่องนี้ว่าความน่าอับอายอย่างแท้จริง
แกรี่ เนวิลล์ บอกว่าคำตัดสินนี้มีความไม่ชอบมาพากล
เอียน ไรท์ พูดถึงความซื่อสัตย์และความโปร่งใส พร้อมบอกว่าหลายเหตุการณ์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้น่าอับอาย
จนถึงตอนนี้ ฟีฟ่า ยังไม่ได้เปิดเผยเหตุผลอย่างเป็นทางการว่าเหตุใดจึงตัดสินใจระงับโทษของ บาโลกัน
คณะกรรมการวินัยสามารถปฏิเสธการเปิดเผยคำอธิบายได้ แม้จะมีการร้องขอก็ตาม
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ฟุตบอลโลก 2026 มีเรื่องให้ถกเถียงมากกว่าฟุตบอล
มันเป็นคำถามเกี่ยวกับกฎ เกี่ยวกับอำนาจ เกี่ยวกับความเป็นอิสระของ FIFA และเกี่ยวกับเส้นแบ่งระหว่างกีฬา กับ การเมือง
ทรัมป์ อาจไม่ได้เป็นคนปลดโทษ บาโลกัน ด้วยตัวเอง
แต่สายโทรศัพท์เพียงสายเดียวก็เพียงพอให้คนทั้งโลกเริ่มสงสัยว่า เขาเพิ่งมีอิทธิพลต่อฟุตบอลโลกครั้งนี้หรือไม่
คำตอบนั้นยังไม่มีใครรู้ ซึ่งที่แน่ ๆ ความเชื่อมั่นต่อระบบการแข่งขัน ได้มีแผลเปิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
HOSSALONSO