จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางทีมชาติอังกฤษ ยอมรับว่าชัยชนะเหนือ เม็กซิโก คือค่ำคืนที่ดีที่สุดในอาชีพการเล่นให้ทัพ "สิงโตคำราม" หลังฝ่าบรรยากาศกดดันที่ เอสตาดิโอ อัซเตก้า ก่อนคว้าชัยในเกมสุดวุ่นวายได้สำเร็จ
จู๊ด เบลลิงแฮม กลายเป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานผู้ล่วงลับของอาร์เจนตินา ที่ยิงได้ 2 ประตูในเกมฟุตบอลโลก 1986 ที่ เอสตาดิโอ อัซเตก้า ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับแฟนบอลอังกฤษแล้ว นั่นไม่ใช่สนามที่มีความทรงจำสวยงามนักจากเหตุการณ์ในอดีต
หลังจบเกม เบลลิงแฮม กล่าวกับ BBC ว่านี่อาจเป็นหนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ อังกฤษ ในช่วงหลายปีหลัง และอาจเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาจำได้ ทั้งในฐานะแฟนบอลและผู้เล่น
“ช่วงที่ผ่านมานี้ นี่อาจเป็นหนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ อังกฤษ อาจเป็นชัยชนะที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมจำได้ ทั้งในฐานะแฟนบอลหรือผู้เล่น"
"มันคือคืนที่ดีที่สุดในอาชีพทีมชาติอังกฤษ ของผม และอาจเป็นของพวกเราทุกคนด้วย มันเหลือเชื่อมาก ตอนนี้ผมอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้จริง ๆ"
ดาวเตะวัย 23 ปี ยอมรับว่าเกมนี้เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญ ทั้งประตู จุดโทษที่ทีมเสีย จุดโทษที่ทีมได้ และใบแดง จนทำให้เกมออกมาโกลาหลตลอดทั้งคืน พร้อมยกเครดิตให้ เม็กซิโก ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
"มันยากที่จะรวบรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งประตู จุดโทษที่เราเสีย จุดโทษที่เราได้ และใบแดง มันเป็นเกมที่โกลาหลมาก แต่ต้องให้เครดิต เม็กซิโก พวกเขายอดเยี่ยมจริง ๆ"
"เราไม่เคยประเมินพวกเขาต่ำไปแม้แต่นาทีเดียว และพวกเขาก็ดีอย่างที่เราคิดไว้จริง ๆ แต่ทีมชุดนี้แสดงให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ในคืนนี้ และผมภูมิใจมาก"
นอกจากนี้ เบลลิงแฮม ยังระบุว่า หากเป็นเมื่อก่อน เมื่อต้องเจอสถานการณ์กดดันแบบนี้ที่ เอสตาดิโอ อัซเตก้า อังกฤษ อาจจะไม่รอด แต่ทีมชุดปัจจุบันของ ทูเคิ่ล สามารถยืนหยัดร่วมกันจนถึงวินาทีสุดท้าย
"มีหลายช่วงเวลาที่กดดันมาก ซึ่งบางทีหากเป็นเมื่อก่อน อังกฤษ อาจจะไม่รอดแล้ว แต่ทีมชุดนี้ยืนหยัดร่วมกันจนถึงวินาทีสุดท้าย"
"นักเตะที่ถูกส่งลงมา ต่างวิ่งกันจนหมดแรง เอาตัวเข้าไปขวางทุกอย่าง นั่นคือสิ่งที่ทีมชุดนี้เป็น"
เบลลิงแฮม ต้องเจอกับการเข้าปะทะหนักจากผู้เล่น เม็กซิโก รวมถึงเสียงโห่จากแฟนบอลเจ้าถิ่นตลอดเกม แต่เจ้าตัวยืนยันว่าเขาประทับใจกับบรรยากาศฟุตบอลใน เม็กซิโก อย่างมาก
"บรรยากาศที่นี่คือดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในการเล่นฟุตบอลทีมชาติ ประเทศนี้ในฐานะชาติฟุตบอลยอดเยี่ยมมาก"
"การต้อนรับที่เราได้รับตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน แม้มันจะเป็นบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตร แต่มันก็เป็นสิ่งที่สวยงามมาก เมื่อได้เห็นว่าประเทศหนึ่งสามารถหลงใหลในทีมของตัวเองได้มากขนาดไหน"
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ อังกฤษ ผ่านบททดสอบสำคัญในฟุตบอลโลก 2026 พร้อมเพิ่มความมั่นใจครั้งใหญ่ ก่อนเดินหน้าสู่รอบต่อไป โดยจะไปเจอกับ นอร์เวย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ