อังกฤษ เหลือ 10 คนตั้งแต่นาที 54 แต่ยังยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันในอัซเตก้า ก่อนเฉือน เม็กซิโก 3-2 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026
เกมนี้มีทุกอย่าง ทั้งใบแดง จุดโทษ และค่ำคืนระดับตำนานของ จู๊ด เบลลิงแฮม
นี่คือเกมที่ โธมัส ทูเคิ่ล อยากควบคุมจังหวะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างโกลาหล
อังกฤษ เหลือผู้เล่น 10 คน โดนโหมบุกเกือบตลอดครึ่งหลัง
รับมือกับเสียงเชียร์จากแฟนบอลเม็กซิกัน เกือบแสนคน และต้องยื้อจนถึงนาที 103 กว่าจะได้ฉลองชัยชนะ
ช่วงเวลาหกนาทีตอนครึ่งแรกเปลี่ยนทิศทางของเกมทั้งหมด
นาที 36 เดแคลน ไรซ์ พาบอลขึ้นหน้า แล้วจ่ายให้ บูกาโย่ ซาก้า ก่อนจะเปิดด้วยเท้าขวาเข้าเขตโทษ
ลูกโหม่งของ แฮร์รี่ เคน ไปไม่ถึงบอล แต่ จู๊ด เบลลิงแฮม วิ่งสอดเข้ามาพอดีและโหม่งเสียบตาข่าย
อีกสองนาทีต่อมา อังกฤษ มาอีกครั้ง เอลเลียต แอนเดอร์สัน และ แอนโธนี่ กอร์ดอน ช่วยกันแย่งบอลจาก กิลเบร์โต้ โมร่า
เบลลิงแฮม แทงออกซ้ายให้ เคน กัปตันทีมชาติ อังกฤษ เลือกไม่ยิงเอง จ่ายคืนกลับมาให้ เบลลิงแฮม ที่อยู่ในตำแหน่งดีกว่า แล้วดาวเตะเรอัล มาดริด แปเข้าไปง่าย ๆ
2-0 อัซเตก้า ทั้งสนามเงียบลงชั่วขณะ
เม็กซิโก ตอบโต้กลับมาอย่างรวดเร็ว
ฮูเลียน กีโญเนส ยิงตีไข่แตกจากจังหวะเตะมุม หลัง เอซรี่ คอนซ่า สกัดบอลแรกออกมาได้ไม่ขาด
จากนั้นเจ้าภาพเริ่มเปิดเกมรุกเต็มกำลัง ราอูล ฮิเมเนซ มีโอกาสหลายครั้ง จอร์แดน พิคฟอร์ด ต้องออกแรงเซฟหลายจังหวะ
เบลลิงแฮม ยังลงมาช่วยเกมรับจนสามารถสกัดลูกโหม่งของ เซซาร์ มอนเตส ออกจากเส้นอันตรายได้ทันเวลา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาที 54 จาร์เรลล์ ควอนซาห์ วิ่งไล่ตาม เฆซุส กายาร์โด้
กองหลังคนใหม่ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พุ่งเข้าสกัด แต่เท้าเปิดสูงเกินไปและปะทะเข้าที่หน้าแข้งคู่แข่ง
ทั้งสองซุ้มม้านั่งลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากันทันที VAR ส่งผู้ตัดสินไปดูจอ สุดท้าย อังกฤษเหลือผู้เล่น 10 คน
ทูเคิ่ล จำต้องรีบทำอะไรสักอย่าง เขาส่ง จอห์น สโตนส์ ลงสนาม ขยับ คอนซ่า ไปเล่นแบ็กขวา ให้ทีมลงต่ำ
ช่วงท้ายเกมกลายเป็นระบบ 5-4-0 บางจังหวะ เคน ยืนอยู่คนเดียวด้านหน้า
หลายครั้งไม่มีผู้เล่นอังกฤษอยู่ในแดน เม็กซิโก เลย
อังกฤษ หาโอกาสสวนกลับได้จากความเร็วของ กอร์ดอน
หนึ่งในจังหวะสำคัญมาจากลูกเปิดยาวของ พิคฟอร์ด เคน พักบอลได้ กอร์ดอน หลุดเข้าไปก่อนถูก ราอูล รานเคล ทำฟาวล์
ผู้ตัดสินเป่าจุดโทษทันที เคน ยิงไม่พลาด อังกฤษ นำ 3-1
แต่ความวุ่นวายยังไม่จบ
เคน กลายเป็นคนเสียจุดโทษอีกฝั่ง
ราอูล ฮิเมเนซ ยิงผ่าน พิคฟอร์ด เม็กซิโกไล่มาเป็น 3-2
อัซเตก้า กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ช่วงเวลาที่เหลือคือการเอาตัวรอด
เม็กซิโก เปิดบอลเข้าเขตโทษรวม 49 ครั้ง
เอ็ดสัน อัลวาเรซ ได้โหม่ง ฮิเมเนซ ได้ยิง จอห์น สโตนส์ ต้องสกัดบอลหลายครั้ง
แดน เบิร์น ถูกส่งลงมาเป็นกำแพงสูง 6 ฟุต 7 นิ้ว เขาโหม่งสกัดแทบทุกลูกที่ลอยเข้ามาในกรอบเขตโทษ
แต่คนที่โดดเด่นที่สุดอาจเป็น พิคฟอร์ด
เขาเซฟลูกยิงของ ฮิเมเนซ ได้ตั้งแต่ต้นเกม ออกมาตัดบอลกลางอากาศได้อย่างแม่นยำ รับมือกับแรงกดดันได้ตลอดทั้งคืน และแทบไม่มีจังหวะผิดพลาดเลย
นี่ไม่ใช่เกมที่อังกฤษเล่นได้สมบูรณ์แบบ พวกเขาเสียการควบคุมแดนกลาง มีปัญหาเรื่องตำแหน่งแบ็กขวาตลอดทัวร์นาเมนต์
ควอนซาห์, รีซ เจมส์, เดแคลน ไรซ์, เจด สเปนซ์ และแม้แต่ ซาก้า ต่างเคยถูกใช้งานตรงนั้น
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลโลกไม่ได้ตัดสินจากความสวยงามเสมอไป
บางครั้งมันตัดสินกันที่การยืนหยัด การป้องกันเขตโทษ การรับมือกับเสียงเชียร์ของเจ้าภาพ และการเอาตัวรอดในเกมที่พร้อมจะหลุดมือได้ทุกวินาที
ทูเคิ่ล อยากเห็นทีมที่เล่นอย่างมีระบบ
เพียงแต่สิ่งที่เขาได้รับคือค่ำคืนฟุตบอลโลกที่ไม่มีใครลืม
อังกฤษ รอดชีวิตจาก อัซเตก้า
บางที การเป็นแชมป์โลกก็ต้องผ่านเกมแบบนี้ให้ได้ก่อนเสมอ
HOSSALONSO