เมื่อคืนฝันว่า คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ มาคุยด้วย แล้วเรียกไปถ่ายรูป ก่อนชวนไปนั่งข้างๆ เหมือนเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยกัน
จริงๆ นะ ฝันแบบนี้ จริง จริง ฮะ !
ไม่ต้องเชื่อก็ได้ แต่หลังจากไปดู ฝรั่งเศส ถล่ม สวีเดน 3-0 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่นิวเจอร์ซี่ย์ (สนามเมตไลฟ์ ปลายทางฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 ซึ่งจัดแข่งถึง 16 เมือง – 11 ในแดนลุงแซม, 3 แห่งในเม็กซิโก และ แคดานา แค่สองสังเวียน) มันคงติดอยู่ในหัวสมอง
ฝรั่งเศส เล่นได้เหมือนหน้าหนังสือพิมพ์ หน้าสื่อ หน้าโซเชียล ที่วิเคราะห์ก่อนแข่ง คุณยกย่องยังงัย พวกเค้าก็ทำเช่นนั้น
ครึ่งแรกท่ามกลางอากาศ ที่ร้อนดุเดือดต่อฝรั่งเค้า (แต่ใครคนนี้ ขอมีน้ำเปล่าฟรี ให้หยิบจากใน เพรส รูม ชั้น 5 ภายในสเตเดี้ยม คอยจิบเรื่อยๆ ก็ ok , เราคนไทย จะกลัวอะไรกับความร้อนระดับ 31-32 องศาเซลเซียล ที่ฟีลเหมือน 40 + ฮะ) ควรจะขึ้นนำตั้งแต่ ประธานเป้ หลุดเดี่ยวไปตรงกลาง แต่โดนเทคโนโลยีช่วยตัดสินว่า ล้ำนิดเดียว จากนั้น ทั้งประธานเป้ และ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ สองดาราตัวเอ้ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นนำมาในแนวรุก ก็ผลัดกันส่งบอลไปชนเสา
ดูสภาพความไม่พร้อมของสวีเดน เข้ารอบมาได้ก็แบบกระท่อนกระแท่น เกมกับญี่ปุ่น ส่งท้ายรอบแรก เห็นซามูไรบลูส์ ครองบอลนวด แต่รอดตัวแบ่งแต้มมาได้ ก็คิดว่า โดนลูกแรกเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็ไหลเอง ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ฮะ
จุดแข็งของฝรั่งเศส ที่มองเห็นได้ทันทีคือ ;
1.ทีมลงตัว มาตั้งแต่เกมแรก ..
เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ ครึ่งแรกกับเซเนกัล จังหวะการเข้าทำอาจจะเป็นรองเฉย แต่พอพักครึ่ง เปลี่ยนนิด สลับ โอลิเซ่ เข้ามาใน อุสมาน เดมเบเล่ นักเตะบัลลงดอร์ ออกด้านขวา ถึงแม้เคลื่อนกาย ย้ายจุดกันได้ … ปรากฎ บรรเจิดทันที
นัดนี้ บรัดเล่ย์ บาร์กโกล่า ตัวจี้ดที่ควรจะเป็นฮีโร่ ในช่วงท้ายนอร์มอล ไทม์ ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้โอกาสเป็นตัวจริงบ้าง และก็ตอบแทนเจ้านาย ด้วยการหลุดไปยิงคมๆ ต้นครึ่งหลัง, ได้ประตูตอนจะฮาล์ฟ-ไทม์ + ต้นครึ่งหลัง แบบนี้ ช่วยทำให้เล่นง่ายขึ้นอีก
ก็ไม่รู้ว่า บาร์กโกล่า ที่เกมในกรุ๊ปสเตจ เวลาเปลี่ยนตัวลงแล้วอิมแพคกับเกมได้ เป็นตัวสำรองที่ลงมายิงเซเนกัล ทางด้าน เดเด้ ก็เลยให้โอกาส หรืออีกมุมนึง มีแผนอยู่ในใจ ต้องการหมุนตัวเล็กน้อย เอาผู้เล่นฝีเท้าใกล้เคียงกัน ลงเล่นบ้าง อย่าง บาร์กโกล่า แทนเพื่อนร่วมสโมสร เดซีเร่ ดูเอ้ หรือแบ๊คซ้ายใช้ ลูกัส ดีล แทนที่ เตโอ แฟร์น็องเดซ (ถ้าผลงานแบบนี้ นัดหน้า บาร์กโกล่า ก็น่ายึดตำแหน่งแนวรุกกราบซ้ายได้นะ)
2. แนวรุกทั้งสี่ มีส่วนกับประตูโดยตรงหมด
เอาแค่เกมสอนสั่งสวีเดน เกมเดียว ทุกคนมีผลงานหมดนะครับ นำมาเลยก็ เอ็มบั๊ปเป้ กัปตันทีม ยิงอีก 2 ประตู นำดาวซัลโวร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ ยิงได้ครึ่งโหลกันแล้ว
หรือว่า จะได้วัดกันถึงปลายทางอีกครั้ง …
ตัวเด่นเคียงข้างกัน ต้องยกให้ ไมเคิล โอลิเซ่ น่าเสียดายที่ลูกเอียงตัววอลเล่ย์กลางอากาศแสนสวย บอลดันพุ่งไปชนเสาเสียนี่ หากการแอสซิสต์ 2 ลูกในสวีเดน นำทำเนียบแอสซิสต์ในฟุตบอลโลกหนนี้ที่ 5 ลูก
(ตามมาเป็น บรูโน่ กีมาไรซ์ บราซิล 4 หน รองลงไปก็เล่นในพรีเมียร์ลีกทั้งนั้นเลย มาร์ติน โอเดอการ์ด, โฟลเรียน เวียร์ซ และคนที่อาจจะร้องเฮ้ย ติดกับเขาด้วยเหรอ อเล็กซานเดอร์ อีซัค สามครั้งกันครับ --- ตกรอบไปแล้ว แต่ฟอร์มดี อีซัค ไปฮอลิเดย์ แล้วกลับมาซ้อมปรับตัวเตรียมฤดูกาลใหม่ดีๆ กับหงส์แดง นะน้องนะ พี่ขอร้อง!)
บาร์กโกล่า เอ่ยไปแล้วว่ายิงตอบแทนนาย ในขณะ นักเตะบัลลงดอร์คนล่าสุด เดมเบเล่ ที่ยิงในรายการนี้มาแล้ว 4 ประตู นัดนี้เป็นพระรองหน่อย ก็ยังมีแอสซิสต์กับประตูแรก
แล้ว ปารากวัย ที่จะเจอกันในวันชาติอเมริกา 4 กรกฎาคม ที่ฟิลาเดลเฟีย เมืองประกาศอิสรภาพจากอังกฤษเมื่อ 250 ปีก่อน ซึ่งใครคนนี้ ไม่พลาดครับ เพราะนั่งรถบัสไป 2 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นเอง จะวางแผนรับมืออย่างไร ?
3.ฟันธง ! ฝรั่งเศส เข้าชิงแล้วทีมนึง ..
ไม่ใช่ว่า ไม่ให้เกียรติทีมลาตินอเมริกา อย่าง ปารากวัย หรือคู่แข่งตามเส้นทางต่อจากนั้น
เห็นสปิริตในทีม เห็นภาพซึ้งที่ เอ็มบัปเป้ นำขบวน วิ่งกลับไปตรงม้านั่งสำรอง กอดกับ เจ้านาย - ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ที่เพิ่งเสียมารดาบังเกิดเกล้า เห็นบรรยากาศในทีม
เห็นความร้ายกาจในเกมรุก มีตัวเทคนิคจัดจ้าน ความเร็ว และต่างพร้อมจะเล่นลูกที่คาดไม่ถึงได้ตลอด
กล้าพูดได้ว่า ฝรั่งเศส นาทีนี้ มีความโดดเด่นเหนือกว่าทุกทีม
แน่นอนว่า เราก็รักเมสซี่ และฟ้า-ขาวก็ยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่ก็สามารถพูดเล่นๆ ได้ว่า “เมสซี่ ให้บอลใครไป ไม่ต้องไปตาม เพราะเดี๋ยวบอลก็กลับมาที่เมสซี่”
คุณไม่สามารถทำได้กับ ฝรั่งเศส ชุดนี้ ซึ่งปาทริค วิเอร่า บอกว่าแข็งเทียบเท่า หรือดีกว่า ชุดแชมป์โลก ฟร้องซ์ 98 เสียอีก (แต่แน่นอน คุณจะพูดแบบนั้นได้ เมื่อได้ชูโทรฟี่แล้ว)
ในรอบแรก ฝรั่งเศส ต้องเจอการดีเลย์ระหว่างเกม ที่ฟิลาเดลเฟีย เพราะมีเหตุฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ขึ้น (ฝนตกหนัก ถ้าฟ้าไม่ลงก็เล่นได้) พอมาเล่นกับสวีเดน เจอฮีตเวฟ ร้อนจัดในเมืองที่ไม่มีหลับใหลแห่งนี้
ไม่ว่าจะเจออากาศแบบไหน ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วง
ถ้าถามว่า ใครจะหยุดฝรั่งเศส ได้บ้าง ?
ใครคนนี้เกาหัวอันมีเสน่ห์คล้าย อาร์เน่อ สล็อต และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก่อนตอบว่า “ก็คงต้องให้ ฝรั่งเศส หยุดตัวเอง นั่นแหล่ะมั้ง!” เช่นนัดสำคัญ ท้ายทัวร์นาเมนต์ ผู้เล่นตัวสำคัญขาดหายพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะโดนแบนหรือการบาดเจ็บ
แต่ถ้าสามารถใช้งานกันได้ครบครบ ไรอัน แชร์กี ที่เป็นสตาร์โดดเด่นของแมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ยังได้โอกาสเล่นแค่น้อยนิด
ใครจะไปเล่นกับคุณครับ ฮ่า ฮ่า ..
-ลิตเติ้ลโจ-