ดีอาร์ คองโก ทำให้ อังกฤษ เจอปัญหาอีกครั้ง แต่ โธมัส ทูเคิ่ล ก็ไม่ได้เปลี่ยนแนวทางการเล่น ส่วน แฮร์รี่ เคน มอบค่ำคืนที่อาจกลายเป็นโมเมนต์สำคัญที่สุดในนามทีมชาติ
ประโยคที่ โธมัส ทูเคิ่ล พูดตอนช่วงพักไฮเดรชั่นเบรคบ่งบอกถึงแนวคิดของ อังกฤษ ชุดนี้
"Keep pounding the rock, keep knocking, don't give in, do what we believe in."
แปลได้ประมาณว่า "ทุบหินต่อไป เคาะไปเรื่อย ๆ อย่ายอมแพ้ เชื่อในสิ่งที่เราทำ"
พวกเขาจะไม่เปลี่ยนตัวตนเพราะเสียประตู จะไม่เปลี่ยนระบบเพราะถูกนำ และจะไม่ทิ้งแผนที่ซ้อมมาตลอดหลายเดือนเพียงเพราะเกมหนึ่งเกมกำลังผิดทาง
คล้ายกับสิ่งที่ แอนโธนี่ แบร์รี่ ให้สัมภาษณ์ช่วงพักครึ่งที่ว่า “ไม่ใช่เวลาที่ต้องตื่นตระหนกและบุกแบบไม่คิดชีวิต”
ก่อนแข่ง ทูเคิ่ล วิเคราะห์คู่แข่งเอาไว้ชัดเจน
เขาคาดว่า ดีอาร์ คองโก จะมาในระบบ 5-3-2 เล่นรับลึก เปลี่ยนจังหวะเพรส และโจมตีด้วยบอลยาวกับจังหวะเก็บบอลสอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างออกไปทั้งหมด
ดีอาร์ คองโก มาในระบบ 4-1-4-1 เล่นฟุตบอลเชิงรุก พยายามครองบอล ต่อบอลสั้น สร้างโอเวอร์โหลดตรงแดนกลาง
พวกเขาเล่นคล้าย กานา ทีมที่เคยสร้างปัญหาให้อังกฤษในรอบแบ่งกลุ่ม
เซบาสเตียน เดซาบร์ อธิบายเหตุผลหลังเกมว่า ดีอาร์ คองโก ต้องการปิดพื้นที่ตรงกลางให้ดีขึ้น
เป้าหมายคือหยุดการขึ้นเกมของ อังกฤษ โดย เอลเลียต แอนเดอร์สัน
กองหน้าของ ดีอาร์ คองโก เลยถูกสั่งให้ไล่กดดันเหมือนที่ กานา เคยใช้ จอร์แดน อายิว ทำมาก่อน
ดีอาร์ คองโก มีจังหวะชิ่งเร็ว การเติมจากแนวรับ มีฟูลแบ็กดันสูง มิดฟิลด์คอยวิ่งสอดเข้ากรอบเขตโทษ
ประตูขึ้นนำสะท้อนเรื่องนี้อย่างชัดเจน
เฌด สเปนซ์ ขยับเข้าด้านในตาม โนอาห์ ซาดิกี้ อารอน วาน-บิสซาก้า เติมขึ้นมาอีกฝั่ง
อังกฤษ ต้องรับมือกับผู้เล่นหลายคนในเวลาเดียวกัน
สุดท้าย ไบรอัน ซิเปนก้า ยืนว่างที่เสาสองและยิงเข้าไป
อังกฤษ ไม่เคยเตรียมรับมือระบบที่มีปีกแบบนี้
ทูเคิ่ล ยอมรับหลังเกมว่า อังกฤษ เพรสกันไม่ถูกจังหวะ ช่วง 20 นาทีแรก เซ็นเตอร์แบ็กอ่านเกมคู่แข่งได้ยาก
อังกฤษ เจอปัญหา แต่ไม่ได้ตื่นตระหนก
ช่วงพักครึ่ง xG ของ อังกฤษ เกิน 1.0 ไปแล้ว
ลิโอเนล เอ็มปาซี่ คือผู้เล่นที่ดีที่สุดของ ดีอาร์ คองโก
อังกฤษ สร้างโอกาสได้ พวกเขายังเชื่อว่าแผนเดิมจะทำงาน และทูเคิ่ลก็ย้ำแบบเดิม
อังกฤษ จะเล่นด้วยปีกสองคนเสมอ ยืนกว้าง คอยดึงแนวรับออกจากตำแหน่ง และถ้าเจอปัญหาก็เปลี่ยนคนอื่นตำแหน่งเดียวกันลงมาสลับเล่น
มาร์คัส แรชฟอร์ด, โนนี่ มาดูเอเก้, แอนโธนี่ กอร์ดอน, บูกาโย่ ซาก้า
ใครลงสนามก็ทำหน้าที่แบบเดียวกัน
อังกฤษ อาจหมดไอเดียในบางเกม แต่พวกเขาจะไม่เสียรูปทรง และเมื่อถึงเวลาที่ต้องมีคนรับผิดชอบ แฮร์รี่ เคน ก็ทำหน้าที่นั้น
อังกฤษ เล่นฟุตบอลมา 154 ปี มีนักเตะระดับตำนานมากมาย แต่ไม่เคยมีใครเหมือน แฮร์รี่ เคน
15 นาทีสุดท้าย อังกฤษ กำลังจะตกรอบ ตามหลัง 0-1
โปรเจ็คของ ทูเคิ่ล กำลังจะพังตั้งแต่รอบแรกน็อกเอาต์ แล้ว เคน ก็เปลี่ยนทุกอย่าง
เดแคลน ไรซ์ เติมขึ้นมาทางขวา เปิดเข้ามาให้ แอนโธนี่ กอร์ดอน แล้ว กอร์ดอน เปิดย้อนกลับเข้าเขตโทษ เคน สลัดตัวประกบ ถอยออกจากพื้นที่ที่ถูกประกบ กระโดดขึ้นโหม่งส่งบอลผ่านมือ เอ็มปาซี่
แล้วอีก 11 นาทีต่อมา คือจังหวะที่ทุกคนจะจำ
กอร์ดอน จ่ายบอลให้ เคน เขาหันหลังให้ประตู มีผู้เล่นเสื้อสีน้ำเงินล้อมรอบ ช็องเซล เอ็มเบ็มบ้า อยู่ด้านหลัง เคน ไม่มองหาทางจ่าย เขามองหาพื้นที่ยิง แตะบอลหนี หมุนตัว แล้วอัดเต็มข้อด้วยเท้าขวา
ความเร็วบอลวัดได้ 94 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เอ็มปาซี่ ไม่ได้ขยับ เขาเห็นบอลอีกครั้งตอนมันเด้งออกมาจากตาข่ายแล้ว
นี่คือประตูที่พา อังกฤษ ได้ไปต่อ เป็นประตูที่ทำให้ เคน ยิงรวมในฟุตบอลโลก 13 ประตู แซง เปเล่ ขึ้นไปรั้งอันดับ 6 ร่วมตลอดกาล
เคน ยิงให้ อังกฤษ ไปแล้ว 84 ประตู อันดับสองอย่าง เวย์น รูนี่ย์ มีเพียง 53 ประตู
เคน ทำ 20 ประตูในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทำลายสถิติแทบทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขายังไม่มีคือโมเมนต์สวย ๆ ในนามทีมชาติ แล้ววันนี้มันก็เป็นแบบนั้น
ประตูที่อยู่ในความทรงจำของคนทั้งประเทศ เหมือนลูกชิปของ พอล แกสคอยน์ เหมือนฟรีคิกของ เดวิด เบ็คแฮม
เพราะมันเกิดขึ้นตอน อังกฤษ กำลังจะตกรอบ แล้วได้ผ่านไปเจอ เม็กซิโก ที่ เอสตาดิโอ อัซเตก้า
อย่างไรก็ตาม พวกเขายังต้องแก้ปัญหาอีกหลายอย่าง
เกมรับยังไม่นิ่ง ความเฉียบคมยังดีไม่พอ การรับมือแรงกดดันยังต้องพัฒนา
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแล้ว อังกฤษ ของ ทูเคิ่ล จะไม่เปลี่ยนแนวทาง และตราบใดที่พวกเขายังมี แฮร์รี่ เคน
พวกเขายังมีความหวัง คุณแค่ต้องมีคนที่พร้อมแบกทุกอย่างไว้บนบ่า และในคืนที่ อังกฤษ กำลังจะกลับบ้าน
แฮร์รี่ เคน เลือกจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น
-HOSSALONSO-