เจอร์เก้น คล็อปป์ อดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของ วีเออาร์ ในเกมที่ เยอรมนี พ่าย ปารากวัย ตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 พร้อมพาดพิงถึง อาร์เซน่อล ในเชิงประชดประชัน
เยอรมนี จอดป้ายเพียงรอบ 32 ทีม หลังเสมอกับ ปารากวัย 1-1 ในเวลา 120 นาที ก่อนพ่ายดวลจุดโทษที่เมือง บอสตัน
ปารากวัย เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจาก ฆูลิโอ เอ็นซีโซ่ ขณะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ยิงตีเสมอให้ เยอรมนี นาทีที่ 54
จังหวะสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อ โจนาธาน ทาห์ โหม่งบอลเข้าประตูได้สำเร็จ และดูเหมือนจะเป็นประตูชัยของ เยอรมนี
อย่างไรก็ตาม วีเออาร์ ได้เรียกผู้ตัดสินกลับไปตรวจสอบภาพช้า ก่อนมีการตัดสินว่า วัลเดมาร์ อันตอน ไปทำฟาวล์ ออร์ลันโด้ กิลล์ ผู้รักษาประตูของ ปารากวัย ส่งผลให้ประตูดังกล่าวถูกยกเลิก
แม้จะมีการปะทะกันจริง แต่หลายฝ่ายมองว่าผู้รักษาประตูปารากวัยล้มลงง่ายเกินไป และการริบประตูครั้งนี้ถือเป็นคำตัดสินที่ค่อนข้างรุนแรง
คล็อปป์ แสดงความคิดเห็นผ่าน MagentaTV ว่า "ถ้าประตูนี้ผิดกติกา อาร์เซน่อล ก็คงไม่ได้เป็นแชมป์อังกฤษ"
"พวกเขาทำประตูในลักษณะนี้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของประตูทั้งหมด"
"เมื่อบอลเข้าประตู เราควรเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่โหดร้าย"
ด้าน ดาร์เรน แคนน์ อดีตผู้ช่วยผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก ก็ยอมรับว่าแปลกใจกับคำตัดสินดังกล่าวเช่นกัน
"สำหรับผม มันเป็นการฟาวล์ที่เบามาก"
"เราเห็นหลายประตูถูกริบในทัวร์นาเมนต์นี้จากจังหวะเล็กน้อย แต่ผมยังมองว่าจังหวะนี้ไม่หนักพอที่จะยกเลิกประตู"
นอกจากนี้ คล็อปป์ ยอมรับว่าเป็นค่ำคืนอันเจ็บปวดของวงการฟุตบอลเยอรมัน
"มีเรื่องที่เลวร้ายกว่าความพ่ายแพ้ในกีฬา แต่เรามีเพียงเป้าหมายเดียว และความฝันนั้นได้พังทลายลง"
"มีหนทางเป็นร้อยเป็นพันวิธีที่จะชนะเกมฟุตบอล คุณแค่ต้องหาสักวิธีให้เจอ"
สำหรับ ปารากวัย จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปพบผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส กับ สวีเดน ต่อไป