เยอรมนีจอดป้ายแค่รอบ 32 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 หลังดวลจุดโทษสุดระทึกพ่ายปารากวัย 3-4 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ส่งผลให้ทัพอินทรีเหล็กยุติเส้นทางทันที
ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เยอรมนี แชมป์กลุ่ม อี ดวล ปารากวัย หนึ่งในทีมอันดับสามดีที่สุด โดยผู้ชนะจะคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปพบกับผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือสวีเดน ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้
เปิดฉากครึ่งแรก เยอรมนี โหมบุกและกดดันอย่างหนัก แม้จะเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าแต่หาโอกาสเข้าไปยิงไม่ได้เลย
แถมท้ายครึ่งแรก นาที 42 กลายเป็น ปารากวัย ที่ใช้โอกาสไม่เปลืองจากจังหวะลูกเตะมุมเข้ามา แล้วเก็บจังหวะสองได้ต่อเนื่องไหลออกขวาให้ มาตีอัส กาลาร์ซ่า ครอสไปกลางประตูให้ ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ ขึ้นโขกเข้าไปจมตาข่าย ก่อนจบครึ่งแรก ปารากวัย ขึ้นนำเยอรมนี 1-0
ครึ่งหลัง นาที 54 เยอรมนี มาทวงประตูไล่ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เปิดบอลเข้ามาให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ขึ้นโขกเช็ดบางๆ บอลตกลงพื้นเสียบตาข่ายเข้าไป
นาที 78 อีกครั้งที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ขึ้นโขกอีกครั้งหลังบอลครอสจากด้านข้างเข้ามาแต่บอลก็ยังไปติดเซฟของ ออร์ลันโด้ กิลล์ นายด่านของปารากวัยที่เซฟไว้ได้
ช่วงเวลาที่เหลือไม่สามารถยิงประตูเพิ่มได้ จบ 90 นาทียังเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที ซึ่งหากยังตัดสินหาผู้ชนะไม่ได้ต้องฎีกาชี้ขาดด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ
นาที 102 ทัพอินทรีเหล็กต้องเฮเก้อหลัง นาธาเนียล บราวน์ เปิดเตะมุมมาเสาไกลให้ โจนาธาน ทาห์ ขึ้นโขกเต็มหัวส่งบอลเข้าไปแล้ว แต่หลังเช็ก VAR ผู้ตัดสินเป่าไม่ให้ประตูเนื่องจาก วัลเดมาร์ อันตอน ไปฟาวล์ใส่ ออร์ลันโด้ กิลล์ นายด่านของปารากวัยก่อน สกอร์ยัง 1-1 เหมือนเดิม
นาที 119 เยอรมนีได้ลุ้นหลังบอลเปิดจากเตะมุมมาให้ วัลเดมาร์ อันตอน ขึ้นโขกเดี่ยวๆแต่บอลไปตรงตัว ออร์ลันโด้ กิลล์ อย่างน่าเสียดาย จบ 120 ยังเสมอกัน 1-1 ต้องไปตัดสินดวลการดวลลูกที่จุดโทษ
การดวลในช่วง 5 คนแรก ทั้งสองทีมยิงพลาดฝั่งละ 2 คน โดย เยอรมนี พลาดจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ และ นิค โวลเทอมาเดอ ส่วน ปารากวัย ยิงไม่เข้าจาก อันโตนิโอ ซานาเบรีย และ ฟาเบียน บัลบูเอน่า ทำให้สกอร์เสมอกัน 3-3 ต้องดวลซัดเด้นเดธ
กระทั่ง โจนาธาน ทาห์ รับหน้าที่ยิงคนที่ 6 ให้ เยอรมนี แต่ซัดข้ามคานอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่ โฮเซ่ คานาเล จะสังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็น พา ปารากวัย คว้าชัย 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปรอพบผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือสวีเดน
ส่วนทัพ "อินทรีเหล็ก" ต้องยุติเส้นทางไว้เพียงรอบ 32 ทีมสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย
รายชื่อตัวจริงทั้่งสองทีม
เยอรมนี (4-2-2-2) : 1 มานูเอล นอยเออร์ - 6 โยชัว คิมมิช (กัปตันทีม), 2 อันโตนิโอ รือดิเกอร์, 4 โจนาธาน ทาห์, 18 นาธาเนียล บราวน์ - 23 เฟลิกซ์ เมชา, 5 อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช - 19 เลรอย ซาเน่, 17 โฟลเรียน เวียร์ตซ์ - 7 ไค ฮาแวร์ตซ์, 26 เดนิซ อุุนดาฟ,
ปารากวัย (4-1-4-1) : 12 ออร์ลันโด้ กิลล์ - 4 ฮวน โฮเซ่ กาเซเรส, 15 กุสตาโว่ โกเมซ (กัปตันทีม), 13 โชเซ่ กานาเล่, 6 จูเนียร์ อลอนโซ่ - 14 อันเดรส กูบาส - 10 มิเกล อัลมิรอน, 16 ดาเมียน โบบาดิลญา, 23 มาตีอัส กาลาร์ซ่า, 19 ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ - 21 กาเบรียล อาวาโลส
ผู้ตัดสิน : จาลาล จายเอ็ด (โมร็อกโก)