กองทัพเดินด้วยท้อง ความสำเร็จมาจากอาหารชั้นดี! อาร์เจนตินา กำลังเตรียมขนเนื้อวัวของตัวเองไปยังสหรัฐอเมริกา หลังจากแนวทางดังกล่าวเคยช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์
ทัพ "ฟ้า-ขาว" เป็นที่รู้กันดีว่ามักนำวัฒนธรรมการรับประทานอาหารประจำชาติติดตัวไปด้วยในการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งทัวร์นาเมนต์ครั้งต่อไปซึ่งมีเจ้าภาพร่วม 3 ชาติ (สหรัฐฯ, แคนาดา, เม็กซิโก) ที่เปิดฉากขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.
ย้อนกลับไปในปี 2022 อาร์เจนตินา และอุรุกวัย ได้ทำข้อตกลงกับสมาคมฟุตบอลของตนเอง เพื่อนำเข้าเนื้อสัตว์จากประเทศบ้านเกิดไปยังประเทศ กาตาร์ ก่อนเริ่มการแข่งขันโด ยอาร์เจนตินา ขนเนื้อวัวไปมากถึง 900 กิโลกรัมเลยทีเดียว
บางทีสิ่งนี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยเล็กๆ ที่ช่วยให้ ลิโอเนล เมสซี่ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกในอาชีพได้สำเร็จ!!
แม้แต่ตอนที่ทีมกำลังเลือกสถานที่เก็บตัวสำหรับการแข่งขันที่กินเวลาหนึ่งเดือน พวกเขาก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีพื้นที่สำหรับจัดบาร์บีคิวแบบดั้งเดิมกลางแจ้งของชาวอเมริกาใต้ หรือที่เรียกว่า "อาซาโด" (Asado)
แหล่งข่าวจากสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (เอเอฟเอ) เปิดเผยว่า "เราเดินทางไปดูสถานที่แห่งนี้หลายครั้งก่อนตัดสินใจเลือก เพราะนอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีพื้นที่กลางแจ้งสำหรับจัดงานอาซาโดด้วย”
"เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับนักเตะ รวมถึงชาวอาร์เจนไตน์โดยทั่วไป เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของเรา เราต้องการให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านตลอดช่วงเวลาที่พำนักในกาตาร์ และวิธีที่ดีที่สุดในการทำเช่นนั้นก็คือการทำให้พวกเขาได้ลิ้มรสอาหารและบรรยากาศจากบ้านเกิด ขณะเดียวกันก็มีสมาธิกับการแข่งขันฟุตบอลอย่างเต็มที่"
นอกจากการรับประทานในสไตล์อาซาโดจะเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวอาร์เจนไตน์แล้ว เนื้อวัวคุณภาพสูงยังอุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยให้นักเตะเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ เพิ่มประสิทธิภาพในการลำเลียงออกซิเจนภายในร่างกาย และฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังการฝึกซ้อมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การหม่ำอาหารตามประเพณีของพวกเขา มีส่วนในการสร้างความสัมพันธ์ให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน และนำไปสู่การคว้าแชมป์เวิลด์ คัพ 2022 ซึ่งเป็นสมัยที่ 3 ของ อาร์เจนตินา หลังดวลจุดโทษชนะ ฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกชาติในทวีปอเมริกาใต้ที่จะยึดถือวัฒนธรรมบาร์บีคิวแบบเดียวกับอาร์เจนตินา ด้าน บราซิล เลือกนำกาแฟและเครื่องปรุงรสจากบ้านเกิดติดตัวไปด้วย รวมถึงแป้งมันสำปะหลัง (Cassava Flour) จำนวน 30 กิโลกรัม เพื่อใช้ปรุง "ฟาโรฟา" (Farofa) อาหารยอดนิยมของชาวบราซิล
สำหรับ ฟาโรฟา เป็นเครื่องเคียงแบบดั้งเดิมที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังคั่ว มักรับประทานคู่กับเนื้อสัตว์หรืออาหารจานหลัก และถือเป็นหนึ่งในอาหารที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของบราซิลได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ชาติอื่นๆ ทั่วโลกก็มีวิธีนำเมนูจากบ้านเกิดติดตัวไปสู่ฟุตบอลโลกเช่นกัน ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบีย ขนอินทผลัมจากประเทศของตนเองมูลค่าราว 750,000 ปอนด์ (ประมาณ 32.25 ล้านบาท) ไปยังการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย
การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของอาหารประจำชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่หลายทีมชาติพยายามรักษาไว้แม้ต้องใช้ชีวิตอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลาหลายสัปดาห์ระหว่างการแข่งขันรายการใหญ่ระดับโลก