พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเจ อาร์เจนตินา แชมป์เก่าที่นำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี ถูกยกเป็นตัวเต็งของกลุ่ม ขณะที่ ออสเตรีย และ แอลจีเรีย พร้อมสอดแทรกแย่งตั๋วรอบน็อกเอาต์ ส่วน จอร์แดน หวังสร้างประวัติศาสตร์ในการเล่นเวิลด์คัพครั้งแรก
ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม เจ ประกอบด้วย อาร์เจนตินา, แอลจีเรีย, ออสเตรีย และ จอร์แดน โดยทัพ "ฟ้าขาว" แชมป์โลก 2022 ถูกมองว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มจากขุมกำลังที่ยังคงเต็มไปด้วยนักเตะระดับแถวหน้าของยุโรป
แม้ ลิโอเนล เมสซี จะเข้าสู่วัย 38 ปีแล้ว แต่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีมชุดนี้ ขณะที่ ออสเตรีย และ แอลจีเรีย ต่างมีคุณภาพมากพอที่จะขับเคี่ยวกันเพื่อแย่งตำแหน่งรองแชมป์กลุ่ม
ด้าน จอร์แดน สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก และหวังใช้โอกาสนี้สร้างความประทับใจบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
โปรแกรมการแข่งขันกลุ่ม เจ
นัดแรก
นัดที่ 2
นัดสุดท้าย
------------------------------------
อาร์เจนตินา : แชมป์เก่าพร้อมภารกิจป้องกันบัลลังก์โลก
แชมป์โลกปี 2022 ยังคงรักษาแกนหลักของทีมเอาไว้ได้เกือบทั้งหมด แม้จะไม่มีนักเตะอย่าง อังเคล ดิ มาเรีย, เปาโล ดีบาล่า และ อเลฮานโดร การ์นาโช่ แต่ขุมกำลังโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง
แนวรุกนำโดย ลิโอเนล เมสซี, ฮูเลียน อัลวาเรซ และ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ขณะที่แดนกลางเต็มไปด้วยคุณภาพจาก อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, โรดรีโก้ เด ปอล และ เลอันโดร ปาเรเดส
แนวรับมี คริสเตียน โรเมโร่, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, นิโกลัส โอตาเมนดี้ รวมถึงนายด่านจอมหนึบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ
ด้วยประสบการณ์และคุณภาพของนักเตะ ทำให้ อาร์เจนตินา ถูกยกให้เป็นทีมที่มีโอกาสสูงที่สุดในการจบอันดับหนึ่งของกลุ่ม
กุนซือข้างสนาม : ลิโอเนล สกาโลนี่
กุนซือผู้พา อาร์เจนตินา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 และยังได้รับความไว้วางใจให้นำทีมลุยศึกป้องกันแชมป์ โดยทัวร์นาเมนต์นี้อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของ เมสซี
นักเตะน่าจับตา : ลิโอเนล เมสซี
ตำนานลูกหนังผู้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และกำลังลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ในฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของอาชีพ
------------------------------------
แอลจีเรีย : จิ้งจอกทะเลทรายหวังกลับสู่รอบน็อกเอาต์
แอลจีเรีย ผ่านฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วหลายครั้ง และมีเป้าหมายสำคัญคือการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ให้ได้อีกครั้ง
เกมรุกนำโดย ริยาด มาห์เรซ อดีตปีกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร่วมกับ อามีน กูอิรี่ ขณะที่แดนกลางมี ฮุสเซ็ม อาอูอาร์, อิบราฮิม มาซา และ นาบิล เบนทาเล็บ
แนวรับนำโดย รายาน เอต์-นูรี และ รามี เบนเซไบนี่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของทีม
ประสบการณ์ในระดับนานาชาติและคุณภาพของผู้เล่นหลายรายทำให้ แอลจีเรีย มีศักยภาพเพียงพอที่จะเบียดแย่งตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้าย
กุนซือข้างสนาม : วลาดิมีร์ เพ็ตโควิช
อดีตกุนซือทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเข้ามารับงานคุมทีมในปี 2024 พร้อมภารกิจพาแอลจีเรียกลับสู่ความสำเร็จบนเวทีโลก
นักเตะน่าจับตา : ริยาด มาห์เรซ
กัปตันทีมผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ และยังคงเป็นศูนย์กลางเกมรุกของทัพจิ้งจอกทะเลทราย
------------------------------------
ออสเตรีย : ขุมกำลังยุโรปเต็มพิกัดพร้อมลุ้นเข้ารอบ
ออสเตรีย กลับสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 และมาพร้อมขุมกำลังที่ค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรปหลายราย
กัปตันทีมคือ ดาบิด อลาบา แนวรับจอมเก๋าจาก เรอัล มาดริด ขณะที่แดนกลางมี ซาเวอร์ ชลาเกอร์, มาร์เซล ซาบิตเซอร์ และ คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้า
จุดเด่นของทีมอยู่ที่ระบบการเล่นที่มีวินัยสูงและการเพรสซิ่งตามสไตล์ของกุนซือ
หากสามารถเก็บแต้มจาก แอลจีเรีย ได้สำเร็จ พวกเขามีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
กุนซือข้างสนาม : ราล์ฟ รังนิค
กุนซือชาวเยอรมันผู้ได้รับการยอมรับเรื่องการสร้างระบบเพรสซิ่งสมัยใหม่ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนา ออสเตรีย ชุดปัจจุบัน
นักเตะน่าจับตา : มาร์เซล ซาบิตเซอร์
มิดฟิลด์มากประสบการณ์จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ผู้มีบทบาทสำคัญทั้งการสร้างสรรค์เกมและการยิงประตูจากแถวสอง
------------------------------------
จอร์แดน : หน้าใหม่ของเวทีโลกที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์
จอร์แดน ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจของรอบคัดเลือก
ผู้เล่นส่วนใหญ่ค้าแข้งในลีกภายในประเทศและตะวันออกกลาง โดยมี มูซา อัล-ตามารี และ อิบราฮิม ซาบรา เป็นสองกำลังหลักที่เล่นอยู่ในยุโรป
อย่างไรก็ตาม ทีมต้องเผชิญข่าวร้ายเมื่อ ยาซาน อัล-นาอิมัต กองหน้าตัวความหวังได้รับบาดเจ็บจนพลาดการแข่งขัน
แม้จะเป็นทีมรองบ่อนของกลุ่ม แต่ความกระหายและแรงจูงใจอาจช่วยให้พวกเขาสร้างเซอร์ไพรส์ได้
กุนซือข้างสนาม : จามาล เซลลามี
กุนซือชาวโมร็อกโกที่เข้ามาคุมทีมในปี 2024 และพา จอร์แดน สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ
นักเตะน่าจับตา : มูซา อัล-ตามารี
แนวรุกตัวเก่งที่ได้รับฉายาว่า "เมสซีแห่งจอร์แดน" จากความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลอันโดดเด่น
วิเคราะห์กลุ่ม เจ
บนกระดาษแล้ว อาร์เจนตินา ดูเหนือกว่าคู่แข่งร่วมกลุ่มอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องประสบการณ์ คุณภาพนักเตะ และความลงตัวของทีม ทำให้โอกาสคว้าแชมป์กลุ่มค่อนข้างสดใส
ตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มน่าจะเป็นการต่อสู้ระหว่าง ออสเตรีย และ แอลจีเรีย โดยทั้งสองทีมมีขุมกำลังใกล้เคียงกันและเกมที่พบกันในนัดสุดท้ายอาจกลายเป็นแมตช์ตัดสินชะตา
ส่วน จอร์แดน แม้จะถูกมองว่าเป็นทีมที่อ่อนที่สุดของกลุ่ม แต่การได้ลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกอาจเป็นแรงผลักดันสำคัญให้พวกเขาสู้ได้อย่างเต็มที่
หากไม่มีเหตุการณ์พลิกล็อกครั้งใหญ่ อาร์เจนตินา มีโอกาสสูงที่จะเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ขณะที่ตั๋วอีกใบยังเปิดกว้างสำหรับ ออสเตรีย และ แอลจีเรีย ที่พร้อมขับเคี่ยวกันจนถึงนัดสุดท้าย