คาร์โล อันเชล็อตติ ตัดสินใจเสี่ยงครั้งใหญ่ในบอลโลก 2026 ด้วยการเลือก เนย์มาร์ ที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ติดทัพแซมบ้า พร้อมเมินเรียก กาเบรียล เชซุส และสตาร์คนอื่นเข้าทีม
บราซิลจะเริ่มต้นเส้นทางในศึก ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการพบกับโมร็อกโกในวันเสาร์นี้ และแม้จะเป็นแชมป์โลก 5 สมัย แต่พวกเขากลับไม่ได้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเต็งอันดับต้นๆ เทียบเท่ากับทีมอย่างฝรั่งเศส, อาร์เจนตินา และสเปน
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ คาร์โล อันเชล็อตติ ตัดสินใจเสี่ยงเดิมพันกับทั้งประสบการณ์และสภาพความฟิตของ เนย์มาร์ ขณะที่แนวรุกของทีมยังขาดกองหน้าตัวเป้าที่พิสูจน์ตัวเองในระดับสูงได้อย่างชัดเจน
แม้ทัพ "เซเลเซา" จะมีนักเตะพรสวรรค์สูงอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ และ ราฟินญ่า แต่พวกเขาก็กำลังฝากความหวังไว้กับศักยภาพในอนาคตของดาวรุ่งอย่าง เอ็นดริค, อิกอร์ ติอาโก้ และ รายาน ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับโลกมากนัก
อดีตกุนซือเรอัล มาดริด และ เอซี มิลาน ตัดสินใจไม่เรียกตัว กาเบรียล เชซุส กองหน้าจากอาร์เซน่อล ติดทีม แม้เจ้าตัวจะมีสถิติที่ยอดเยี่ยมกับทีมชาติบราซิลด้วยการซัดไป 19 ประตู กับ 13 แอสซิสต์ ก็ตาม
ขณะที่ 4 ในบรรดานักเตะที่ยังค้าแข้งอยู่ซึ่งติดอันดับดาวยิงสูงสุดของทีมชาติบราซิล ต่างก็ถูกตัดชื่อออกจากทีมเช่นกัน ได้แก่:
ฟิลิปเป้ คูตินโญ่: 21 ประตู
ริชาร์ลิซอน: 20 ประตู
กาเบรียล เชซุส: 19 ประตู
โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่: 17 ประตู
นอกจากนี้ ชูเอา เปโดร หัวหอกเชลซี ก็ไม่ถูกเลือกติดทีมชุดนี้เช่นกัน
รายงานระบุว่า "อันเช่" ใช้เวลาพิจารณาอยู่นานที่สุดกับกรณีของเชซุส เนื่องจากคุณภาพและผลงานที่พิสูจน์มาแล้วของดาวยิงรายนี้ อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจไม่ใส่ชื่อกองหน้าวัย 29 ปีในทีมชุดลุยฟุตบอลโลก ซึ่งอาจกลายเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของยุคสมัยการคุมทีมชาติบราซิลของเขาในอนาคต
เนย์มาร์ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติบราซิลจากผลงาน 79 ประตู ใน 128 นัด ได้รับความไว้วางใจจาก "คาร์เล็ตโต้" ให้ติดทีมชุดลุยฟุตบอลโลก แม้ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวจะประสบปัญหาทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นและสภาพความฟิตก็ตาม
อย่างไรก็ตาม นั่นกลายเป็นประเด็นที่น่ากังวลสำหรับบราซิล เนื่องจากหัวหอกจอมเก๋าวัย 34 ปี กำลังต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่น่อง และต้องเร่งฟื้นฟูร่างกายเพื่อให้พร้อมลงสนามพบกับโมร็อกโกในเกมเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่ม โดยทัพแซมบ้ายังมีโปรแกรมพบกับ เฮติ และ สกอตแลนด์ อีกด้วย
เวลาที่เหลืออยู่ก่อนการแข่งขันถือว่าค่อนข้างจำกัดสำหรับการเรียกความฟิตของเนย์มาร์ แต่การตัดสินใจใส่ชื่อเขาในทีมทั้งที่ยังขาดความต่อเนื่องด้านฟอร์มการเล่น ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจครั้งสำคัญและมีความเสี่ยงสูงของอันเชล็อตติ
ขณะที่เชซุส ซึ่งถูกตัดชื่อออกจากทีม กลับเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของบราซิลชุดคว้าแชมป์ โกปา อเมริกา 2019 โดยเขาทำประตูได้ในเกมรอบรองชนะเลิศที่เอาชนะ อาร์เจนตินา และยังเป็นผู้ยิงประตูให้บราซิลกลับมานำอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ ก่อนเอาชนะเปรู 3-1 และคว้าแชมป์ไปครอง
ในระดับสโมสร เชซุส กำลังได้รับความสนใจจากหลายทีมในศึกพรีเมียร์ลีก เนื่องจากเหลือสัญญากับอาร์เซน่อลอีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้น ขณะเดียวกันเขายังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้วยการทำประตูได้ในเกมลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาล ที่ "ปืนใหญ่" บุกชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 ด้วย
ปัญหาการขาดแคลนกองหน้าตัวเป้าระดับท็อปที่สามารถประสานงานกับบรรดาปีกระดับโลกของทีมได้อย่างลงตัว ถือเป็นจุดอ่อนที่อยู่กับทีมชาติบราซิลมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่พวกเขาไม่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้อีกเลยนับตั้งแต่ปี 2002
หากบราซิลไม่สามารถประสบความสำเร็จในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ สายตาทุกคู่ย่อมหันไปจับจ้องที่การตัดสินใจเลือกนักเตะของอันเชล็อตติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าทัพแซมบ้าจะไม่ได้ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งของรายการก็ตาม
ที่บราซิล ความคาดหวังมีอยู่เพียงอย่างเดียวคือ “ชัยชนะ” เท่านั้น ไม่ว่าทีมจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม แฟนบอลและสื่อมวลชนต่างคาดหวังให้ทีมก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกเสมอ
ดังนั้น:
หากอันเชล็อตติพาทีมประสบความสำเร็จ: เขาจะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้คืนความยิ่งใหญ่ให้กับชาติที่ครองแชมป์โลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์
หากล้มเหลว: การตัดสินใจครั้งสำคัญของเขา โดยเฉพาะการเลือกใช้เนย์มาร์ที่ยังไม่สมบูรณ์ และการตัดชื่อเชซุส รวมถึงกองหน้าประสบการณ์สูงรายอื่นๆ ออกจากทีม อาจถูกนำกลับมาถกเถียงและวิจารณ์อย่างหนัก
เพราะสำหรับบราซิลแล้ว ความคาดหวังคือการคว้าแชมป์ และไม่มีพื้นที่สำหรับข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น