เดือนมิถุนายนซึ่งหมายความว่าเข้าสู่เดือนแห่งการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมหกรรมลูกหนังแห่งมวลมนุษยชาติจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ข้างหน้า โดยจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือมี สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา เป็นเจ้าภาพร่วม
เกมเปิดสนามจะมีขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน โดย เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ ขณะที่ สหรัฐอเมริกา จะลงเล่นนัดแรกในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พบ ปารากวัย กลุ่ม ดี เช่นเดียวกับ แคนาดา ที่พบกับ บอสเนีย กลุ่ม บี
คาดว่าจะมีแฟนบอลหลายล้านคนเดินทางเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกตลอดช่วงสองเดือนข้างหน้า ซึ่งจะมีการแข่งขันหลายร้อยนัดในสนามต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แฟนบอลที่วางแผนเข้าชมเกมในสนามควรทราบว่า มีสิ่งของสำคัญ 5 ประเภทที่ถูกห้ามนำเข้าสนามแข่งขันอย่างเด็ดขาด แล้วมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย
1. บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบบุหรี่ไฟฟ้า
ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอลที่จะเข้าไปชมเกมในสนามที่ประเทศเม็กซิโก เพราะปัจจุบันดินแดนจังโก้ มีมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทุกประเภทถูกห้ามนำเข้าไปใช้ภายในสนามแข่งขันในทั้ง 3 ประเทศเจ้าภาพ โดยสนามส่วนใหญ่จะยึดอุปกรณ์ดังกล่าวตั้งแต่บริเวณทางเข้าสนาม ตัวอย่างเช่น สนามลูเมน ฟิลด์ ในเมืองซีแอตเทิ่ล ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามนำบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ปากกาบุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบไร้ควันทุกชนิดเข้าไปภายในสนาม
อย่างไรก็ตาม เม็กซิโก มีมาตรการที่เข้มงวดยิ่งกว่า โดยในขณะที่ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ายังคงถูกกฎหมายหลายๆ ประเทศ แต่ เม็กซิโก ได้ประกาศใช้กฎหมายห้ามบุหรี่ไฟฟ้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2026 ส่งผลให้กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่บรรจุข้อห้ามดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ
ปัจจุบัน การนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าประเทศเม็กซิโกถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะใช้เครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบสัมภาระเพื่อค้นหาแบตเตอรี่ลิเธียมที่อยู่ในอุปกรณ์สูบบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ที่ถูกตรวจพบว่าพกพาบุหรี่ไฟฟ้าอาจถูกยึดของกลางและถูกปรับ ขณะที่การพกพาหลายเครื่องอาจนำไปสู่บทลงโทษที่รุนแรงยิ่งขึ้น
2. กระเป๋าและเป้สะพายหลัง
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้บังคับใช้มาตรการเกี่ยวกับกระเป๋าที่เข้มงวดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลโลก
แฟนบอลจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าได้เฉพาะกระเป๋าพลาสติกใสขนาดเล็กเท่านั้น เช่น ถุงซิปล็อกสำหรับแช่แข็งขนาดไม่เกิน 11 x 11 นิ้ว หรือกระเป๋า พีวีซี (PVC) ใสขนาดไม่เกิน 12 x 12 x 6 นิ้ว นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้พกกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋าใบเล็กที่ไม่โปร่งใสได้ แต่ต้องมีขนาดไม่เกิน 6.5 x 4.5 นิ้ว
ในทางกลับกัน กระเป๋าเป้ กระเป๋าถือ และกระเป๋าผ้า จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสนามแข่งขัน โดย ฟีฟ่า ยืนยันแล้วว่าจะไม่มีบริการรับฝากกระเป๋าภายในสนามแต่อย่างใด ดังนั้น หากแฟนบอลนำสิ่งของที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดติดตัวมา จะต้องนำกลับไปเก็บไว้ที่รถหรือที่พักก่อนเข้าสนาม ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาและพลาดช่วงเริ่มการแข่งขันได้
3. อาหาร เครื่องดื่ม ขวด และกระป๋อง
สนามแข่งขันฟุตบอลโลกทุกแห่งจะไม่อนุญาตให้นำอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้าไปภายในสนาม ข้อห้ามดังกล่าวครอบคลุมถึงน้ำดื่มบรรจุขวด เครื่องดื่มกระป๋อง ขวดแก้ว กระติกเก็บความเย็น รวมถึงอาหารที่เตรียมมาจากภายนอกทุกประเภท
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลสามารถนำขวดพลาสติกใสเปล่าเข้าไปได้ 1 ใบ โดยต้องมีความจุไม่เกิน 1 ลิตร และสามารถนำไปเติมน้ำได้ที่จุดบริการน้ำดื่มที่จัดเตรียมไว้ภายในสนามแข่งขัน สำหรับอาหารหรือเครื่องดื่มที่อยู่ในรายการต้องห้าม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะยึดไว้ระหว่างการตรวจคัดกรองก่อนเข้าสนาม
ดังนั้น ผู้เข้าชมควรวางแผนรับประทานอาหารและเครื่องดื่มภายในสนาม หรือใช้บริการจุดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับอนุญาต เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าและปัญหาในการผ่านจุดตรวจรักษาความปลอดภัย
4. ร่ม เก้าอี้พับ และเบาะรองนั่งบางประเภท
แฟนบอลจำนวนไม่น้อยอาจแปลกใจที่ทราบว่า ร่มทุกชนิด รวมถึงร่มพับขนาดเล็ก ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสนามแข่งขัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่มองว่าอาจเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือกีดขวางการรับชมของผู้ชมคนอื่น
นอกจากนี้ ยังห้ามนำ เก้าอี้พกพาแบบพับได้ รถเข็นเด็ก และ เบาะรองนั่งที่มีซิปหรือช่องเก็บของ เข้าสู่สนามเช่นกัน สำหรับแฟนบอลที่กังวลเรื่องสภาพอากาศ โดยเฉพาะการแข่งขันในช่วงกลางวัน ผู้จัดการแข่งขันแนะนำให้ใช้วิธีป้องกันแสงแดดรูปแบบอื่น เช่น สวมหมวกปีกกว้างหรือหมวกแก๊ป, ทาครีมกันแดด, สวมเสื้อผ้าที่ช่วยป้องกันรังสี UV และพกแว่นกันแดด
ทั้งนี้ เบาะรองนั่งแบบแบนที่ไม่มีช่องเก็บของหรือกระเป๋า โดยทั่วไปยังสามารถนำเข้าสนามได้ เนื่องจากไม่เข้าข่ายเป็นอุปกรณ์ต้องห้าม
ดังนั้น แฟนบอลที่วางแผนเข้าชมฟุตบอลโลก 2026 ควรตรวจสอบรายการสิ่งของที่อนุญาตและต้องห้ามของแต่ละสนามล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการผ่านจุดตรวจความปลอดภัยและไม่พลาดช่วงเริ่มการแข่งขัน
5. วูวูเซล่า แตรลม และอุปกรณ์ดอกไม้ไฟ
วูวูเซล่า (Vuvuzela) ซึ่งเป็นเครื่องเป่าพลาสติกที่กลายเป็นสัญลักษณ์และเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสนามแข่งขันเวิลด์ คัพ 2026
องค์ลูกหนังโลก ได้สั่งห้ามอุปกรณ์สร้างเสียงดังทุกประเภทที่อาจรบกวนการแข่งขันหรือผู้ชมรายอื่น ไม่ว่าจะเป็น วูวูเซล่า, แตรลม และโทรโข่งหรือเมกะโฟน สิ่งของเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดทันทีเมื่อผ่านจุดตรวจเข้าสนาม
อย่างไรก็ตาม บทลงโทษจะรุนแรงยิ่งกว่าสำหรับผู้ที่นำ พลุ ดอกไม้ไฟ แฟลร์ควัน หรือ ระเบิดควัน เข้าสู่สนามแข่งขัน เนื่องจากถือเป็นความผิดทางอาญาในทั้ง 3 ประเทศเจ้าภาพ โดยบทลงโทษมีตั้งแต่ ถูกเชิญออกจากสนามทันที, ถูกจับกุม และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เลเซอร์พอยเตอร์ รวมถึงวัตถุใดๆ ที่สามารถขว้างปาลงไปในสนามแข่งขันได้ ก็อยู่ในรายการสิ่งของต้องห้ามอย่างเด็ดขาดเช่นกัน
สิ่งของที่แฟนบอลสามารถนำเข้าสนามได้
แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามหลายรายการ แต่แฟนบอลยังคงสามารถนำสิ่งของจำเป็นบางอย่างเข้าสนามแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ได้ โดยทั่วไป ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ, กระเป๋าสตางค์, แว่นสายตา, นาฬิกาข้อมือ, ครีมกันแดด, หมวก, ธงเชียร์ขนาดเล็กที่มีความกว้างไม่เกิน 2 เมตร และไม่มีเสาธงติดมาด้วย
นอกจากนี้ ยาที่จำเป็นต่อการรักษาโรค ก็ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสนามได้เช่นกัน แต่ผู้ชมอาจต้องแสดงเอกสารประกอบหรือใบรับรองแพทย์สำหรับยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์
สำหรับแฟนบอลที่มีข้อจำกัดด้านอาหาร หรือมีภาวะทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องนำอาหารหรืออุปกรณ์เฉพาะเข้าไปในสนาม สามารถยื่นคำร้องขอข้อยกเว้นผ่านบริการด้านการเข้าถึงและอำนวยความสะดวกของฟีฟ่าได้ล่วงหน้า