เปิดคัมภีร์เถื่อน "บิเอลซ่า" ต้นแบบความบ้าคลั่งที่ทำให้ อิราโอล่า เขย่าแอนฟิลด์

เปิดคัมภีร์เถื่อน "บิเอลซ่า" ต้นแบบความบ้าคลั่งที่ทำให้ อิราโอล่า เขย่าแอนฟิลด์
ชำแหละพิมพ์เขียวแท็กติก 4-2-3-1 ระบบ Hybrid Press ของ อันโดนี่ อิราโอล่า นายใหญ่ป้ายแดงลิเวอร์พูล เผยเบื้องลึกความประณีตดั่งวรรณกรรมมูราคามิ

"ฟุตบอลของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ไม่ใช่แค่แท็กติก แต่มันคือลัทธิ" 

และหากจะมีใครสักคนที่ซึมซับ "ลัทธิ" นั้นจนเข้าถึงแก่นแท้ แล้วนำมาตีความใหม่ให้ทันสมัยที่สุดในยุคปัจจุบัน 

ชื่อของ อันโดนี่ อิราโอล่า คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

และจุดเปลี่ยนสำคัญที่หล่อหลอม อิราโอล่า ให้กลายเป็นกุนซือที่ "น่ากลัว" ที่สุดคนหนึ่งใน พรีเมียร์ลีก 

คือช่วงเวลา 2 ฤดูกาลที่เขาทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมและแบ็กขวาภายใต้การชี้นำของ "เอล โลโก้" มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ที่แอธเลติก บิลเบา

ติดตามเรื่องนี้พร้อมกันกับ SIAMSPORT 

มรดกจากบิเอลซ่า

บิเอลซ่า ไม่ได้สอนเพียงแค่วิธีการเล่นฟุตบอล แต่เขาฝังชิปความเชื่อเรื่อง "ความดุดันที่ไร้ขีดจำกัด" ลงไปในตัว อิราโอล่า 

อิราโอล่า ไม่ได้เป็นเพียงแค่ลูกศิษย์ แต่เขาคือ "ส่วนขยายของบิเอลซ่า"

แปลไทยเป็นไทยอีกทีคือ เขาเรียนรู้วิธีการเปลี่ยน "ความไม่เป็นระเบียบ" ให้กลายเป็นอาวุธทำลายล้างคู่แข่ง

ทีมของ อิราโอล่า ไม่ได้เน้นการครองบอลถ่ายไปมาแบบไร้จุดหมายเหมือนสไตล์ ติกิ-ตาก้า 

แต่เขายึดมั่นในปรัชญา "Verticality" หรือการโจมตีในแนวดิ่งที่เน้นความเร็วและความต่อเนื่อง

สถิติจาก Opta ระบุว่า บอร์นมัธ ภายใต้การนำของเขามีความเร็วในการเคลื่อนบอลไปข้างหน้าเฉลี่ยถึง 1.95 เมตรต่อวินาที ซึ่งเร็วที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

ครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวไว้ว่า "เมื่อผู้เล่น 10 คนลงไปอุดอยู่หลังลูกบอล ผมจะรู้สึกอึดอัดมาก"

มันไม่ใช่แค่คำกล่าวเท่ ๆ แต่มันคือสิ่งที่อธิบายปรัชญาของ อิราโอล่า ได้ดีที่สุด

การไล่บี้ระดับ ‘นรก’ ที่ถูกพัฒนาใหม่

หาก บิเอลซ่า คือเจ้าพ่อการประกบตัวต่อตัว (มาร์ก Man-to-man นั่นแหละ) ... อิราโอล่า คือผู้ที่นำศาสตร์นั้นมาปรับจูนให้ "ฉลาด" ขึ้นด้วยระบบ "Hybrid Press"

เขาให้ทีมเริ่มจากการคุมพื้นที่เพื่อปิดช่องจ่ายบอลตรงกลาง ก่อนจะเข้าบีบแบบตัวต่อตัวทันที

ผลลัพธ์ที่เราเห็นชัดและจับต้องได้คือ อิราโอล่า พา "เดอะ เชอร์รี่ส์" จบอันดับ 6 ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร โดยเป็นทีมที่แย่งบอลคืนในแดนบนแล้วนำไปสู่การยิงประตูได้มากที่สุดในลีก

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดเพราะแท็กติกอย่างเดียว แต่มันเกิดจากการฝึกซ้อมที่โหดหินจนนักเตะแทบกระอักเลือด ควบคุมโดย ปาโบล เดอ ลา ตอร์เร่ โค้ชฟิตเนสคู่ใจที่ อิราโอล่า ดึงตัวตามมาที่แอนฟิลด์ด้วย

แอนฟิลด์ในเงื้อมมือของจอมแท็กติกผู้รักการอ่าน

การก้าวเข้ามาแทนที่ อาร์เน่อ สล็อต ที่ถูกปลดออกไป คือภารกิจกอบกู้ศรัทธาสาวก "เดอะ ค็อป" ที่โหยหาฟุตบอลแบบ "เฮฟวี่เมทัล"

อิราโอล่า ซึ่งบรรลุข้อตกลงเซ็นสัญญา 2 ปี คือคนที่ใช่ทั้งในแง่ของแท็กติกและทัศนคติ 

เขาเป็นคนถ่อมตัว ชอบอ่านงานของ ฮารูกิ มูราคามิ และคลั่งไคล้การปั่นจักรยาน

ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนผ่านสไตล์ฟุตบอลของเขาที่เน้นความอดทนแต่พร้อมจะ "ระเบิดพลัง" ในจังหวะสุดท้ายเสมอ

ภายใต้การสนับสนุนของ ริชาร์ด ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการกีฬาคู่ใจ

อิราโอล่า กำลังจะนำระบบ 4-2-3-1 ที่สามารถเปลี่ยนเป็น 3-2-5 เมื่อเป็นฝ่ายรุกมาใช้ในแอนฟิลด์

การใช้แบ็กสองข้างดันสูงเหมือนปีก และการโจมตีที่รวดเร็ว คือสิ่งที่คู่แข่งของลิเวอร์พูล ต้องเตรียมรับมือ

การมาของ อิราโอล่า อาจไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวกุนซือ แต่มันคือการประกาศว่า "ศาสตร์แห่งความวุ่นวายที่ถูกควบคุม" 

ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจาก บิเอลซ่า กำลังจะกลับมาทำให้แอนฟิลด์ลุกเป็นไฟอีกครั้ง

อ่านมาถึงตรงนี้คำถามสำคัญที่คุณไม่ต้องตอบก็ได้คือ นายใหญ่คนใหม่ของ ลิเวอร์พูล มีความพิเศษอยู่อย่างคือชอบอ่าน และเขาอ่านงานของ ฮารูกิ มูราคามิ ครบทุกเล่ม นั่นหมายความว่า ...

ตัน กวาร์ดิโอล่า



ที่มาของภาพ : reutersconnect
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport