หลังจากที่ อันโดนี่ อิราโอล่า เตรียมเข้ามารับงานคุมลิเวอร์พูล ทำให้เกิดความคาดหวังว่าเขาจะสามารถกอบกู้ "หงส์แดง" ให้กลับมาเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง จากผลงานที่สร้าง บอร์นมัธ จนกลายเป็นทีมแกร่ง
แม้ว่าหลายคนจะเคยได้ยินถึงผลงานอันยอดเยี่ยมของ อิราโอล่า กับ บอร์นมัธ ซึ่งพาทีมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการจบอันดับสูงสุดในลีกของสโมสรตลอดช่วง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่แฟนลิเวอร์พูลจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่เคยเห็นรูปแบบการเล่นของทีมภายใต้การคุมทัพของเขาอย่างละเอียดนัก
เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการทำทีมของกุนซือชาวแคว้นบาสก์ให้มากขึ้น รวมถึงสิ่งที่เขาวางแผนนำมาปรับใช้กับลิเวอร์พูล สาวก "เดอะ ค็อป" มาลองเจาะลึกแนวคิดและแท็กติกของ อิราโอล่า กันซะหน่อยก่อนจะได้เห็นผลงานของเขาจริงๆ เมื่อได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
- เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล ต้องการ อิราโอล่า?
อิราโอล่า เป็นผู้จัดการทีมที่กำลังได้รับการยกย่องและมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมากในเวลานี้ โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ สไตล์การเล่นที่ดุดันและน่าตื่นเต้น ซึ่งถูกมองว่าเหมาะสมกับแนวทางของลิเวอร์พูล โดยเฉพาะการพาทีมกลับไปสู่ฟุตบอลแบบ "เฮฟวี่ เมทัล" ที่แฟนบอลคุ้นเคยในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์
นั่นคือสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของลิเวอร์พูลอย่างชัดเจน นอกจากนี้ อิราโอล่า ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มกุนซือรุ่นใหม่ที่กำลังพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องในพรีเมียร์ลีก เขาสามารถพาทีมที่มีทรัพยากรจำกัดอย่าง บอร์นมัธ ทำผลงานได้เกินความคาดหมาย และแข่งขันกับสโมสรที่มีศักยภาพเหนือกว่าได้อย่างยอดเยี่ยม
จากความสำเร็จดังกล่าว หลายคนมองว่า อิราโอล่า กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของอาชีพ และพร้อมสำหรับก้าวต่อไปกับสโมสรระดับแนวหน้าของยุโรปอย่าง ลิเวอร์พูล ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในเส้นทางการคุมทีมของเขาจนถึงปัจจุบัน
- สไตล์เกมรุกเป็นยังไง ?
ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ครองบอลหรือไม่มีบอล แนวทางการเล่นของ อิราโอล่า คือการเน้นเรื่องพลังงาน ความเข้มข้น และความดุดันสูง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของทีมที่เขากุมบังเหียนมาโดยตลอด
ในด้านแท็กติก อิราโอล่า มักจัดทีมในระบบ 4-2-3-1 โดยมีมิดฟิลด์ตัวรับ (หมายเลข 6) คอยคุมจังหวะเกม และมิดฟิลด์หมายเลข 8 ที่มีบทบาทเชื่อมเกมรุก ขณะที่ตำแหน่งหมายเลข 10 ถือเป็นหัวใจสำคัญในเรื่องของการสร้างสรรค์โอกาส
ทั้งมิดฟิลด์หมายเลข 8 และหมายเลข 10 จะได้รับอิสระในการเล่นเกมรุกและสร้างสรรค์จังหวะในแดนคู่แข่งค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในทีมของอิราโอล่า ไม่ใช่ตอนครองบอล หากเป็นการเพรสซิ่งเมื่อไม่มีบอล ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยให้เขาพา บอร์นมัธ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
อิราโอล่า ให้ความสำคัญอย่างมากกับการไล่กดดันคู่แข่งจากแดนบน โดยเฉพาะกองหน้าและปีกทั้งสองฝั่งที่ต้องทำงานหนักในการวิ่งไล่เพรสซิ่ง เพื่อบีบให้คู่แข่งให้เสียบอลในพื้นที่อันตราย
เป้าหมายคือการแย่งบอลคืนให้ได้บริเวณใกล้กรอบเขตโทษของฝ่ายตรงข้าม จากนั้นเปลี่ยนจังหวะเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสทำประตูจากการเปลี่ยนเกมเร็ว และหาจังหวะยิงแบบฉับพลันโดยที่คู่แข่งยังตั้งตัวไม่ทัน
จุดเด่นสำคัญของทีมที่อิราโอล่าคุม ก็คือ การสร้างโอกาสจากการเพรสซิ่งและการเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุกในเวลาอันสั้น ซึ่งทำให้หลายคนเปรียบเทียบสไตล์ของเขากับ "เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล" ในยุคของ คล็อปป์ ที่เน้นความดุดัน ความเร็ว และการโจมตีอย่างต่อเนื่องตลอด 90 นาที
- อิราโอล่าสร้างเกมจากแนวรับอย่างไร?
อิราโอล่าให้อิสระและสนับสนุนเซนเตอร์แบ็กอย่างมากในการพาบอลขึ้นมาสร้างเกมจากแนวหลัง ไม่ได้จำกัดบทบาทให้เป็นเพียงผู้เล่นที่คอยป้องกันเท่านั้น
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในฤดูกาลล่าสุดคือ มาร์กอส เซเนซี่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเริ่มต้นเกมรุกจากแดนหลัง โดยมักรับบอลในแดนตัวเอง ก่อนพาบอลขึ้นมาถึงบริเวณเส้นกึ่งกลางสนาม และมองหาจังหวะจ่ายบอลทะลุช่องเพื่อเจาะแนวรับคู่แข่ง หรือแทงบอลให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งสอดเข้าไปในพื้นที่ว่าง
แนวทางนี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบอิราโอล่า เพราะการมีเซนเตอร์แบ็กที่สามารถเล่นบอลได้ดี ช่วยให้ทีมสร้างโอกาสเข้าทำจากแนวลึก และเปิดเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ปีกที่มีความเร็วสูงก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน โดยต้องคอยวิ่งทำทางด้านหลังแนวรับคู่แข่ง เพื่อรองรับบอลยาวหรือบอลทะลุช่องจากเซนเตอร์แบ็กที่มีทักษะการจ่ายบอลแม่นยำ
แม้ว่า บอร์นมัธ จะพยายามต่อบอลจากแนวหลังอย่างเป็นระบบ แต่หัวใจสำคัญของทีมยังคงอยู่ที่ ความเข้มข้น ความรวดเร็ว และการเล่นด้วยจังหวะที่เร้าใจ อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์ที่ไม่สามารถเล่นเกมเร็วได้ ทีมก็จะอาศัยคุณภาพการผ่านบอลของเซนเตอร์แบ็กในการสร้างความได้เปรียบ
กองหลังจะมองหาการจ่ายบอลตรงไปยังกองหน้าหรือแนวรุกที่เคลื่อนที่หาพื้นที่ บางครั้งกองหน้าอาจถอยลงมารับบอลเพื่อดึงตัวประกบออกจากตำแหน่ง เปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งสอดขึ้นไปด้านหลังแนวรับ และรับบอลยาวที่ถูกวางข้ามแนวป้องกัน
กล่าวโดยสรุป ระบบของอิราโอลาในการขึ้นเกมจากแดนหลังมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่เซนเตอร์แบ็กต้องมีความสามารถในการครองบอลและจ่ายบอลทะลุแนวรับ, ปีกและกองหน้าต้องเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องเพื่อโจมตีพื้นที่ว่างใช้ความเร็วและการเปลี่ยนจังหวะเกมอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างโอกาสทำประตู
แนวทางดังกล่าวทำให้เกมของอิราโอล่าเป็นฟุตบอลที่ดุดัน เล่นเกมรุกโดยตรง และสามารถเปลี่ยนจากการตั้งเกมในแดนหลังไปสู่การเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูฃ4ล มองว่าเขาเหมาะสมกับปรัชญาฟุตบอลของสโมสร
- บอร์นมัธเล่นด้วยแนวรับสูง
แน่นอนว่าพวกเขาใช้ แนวรับสูง อยู่บ่อยครั้ง และในบางเกมของฤดูกาลที่ผ่านมา แนวทางดังกล่าวก็ทำให้ทีมถูกคู่แข่งเล่นงานจากการแทงบอลทะลุช่องหรือการโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาการเล่นของ อิราโอล่า ที่ต้องการให้ทีมยืนเกมสูงเพื่อกดดันคู่แข่งตั้งแต่แดนบน และพยายามแย่งบอลกลับคืนมาให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ อิราโอล่า ยังให้อิสระกับเซนเตอร์แบ็กมากกว่าที่หลายทีมทำ โดยกองหลังตัวกลางไม่ได้ถูกบังคับให้ยืนประจำตำแหน่งอย่างเคร่งครัดตลอดเวลา หากเห็นโอกาส พวกเขาสามารถดันขึ้นไปประกบตัวคู่แข่งหรือกระโดดออกจากแนวรับเพื่อวิ่งเพรสซิ่งได้ทันที
แนวคิดนี้ช่วยให้บอร์นมัธสามารถตัดเกมคู่แข่งได้ตั้งแต่ต้นทาง และลดเวลาในการสร้างเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะเมื่อเซนเตอร์แบ็กหลุดออกจากตำแหน่ง อาจเกิดช่องว่างด้านหลังแนวรับให้คู่แข่งใช้ประโยชน์ได้
- บอร์นมัธมีปัญหาในการป้องกันลูกตั้งเตะ นี่ควรเป็นเรื่องน่ากังวลหรือไม่?
สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านสรีระของนักเตะในทีมมากกว่า เพราะ บอร์นมัธ มีผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่ไม่มากนัก ซึ่ง อิราโอล่า เองก็พูดถึงประเด็นนี้หลายครั้งตลอดฤดูกาล โดยยอมรับว่าทีมของเขาขาดความได้เปรียบเรื่องส่วนสูง และจำเป็นต้องหาวิธีปรับตัวเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม บอร์นมัธพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล โดยเฉพาะการป้องกันลูกตั้งเตะ พวกเขาสามารถลดจุดอ่อนดังกล่าวลงได้ และมีผลงานที่ดีขึ้นหลังจากเคยประสบปัญหาอย่างหนักในช่วงแรก
หนึ่งในจุดที่สร้างความลำบากให้ทีมมากที่สุดคือ ลูกทุ่มไกล และสถานการณ์ที่ต้องต่อสู้กลางอากาศ เนื่องจากนักเตะของบอร์นมัธมักเสียเปรียบในการโหม่ง และไม่สามารถเอาชนะผู้เล่นที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าได้
อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นข้อบกพร่องทางแท็กติกของอิราโอล่าโดยตรง แต่เป็นผลมาจากโครงสร้างขุมกำลังของทีมมากกว่า หากมีผู้เล่นที่สูงและแข็งแกร่งมากขึ้น การแก้ไขปัญหาก็น่าจะทำได้ไม่ยากนัก
สิ่งที่น่าสนใจคือ อิราโอล่า แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาทีม แม้จะไม่ได้รับการเสริมทัพด้วยผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่จำนวนมากในตลาดนักเตะเดือนมกราคมก็ตาม เขายังสามารถปรับรายละเอียดการยืนตำแหน่งและรูปแบบการป้องกันจนช่วยให้ทีมรับมือกับลูกตั้งเตะได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- มีจุดอ่อนอะไรที่น่าสังเกตในทีมของอิราโอล่าหรือไม่?
หนึ่งในคำวิจารณ์ที่มักถูกพูดถึงในช่วงแรกของการคุมทีมคือการรับมือกับทีมที่เล่นเกมรับลึก ซึ่งยืนตั้งรับแน่นและเปิดพื้นที่ให้เล่นน้อยมาก
มีหลายเกมที่ บอร์นมัธ ประสบปัญหาในการเจาะแนวรับลักษณะนี้ แต่เมื่อถูกถามถึงเรื่องดังกล่าว อิราโอล่า มักชี้ให้เห็นว่า ทีมของเขาก็สามารถเก็บผลการแข่งขันที่ดีจากหลายทีมที่เล่นสไตล์เดียวกันได้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้มองว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ของระบบ
ที่สำคัญคือ อิราโอล่า แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในจุดนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฤดูกาลล่าสุดที่ บอร์นมัธ สามารถเก็บแต้มจากทีมที่ถอยลงไปตั้งรับลึกได้มากขึ้นกว่าที่เคย
ช่วงกลางฤดูกาลที่ทีมมีผลงานสะดุดและไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ต่อเนื่อง ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่การสร้างสรรค์โอกาส เพราะบอร์นมัธยังคงสร้างจังหวะเข้าทำได้ค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ ประสิทธิภาพในการจบสกอร์
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขาสร้างโอกาสได้เพียงพอที่จะชนะหลายเกม แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นประตูได้
นั่นทำให้มีมุมมองว่าหาก อิราโอล่า ได้ทำงานกับแนวรุกที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม ก็อาจช่วยยกระดับระบบของเขาได้อีกขั้น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่การสร้างโอกาส แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นผลลัพธ์
สำหรับ ลิเวอร์พูล นี่อาจไม่ใช่ข้อกังวลมากนัก เนื่องจาก "หงส์แดง" มีแนวรุกที่คุณภาพสูงกว่าที่อิราโอล่าเคยใช้งานกับ เอฟเอฟซี บอร์นมัธ อย่างชัดเจน หากเขาสามารถสร้างโอกาสได้ในระดับเดียวกัน แต่มีผู้เล่นที่เฉียบคมกว่าในการจบสกอร์ ระบบของเขาอาจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น