ไทยพร้อมจัดยูธโอลิมปิก 2030 มั่นใจรัฐบาลส่งหนังสือรับรองใน 15 พ.ค. นี้

 ไทยพร้อมจัดยูธโอลิมปิก 2030 มั่นใจรัฐบาลส่งหนังสือรับรองใน 15 พ.ค. นี้
ไอโอซี บุกตรวจความพร้อม กรุงเทพฯ-ชลบุรี มั่นใจไทยมีศักยภาพจัด Youth Olympic Games 2030 เตรียมส่งหนังสือรับรองรัฐบาลภายใน 15 พ.ค. ก่อนประกาศผลปี 2569

รัฐบาลไทย โดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันให้การต้อนรับ Mrs. Danka Hrbékova สมาชิก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และประธานคณะทำงาน Youth Olympic Games 2030 พร้อมคณะผู้แทน ในโอกาสเดินทางเยือนกรุงเทพมหานครและจังหวัดชลบุรีอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน เพื่อตรวจประเมินความพร้อมในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

ชู 3 เสาหลักความพร้อม ยกระดับสู่ศูนย์กลางกีฬาระดับโลก

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าการเสนอตัวครั้งนี้คือวิสัยทัศน์ระดับชาติในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกีฬาและเยาวชนระดับโลก โดยเน้นย้ำว่าไทยมีประสบการณ์การจัดอีเวนต์นานาชาติ มีโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน และมีความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่พร้อมสนับสนุนตามมาตรฐาน IOC

ทางด้าน นพ. มีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายบริหาร เผยผลการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามแข่งขันใน กรุงเทพมหานคร และ จังหวัดชลบุรี ตลอด 2 วันที่ผ่านมาว่า คณะผู้แทนได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญ อาทิ ราชมังคลากีฬาสถาน (สถานที่สำหรับพิธีเปิด-ปิด), อินดอร์สเตเดียม, สนามกีฬาแห่งชาติ, หอพักจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หมู่บ้านนักกีฬา) รวมถึงสถานที่จัดกีฬาทางน้ำที่ หาดจอมเทียน และ โอเชี่ยน มารีน่า ยอร์ช คลับ ซึ่งสะท้อนความพร้อมเชิงระบบที่ครอบคลุมทั้งสนามแข่งขัน การคมนาคม และเทคโนโลยี

วิสัยทัศน์ Inspiring Youth เชื่อมโยงพลังเยาวชนเอเชีย

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธาน คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่าการเสนอตัวครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ "Inspiring Youth, Connecting South East Asia & Asia" โดยมุ่งเน้นการจัดมหกรรมกีฬาที่ยืดหยุ่น ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า และมีเยาวชนเป็นศูนย์กลางตามแนวทาง Olympic Agenda 2020+5

ขณะที่ Mrs. Danka Hrbékova ตัวแทนจาก IOC ได้กล่าวชื่นชม "Soft Power" และความเป็นมิตรของประเทศไทย (Welcoming & Safe Destination) โดยระบุถึง 3 จุดแข็งสำคัญที่เห็นจากการลงพื้นที่ ได้แก่:

  1. มาตรฐานสนามแข่งขันและศูนย์ฝึกซ้อมที่อยู่ในเกณฑ์สูง

  2. ความเชื่อมั่นในประสบการณ์ของบุคลากรไทย

  3. การใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 เมืองสุดท้าย (Preferred Hosts) ร่วมกับ อาซุนซิออน (ปารากวัย) และ ซานติอาโก (ชิลี) โดยขั้นตอนถัดไปประเทศไทยต้องจัดทำข้อเสนอสุดท้าย (Bid Submission) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ หลังจากได้รับหนังสือรับรองจากรัฐบาล

สำหรับกำหนดการประกาศผลเจ้าภาพอย่างเป็นทางการโดยสมาชิก IOC กว่า 100 ท่าน จะมีขึ้นในเดือนมิถุนายน 2569 ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งประเทศไทยมั่นใจว่าด้วยความพร้อมและพลังสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จะสามารถคว้าสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพ Youth Olympic Games 2030 มาครองได้อย่างแน่นอน






ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport