ผู้ว่าการ กกท. เผยไทยเข้าสู่รอบ 3 ชาติสุดท้ายชิงเจ้าภาพ "ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030" ดวลชิลี-ปารากวัย ยืนยันข้อมูลแน่น-สนามพร้อม-รัฐบาลหนุนเต็มสูบ ชี้หมัดเด็ดคือการสร้างคนมากกว่าวัตถุ ตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนสำคัญที่สุดคือรอ "มติ ครม." เพื่อการันตีงบประมาณและความเชื่อมั่นให้คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ก่อนบินไปสวิตเซอร์แลนด์มิถุนายนนี้
หลังจาก ดังก้า เออเบโกวา คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) และประธานกลุ่มคณะทำงานยูธ โอลิมปิกเกมส์ 2030 พร้อมคณะผู้แทนเดินทางมายังประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมลงพื้นที่กรุงเทพฯ และชลบุรี ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569 เพื่อสำรวจความพร้อมประกอบการตัดสินใจ ในโอกาสที่ไทย เป็น 1 ใน 3 ประเทศ ที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ลุ้นเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ร่วมกับ เมืองอาซุนซิออน ประเทศปารากวัย และเมืองซานติอาโก ประเทศชิลี
เมื่อช่วงสายของวันอังคารที่ 28 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 (Youth Olympic Games 2030) หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับคณะทำงานจาก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ โดยระบุว่าขณะนี้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกในรอบ 3 ชาติสุดท้าย ร่วมกับ ชิลี และ ปารากวัย
สำหรับการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ กกท. ยืนยันว่าไทยมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งเรื่องของประสบการณ์จัดอีเวนต์ระดับโลก และความต่อเนื่องในการพัฒนากีฬาเยาวชน โดยมีแผนกระจายสนามแข่งขันไปยัง 3 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และ ภูเก็ต เพื่อกระจายความเจริญและโชว์ศักยภาพการท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วย
ชูวิสัยทัศน์ "สร้างคนมากกว่าวัตถุ" ดร.ก้องศักด เน้นย้ำว่าหมัดเด็ดของไทยคือการดำเนินงานตามนโยบายของ IOC ที่ไม่เน้นการก่อสร้างสนามใหม่ (Sustainability) แต่จะใช้การปรับปรุงสนามเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น สนามกีฬาหัวหมาก รวมถึงแผนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่าง รถไฟฟ้าสายสีส้ม และเลนพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง
"เราไม่ได้ให้ความสำคัญแค่เรื่องโครงสร้างหรือวัตถุ แต่เราต้องการสร้างแรงบันดาลใจและสร้างอนาคตให้กับเด็กและเยาวชน เน้นเรื่องการใช้กีฬามาสร้างชาติมากกว่าการลงทุนในวัตถุ" ผู้ว่าการ กกท. กล่าว
รอเพียงมติ ครม. การันตีความเชื่อมั่น
ปัจจัยสำคัญที่สุดในเวลานี้คือความชัดเจนจากภาครัฐ โดย ดร.ก้องศักด เผยว่าข้อมูลแผนงานและงบประมาณทั้งหมดได้ส่งถึงมือรัฐบาลแล้ว ขณะนี้รอเพียงการพิจารณาเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกมติอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ IOC ทั้งในด้านงบประมาณและศักยภาพการสนับสนุนจากภาครัฐ
ทั้งนี้ ดร.ก้องศักด และคณะทำงานมีกำหนดการเดินทางไปยังเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 25 มิถุนายน นี้ เพื่อเข้าพบ IOC และยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในฐานะผู้ท้าชิงเจ้าภาพ ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

