กกท.เปิด ไทยเฮ้าส์ หนุนทัพนักกีฬาไทยล่าเหรียญเอเชียนบีชเกมส์

กกท.เปิด ไทยเฮ้าส์ หนุนทัพนักกีฬาไทยล่าเหรียญเอเชียนบีชเกมส์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ กกท. เปิดศูนย์อำนวยการ ไทยเฮ้าส์ และรถคลินิกเคลื่อนที่หนุนทัพนักกีฬาไทยในศึก เอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 ณ เมืองซานย่า

นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการคณะนักกีฬาไทย และศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา หรือ “ไทยเฮ้าส์” (Thai House) เพื่อสนับสนุนทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันกีฬา เอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 (Sanya 2020) ณ เมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569

ในพิธีเปิดครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว, นายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ กรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายยศไกร เพียรพาณิชย์พร รองหัวหน้าคณะนักกีฬาไทย และนายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ณ โรงแรม The Mangrove Hotel

“ไทยเฮ้าส์” แห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ประสานงานกลางและให้บริการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างครบวงจร โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 21 – 29 เมษายน 2569 ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ได้แก่:

  • ด้านสรีรวิทยา: การเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย

  • จิตวิทยาการกีฬา: เตรียมความพร้อมด้านสภาพจิตใจ

  • โภชนาการกีฬา: การดูแลอาหารและสารอาหารที่เหมาะสม

  • กายภาพบำบัดและนวดผ่อนคลาย: บริการนวดทางการกีฬาและฟื้นฟูร่างกาย

  • นวัตกรรมทางการกีฬา: อุปกรณ์ฟื้นฟูร่างกายขั้นสูง อาทิ เครื่อง Hyperbaric พร้อมทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

นางสาววนิดา เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านนักกีฬาเพียง 10 นาที เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์สำคัญคือรถ Sports Science Mobile Clinic ซึ่งเป็นคลินิกวิทยาศาสตร์การกีฬาเคลื่อนที่ที่จะออกไปให้บริการตามสนามแข่งขันต่าง ๆ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศเดียวในการแข่งขัน เอเชียนบีชเกมส์ ครั้งนี้ที่มีนวัตกรรมรถเคลื่อนที่คอยให้บริการนักกีฬาถึงขอบสนาม

การดำเนินงานของ ไทยเฮ้าส์ ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับสมรรถภาพร่างกายของนักกีฬาไทยให้มีความพร้อมสูงสุด และเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนทัพนักกีฬาไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลในการชิงชัยระดับทวีปครั้งนี้





ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport