"โค้ชกล่ำ"จากแข้งเอสลีกสู่แกนนำผู้ปลุกปั้นหนองบัว พิชญฯ

จากนักฟุตบอลอาชีพที่ตกงานแบบกะทันหัน เนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังของตนเอง จากผู้ช่วยโค้ชสู่การตัดสินใจที่สำคัญในการเปลี่ยนบทบาทขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่ที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ และเป็นส่วนสำคัญในการปลุกปั้น สโมสรหนองบัวพิชญ เอฟซี จากทีมภูธร ขึ้นมาเป็นที่รู้จักต่อสาธารณะชนในวงกว้าง รวมถึงริเริ่มคิดสร้างอะคาเดมี่ของทีมให้แข็งแกร่งในระดับประเทศได้ในไม่กี่ปี

  "โค้ชกล่ำ" ธีระเวคิน ศีหะวงค์ ผู้อำนวยการสโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี ที่รับหน้าที่เป็นกุนซือใหญ่ของทีมไปด้วยในตอนนี้ โดย "โค้ชกล่ำ" เป็นชาวจังหวัดเลย เริ่มต้นเส้นทางสายฟุตบอลตั้งแต่ระดับประถม กับ โรงเรียนบ้านกลาง อ.นาแห้ว จ.เลย พอจบระดับชั้นประถม มีอายุครบ 12 ปี ได้มีโอกาสหิ้วสตั๊ดไปคัดฟุตบอลที่ โรงเรียนแสนสุข จ.ชลบุรี โดยมีอาจารย์ที่ทำทีมฟุตบอลที่ จ.เลย พาไปตามหาความฝันในครั้งนี้ 

 "โค้ชกล่ำ" เล่าว่า "วันเดินทางไปชลบุรี ผมนั่งท้ายรถกระบะจาก จ.เลย มีไปด้วยกันประมาณ 10 คน เพื่อไปที่สนามทดสอบฝีเท้าที่มหาวิทยาลัยบูรพา"  โดย "โค้ชกล่ำ" ฝ่าฟันอุปสรรคคู่แข่งร่วมคัดกว่า 500 คน เป็น 1 ใน 30 คน ที่ถูกเลือกอยู่ในรุ่น 14 ปี ของโรงเรียนแสนสุข และร่ำเรียนศาสตร์ลูกหนังอยู่ในแคมป์ฟุตบอล "วิรัชเบนไทร์" โดยมีผู้ดูแลคือ "เฮียกิม" วิรัช นิสสัยพันธุ์ และ"ซ้อวิภา" 

  "โค้ชกล่ำ" เล่นฟุตบอลให้กับ โรงเรียนแสนสุข ตั้งแต่ ม.1-ม.6 ผ่านการเล่นรายการกรมพลศึกษา และได้แชมป์ทั้ง ถ้วย ง , ถ้วย ค ตามลำดับ และได้เล่นให้กับแคมป์ "วิรัชเบนไทร์" ในนามสมาคมจังหวัดชลบุรี อีกทั้งยังเขียนเป้าหมายติดไว้บนหัวเตียงไว้ตอนอายุ 17 ปี ว่า "ต้องไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ต่างประเทศให้ได้"

  "โค้ชกล่ำ" เริ่มเส้นทางฟุตบอลอาชีพกับสโมสร โค้กบางพระ จ.ชลบุรี ภายใต้การคุมทีมของ พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เริ่มตามล่าความสำเร็จกับสโมสรตั้งแต่ ถ้วย ข. และดิวิชั่น1 โดยเล่นให้โค้กบางพระอยู่ 3 ปี รับเงินเดือน 4900 บาท เบี้ยเลี้ยงวันละ 150 บาท 

 นอกจากนั้นในระหว่างที่เล่นให้กับสโมสร โค้กบางพระ "โค้ชกล่ำ" ยังเป็นโค้ชให้กับ โรงเรียนแสนสุข ระหว่างที่เจ้าตัวเรียนอยู่มหาลัยศรีปทุมอีกด้วย โดยมี "เจ้าไดร์" ปิยพล ผานิชกุล เป็นลูกทีมอยู่ในตอนนั้น 

 แต่ทว่าจุดเปลี่ยนของ "โค้ชกล่ำ" ในเส้นทางสายฟุตบอลก็มาถึง เนื่องจาก โฮม ยูไนเต็ด สโมสรจาก เอส ลีก ประเทศ สิงคโปร์ ที่มี "โค้ชง้วน"  สุรชัย จตุภัทรพงษ์ ค้าแข้งอยู่ในทีม เดินทางมาอุ่นเครื่องกับ โค้กบางพระ โดยโค้ชกล่ำได้มีโอกาสได้พูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการไปทดสอบฝีเท้ากับทีมแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ 

 สุดท้าย "โค้ชกล่ำ" ได้รับการติดต่อกลับมาแต่ไม่ยอมรับโทรศัพท์เนื่องจาก กำลังพา โรงเรียนแสนสุข ประสบความสำเร็จมากมาย ทั้งเลื่อนชั้นสู่กรมพลศึกษา ถ้วย ก. ทั้งรุ่น 16 ปี , 18 ปี และได้แชมป์ฟุตบอลกองทัพอากาศ ทำให้ตัวของ "โค้ชกล่ำ" เริ่มติดใจในเส้นทางของโค้ช เนื่องจากค่าตอบแทนของฟุตบอลอาชีพในระดับ ดิวิชั่น1 ยังไม่สูงจึงคิดที่จะเลิกเล่นฟุตบอลมาเอาดีด้านโค้ชแทน 

 "โค้ชกล่ำ" ได้เผยถึงเหตุการณ์นี้ว่า "ในช่วงปิดฤดูกาลผมตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลมาเอาดีด้านโค้ชแทน ถึงขั้นมีคนโทรตามให้ไปซ้อมฟุตบอล แต่ผมไม่ไป แล้วมีอยู่วันหนึ่ง พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา โทรไปหาผม ผมคิดว่าเขาจะเรียกกลับไห้ไปซ้อมบอล แต่ผมไม่รับ เขาจึงโทรหา ปิยพล ผานิชกุล ว่าให้ผมโทรกลับด่วน เนื่องจากจะให้ผมไปทดสอบฝีเท้าที่สิงคโปร์ โดย พี่ พันธุ์ศักดิ์ จองตั๋วเครื่องบินให้ผมตอนเย็นวันนั้น และเดินทางในเช้าวันถัดไปเลย แต่ด้วยการไปครั้งนี้ ผมไม่มีเงินติดตัวกับการเดินทางครั้งนี้ จึงโทรหาพ่อ พ่อผมเลยเอาวัวไปขายได้เงินมา 20,000 แล้วโอนให้ผมในวันนั้น 

 โดยการบินลัดฟ้าในครั้งนี้ "โค้ชกล่ำ" ได้มีโอกาสได้ไปทดสอบฝีเท้ากับ กอมบัค ยูไนเต็ด ทีมจากประเทศสิงคโปร์ 2 สัปดาห์ แต่ทว่าการไปทดสอบครั้งนี้ เจ้าตัวไม่ได้ซ้อมฟุตบอลมาแล้ว 2 เดือน ลงทีมได้ 60 นาที ตะคริวขึ้นเล่นต่อไม่ไหว แต่ 60 นาทีที่ได้โชว์ลวดลายบนผืนฟลอหญ้านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ โค้ชของ กอมบัค ยูฯ รู้สึกชื่นชอบในฝีเท้าของ "โค้ชกล่ำ" และจับเจ้าตัวเซ็นสัญญาทันที 4 ปี 

 การได้เซ็นสัญญาครั้งนี้ เหมือนเป็นการพลิกชีวิตจากผู้เล่นดิวิชั่น1 ในเมืองไทย ได้เงืนเดือน 10,000-20,000 บาท พุ่งขึ้นมารับเดือนละ 4,000 เหรียญ หรือ 100,000 บาท ทำให้มีเงินพอที่จะคืนพ่อ โดย "โค้ชกล่ำ" คืนไป 50,000 บาท ซื้อวัวกลับคืนมาได้ 4-5 ตัว 

 การค้าแข้งของ "โค้ชกล่ำ" กับสโมสร กอมบัค ยูฯ ในประเทศสิงคโปร์ เป็นไปด้วยความราบรื่น เนื่องจากได้ความไว้ใจจากประธานสโมสรและโค้ชของทีม และเป็นผู้เล่นแดนกลางแกนหลักของทีมอยู่ตลอดเวลา 

 อยู่ กอมบัค ยูฯ ครบ 4 ปี "โค้ชกล่ำ" ตัดสินใจกลับมาค้าแข้งที่เมืองไทยอีกครั้ง กับ พัทยา ยูไนเต็ด ในศึกไทยลีก ได้ 3 ปี พร้อมเริ่มเรียนโค้ชในระดับ ซี และ บี ไลเซนส์ ก่อนจะกลับไปที่สิงคโปร์อีกครั้งกับ สโมสรวู้ดแลนด์ เวลลิงตัน เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือน 

 หลังจากนั้นกลับมาเล่นให้กับ อ่างทอง เอฟซี โดยเซ็นสัญญา 2 ปี แต่ทว่า ได้รับบาดเจ็บหนักที่เอ็นไขว้หน้า ทำให้ต้องยกเลิกสัญญาไปในที่สุดและตัดสินใจแขวนสตั๊ดทันที และยังไม่มีอาชีพมารองรับ

 แต่อย่างไรก็ดี โชคยังเข้าข้าง หลังจากโดนยกเลิกสัญญา "โค้ชกล่ำ"  ได้รับงานเป็นผู้ช่วยในทีม เมืองทองฯ ในชุดเยาวชนของโค้ช คาร์ลอส กุนซือชาวสเปน ไปทำทีมศุลกากร ยูไนเต็ด "โค้ชกล่ำ" ไม่รอช้าตอบรับงานนี้ทันที

 ทำอยู่เมืองทอง ยูฯ ได้ 6 เดือน "บิ๊กเทพ" สุเทพ ภู่มงคลสุริยา ได้ติดต่อ "โค้ชกล่ำ" ว่าอยากสร้างทีมฟุตบอลทีมใหม่ใน จ.หนองบัวลำภู ทำให้ ผู้บริหารหนองบัว พิชญฯ ตัดสินใจติดต่อขอเจรจาเพื่อยืมตัว "โค้ชกล่ำ" แต่ว่าไม่ลงตัว ทำให้ "บิ๊กเทพ" ให้ความเห็นว่าให้ "โค้ชกล่ำ" ลาออกมาทำทีมแบบเต็มตัว

  เมื่อการเจรจาไม่ลงตัว "บิ๊กเทพ" ยื่นคำขาดกับ "โค้ชกล่ำ" เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 57 ว่า "หากวันที่ 1 ธ.ค. 57 ยังไม่มารายงานตัวก็จะเลือกคนอื่น เพราะต้องเริ่มทำงานในการเตรียมทีม "โค้ชกล่ำ" จึงตัดสินใจลาออกจากเมืองทอง และเข้ารับงานที่ หนองบัว พิชญฯ แบบไม่รอช้า 

 โดย "บิ๊กเทพ" กับ "โค้ชกล่ำ" เริ่มพูดคุยถึงการเริ่มนับหนึ่งกับสโมสรแห่งนี้อยู่หลายสัปดาห์ ผลงานเริ่มเป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการเข้ามารับงานครั้งนี้ "โค้ชกล่ำ" ไม่ใช่ผู้ช่วยโค้ชต่อไป แต่เป็นหัวเรือใหญ่ในการเริ่มสร้างทีมแห่งถิ่น "พญาไก่ชน" ทีมนี้ขึ้นมา โดยมีแผนงานระยะยาวหลายปีที่ได้วางเอาไว้  

  "โค้ชกล่ำ" กุนซือดีกรีระดับโปรไลเซนส์ ในการคุม หนองบัว พิชญ เอฟซี พาทีมเลื่อนชั้นจากลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ขึ้นมาเล่นดิวิชั่น1 และจัดตั้งอะคาเดมี่ของ หนองบัว พิชญฯ ขึ้นมา จนได้ร่วมเข้าแข่งขันในรายการขาสั้นในระดับประเทศหลายรายการ จนปัจจุบันนักเตะที่เริ่มมาจาก อะคาเดมี่ หนองบัวพิชญฯ ได้มีโอกาสในการติดทีมชาติหลายคน

 จนในที่สุด หนองบัว พิชญฯ ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นอยู่บนลีกสูงสุดได้สำเร็จในฤดูกาล 2021-22 และได้รับรางวัลสโมสรพัฒนายอดเยี่ยมอีกด้วย

 อีกทั้ง"โค้ชกล่ำ" และผู้บริหารของทีม ยังได้สร้างแผนงานระยะยาวไว้หลายปีต่อจากนี้ และหวังทำให้ หนองบัว พิชญฯ เป็นสโมสรที่อยู่ในแนวหน้าของเมืองไทยให้ได้ โดย "โค้ชกล่ำ" ยังบอกว่า "ตอนนี้สโมสรก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปในระดับหนึ่ง เพราะได้ขึ้นไปเล่นในไทยลีก รวมถึงมีเยาวชนของเราที่ได้ติดทีมชาติ มันเป็นแผนงานที่เราเตรียมไว้ ถึงแม้ในชุดใหญ่ ผลงานในลีกปีนี้ของเราจะต้องตกชั้น แต่ก็เป็นบทเรียนให้เราได้ทบทวนและปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ในอนาคต"

 ปัจจุบันถึงแม้ หนองบัวพิชญฯ จะต้องตกชั้นลงไปเล่นในลีกพระรองในฤดูกาลหน้า แต่เชื่อว่า ไม่นาน คงได้กลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง เพราะทั้ง "โค้ชกล่ำ" ที่รับตำแหน่ง ผอ.ของสโมสร และผู้บริหารคงมีบทเรียนอันใหญ่หลวง และภูมิคุ้มกันในการเจอสถานการณ์แบบนี้ และยังมีความต้องการที่จะกลับมาอยู่บนลีกสูงสุดให้ได้ไวที่สุด และมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นคือการได้เข้าไปเล่นในบอลถ้วยเอเชีย เชื่อว่าหากได้วางเป้าหมาย และตั้งใจลงมือทำแล้ว เชื่อว่า "โค้ชกล่ำ" จะพาหนองบัวพิชญฯ ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน


ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport