อาร์เซน่อล ไปไม่ถึงฝันแพ้จุดโทษ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 4-3 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ชวดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร โดยเกมนี้นักเตะหลายคนทำผลงานได้ดี และพอใช้ แต่มีบางคนที่ฟอร์มหลุด งานนี้แฟนบอล "กูนเนอร์ส" ต้องร้องเพลงรอโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์" ต่อไป
ตัวจริง
ดาบิด ราย่า : 9
แทบไม่มีงานให้ต้องทำเลยในครึ่งแรก การเซฟครั้งแรกของเขาเป็นจังหวะง่ายๆ แต่สำหรับจุดโทษของ อุสมาน เดมเบเล่ ไม่สามารถช่วยอะไรได้ อย่างไรก็ตาม เขาแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวอย่างยอดเยี่ยมในจังหวะที่ แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า หลุดเข้าไปดวลเดี่ยวแบบตัวต่อตัว ก่อนจะออกมาตัดบอลและควบคุมพื้นที่หน้าปากประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงต่อเวลาพิเศษ แถมยังเซฟช่วงดวลจุดโทษด้วย
คริสเตียน มอสเกร่า : 4
ได้รับใบเหลืองจากการถ่วงเวลาโดยไม่จำเป็น และยังโชคดีอย่างมากที่ไม่โดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะทำฟาวล์ซึ่งนำไปสู่การเสียจุดโทษให้กับ เปแอสเช หลังจากนั้นฟอร์มก็แย่อย่างต่อเนื่องจนต้องเปลี่ยนตัวออก
วิลเลี่ยม ซาลีบา : 7
เล่นได้นิ่งมาก ไม่ปล่อยให้แนวรุกของ แซงต์-แชร์กแมง ได้เข้ามาสร้างปัญหาได้ และในบางครั้งก็ขึ้นไปช่วยเติมเกมบุกด้วย
กาเบรียล มากัลเญส : 7.5
ประสานงานกับ ซาลีบา ได้อย่างยอดเยี่ยม จัดการลูกโด่งและบนพื้นได้อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้กองหน้าของแชมป์เก่าได้เล่นง่ายๆ ส่วนการยิงจุดโทษพลาดคนสุดท้ายเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ
ปิเอโร่ อินกาปิเอ้ : 7
รับมือกับ เดซิเร่ ดูเอ้ ได้ดีมากๆ การเล่นเกมรับเหนียวแน่น ส่วนเกมรุกแทบไม่ค่อยได้เล่นเพราะต้องหันมาตั้งรับเนื่องจากโดน เปแอสเช โหมบุกตลอด
เดแคลน ไรซ์ : 7.5
เจองานหนักในการรับมือกับแผงมิดฟิลด์ของ เปแอสเช ที่เล่นกันได้อย่างคึกคักและดุดัน แต่ตลอดหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม เขาวิ่งไล่บอลและมีบทบาทอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในสนาม แม้จะเริ่มแผ่วลงในช่วงครึ่งหลัง แต่ยังคงปรากฏตัวในจังหวะสำคัญเพื่อสกัดและตัดเกมรุกของคู่แข่ง
ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ : 7
วิ่งขึ้นลงทั่วสนามและต่อกรกับบรรดามิดฟิลด์ระดับแถวหน้าของโลกได้อย่างไม่เป็นรอง แสดงให้เห็นถึงความขยันและความกล้าเล่นตลอดทั้งเกม จังหวะเข้าสกัดแบบสุดชีวิตของเขาช่วยหยุดไม่ให้ ควิชา ควารัตสเคเลีย ทำประตูที่สองได้สำเร็จ ดาวรุ่งรายนี้ก็ไม่ได้ดูเป็นรองหรือหลุดจากมาตรฐานของเกมใหญ่เลยแม้แต่น้อย
มาร์ติน โอเดอการ์ด : 5
หลังได้ประตูนำตั้งแต่ต้นเกม เขาแทบไม่มีบทบาทอะไรเลยเพราะทีมหันไปเล่นตั้งรับลึก วิ่งไล่บอลและทำงานหนักเพื่อทีมตลอดเวลา แต่ด้วยบทบาทที่ถูกจำกัดจากรูปเกม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักที่ถูกเปลี่ยนตัว
บูกาโย่ ซาก้า : 6
มีส่วนช่วยเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการไล่เพรสซิ่ง การลงมาช่วยป้องกัน และการทำงานเพื่อทีมตลอดการแข่งขัน ในด้านเกมรุก เขาแทบไม่มีโอกาสสร้างอิทธิพลต่อเกมมากนัก และไม่สามารถสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้ายได้เหมือนที่หลายคนคาดหวัง
ไค ฮาแวร์ตซ์ : 8
จังหวะวิ่งสอดทะลุแนวรับ เปแอสเช จนทำให้แผงหลังคู่แข่งเสียรูปทรง ไปจนถึงการจบสกอร์อย่างเฉียบคมด้วยการซัดบอลเสียบใต้คาน เขาทำทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบในประตูขึ้นนำของ อาร์เซน่อล มีโอกาสจบสกอร์เพิ่มช่วงท้ายครึ่งแรก แต่จับบอลแรกไม่ดี มีความขยัน ความฉลาดในการเคลื่อนที่ และความเยือกเย็นในการจบสกอร์ จนกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญ
เลอันโดร ทรอสซาร์ : 7
มีส่วนกับการได้ประตูแรก ตลอดทั้งเกม ทุ่มเทอย่างเต็มที่และสู้ไม่ถอย โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยแบ่งเบาภาระเกมรับของเพื่อนร่วมทีมอย่าง อินกาปิเอ้ ทำให้แนวรับทางฝั่งขวาสามารถรับมือกับเกมรุกของคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
เจอร์เรียน ทิมเบอร์ (คริสเตียน มอสเกร่า น. 66) : 6
ผลงานยอดเยี่ยมหลังได้ลงเล่นเกมแรกนับตั้งแต่พักยาว 3 เดือน เกือบยิงประตูได้แต่บอลได้เข้าข้างตาข่าย ทำให้เกมรับฝั่งขวาเหนียวแน่นกว่าเดิม
วิคตอร์ โยเคเรส (มาร์ติน โอเดอการ์ด น. 67) : 6
สร้างความยากลำบากให้กับแนวรับ แซงต์-แชร์กแมง ในการรับมือกับลูกโด่ง แข็งแกร่ง แต่การจบสกอร์ยังต้องพัฒนา
โนนี่ มาดูเอเก้ (บูกาโย่ ซาก้า น. 83) : 6
หาพื้นที่และเคลื่อนที่รับบอลในตำแหน่งที่อันตรายได้ดีกว่า บูกาโย่ ซาก้า อย่างไรก็ตาม แม้จะมีโอกาสได้ครองบอลในพื้นที่สุดท้ายหลายครั้ง แต่คุณภาพในการเปิดบอลและการจ่ายบอลจังหวะสำคัญยังไม่ดีพอที่จะสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ ใช้ความเร็วหลอกฟลูแบ็กแชมป์เก่าจนต้องต้องฟาวล์และโดนใบเหลือง
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (เลอันโดร ทรอสซาร์ น. 83) : 6
ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการเล่นเกมรุก และรับ ช่วยไล่เพรสซิ่ง ไม่ปล่อยให้นักเตะเปแอสเชได้เล่นง่ายๆ และทำงานหนักเพื่อทีมตลอดการแข่งขัน
เอเบเรชี่ เอเซ่ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น. 91) : 5.5
ลงสนามเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว กล้าเล่นเสี่ยง พยายามจ่ายบอลทะลุช่องหรือแทงบอลผ่านหลังแนวรับ เพื่อสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมหลุดเข้าไปเล่นในพื้นที่อันตราย
มาร์ติน ซูบีเมนดี้ (ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ น. 91) : 6
ช่วยทำให้แผงมิดฟิลด์แกร่งยิ่งขึ้น ควบคุมพื้นที่ตรงกลางสนาม ทั้งในเรื่องการตัดเกม การเก็บบอลจังหวะสอง และการลดช่องว่างระหว่างแดนกลางกับแนวรับ บทบาทโดดเด่นในเชิงสร้างสรรค์เกมรุก มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมประคองสถานการณ์และรับมือกับแรงกดดันจากคู่แข่งได้ดีขึ้น