เปแอสเช ดวลเป้าเอาชนะจุดโทษ อาร์เซน่อล 4-3 (120 นาที เสมอ 1-1) ป้องกันแชมป์สำเร็จ ซิวแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนทัพ "ปืนใหญ่" ชวดสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์สมัยแรกอย่างน่าเสียดาย
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่สนาม ปุสกัส อารีน่า ประเทศฮังการี แชมป์เก่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากฝรั่งเศส พบกับ อาร์เซน่อล แชมป์พรีเมียร์ลีกล่าสุดจากอังกฤษที่ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์สมัยแรก
หลุยส์ เอ็นรีเก้ ได้ทีมที่ฟิตสมบูรณ์ อาชราฟ ฮาคิมี่ คัมแบ็กตัวจริงทำให้ 10 คนในชุดนี้ยกเว้น มัตเวย์ ซาโฟนอฟ เป็นชุดเดียวกับที่คว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ส่วน มิเกล อาร์เตต้า ยังเลือกใช้ คริสเตียน มอสเกร่า ลงเล่นแบ็กขวาเนื่องจาก เจอร์เรียน ทิมเบอร์ เพิ่งจะหายเจ็บและร้างสนามไปนาน ส่วนแดนกลาง เดแคลน ไรซ์ จับคู่กับ ไมล์ส ลูอิส สเกลลี่ โดยมี มาร์ติน โอเดอการ์ด ทำเกมรุกร่วมกับ บูคาโย่ ซาก้า และเลอันโดร ทรอสซาร์ ส่วนหน้าเป้าเลือกใช้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนวิคตอร์ โยเคอเรส
เปิดฉากมา 6 นาทีแรก แนวรับเปแอสเชพลาดก่อนหลัง มาร์กินโญส สกัดไปโดน เลอันโดร ทรอสซาร์ กระดอนมาเข้าทาง ไค ฮาแวร์ตซ์ ลากเดี่ยวเข้ามาก่อนซัดมุมแคบสุดคมกริบแสกหน้า มัตเวย์ ซาโฟนอฟ เข้าไปให้ อาร์เซน่อล ชิงขึ้นนำ 1-0
กลายเป็นเกมรุกของแชมป์เก่าทำอะไรไม่ได้เลย ไม่ได้เล่นอยู่ในเกมของตัวเอง นาที 26 ปืนใหญ่มาได้เสียวจากจังหวะที่ บูคาโย่ ซาก้า ครอสมาหน้าประตูบอลเกือบถึง เลอันโดร ทรอสซาร์ แต่โดนแข้งปารีสเคลียร์ออกไปก่อน ซึ่งจังหวะนี้ มัตเวย์ ซาโฟนอฟ ปะทะกับ มาร์กินโญส จนมีอาการเจ็บเกมต้องหยุดชั่วคราว
ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+3 ปืนใหญ่ เกือบได้ลุ้นเม็ดสองหลัง ไค ฮาแวร์ตซ์ กดด้วยซ้ายเหน่งๆ แต่โดน มาร์กินโญส มาบล็อคไว้ได้หวุดหวิด ทำให้จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำเปแอสเช 1-0
ครึ่งหลัง อาร์เซน่อล มาเสียสองใบเหลืองติดๆ จาก มอสเกร่า และบูคาโย่ ซาก้า ซึ่งจังหวะนี้พุ่งเข้าไปแย่งบอลกับ ดูเอ้ แต่ผู้ตัดสินมองว่าเข้าอันตรายให้เปแอสเชได้ฟรีคิกหน้ากรอบก่อนที่ ฮาคิมี่ จะวิ่งมาซัดเต็มแรงแต่บอลพุ่งเข้าซอง ดาบิด ราย่า
นาที 62 อาร์เซน่อล มาเสียจุดโทษหลัง มอสเกร่า ไปเข้าช้าทำฟาวล์ ควารัตสเคเลีย ด้านหลังผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะมีการเช็ก วีเออาร์ แล้วยืนยันให้เป็นจุดโทษเปแอสเช และเป็น อุสมาน เดมเบเล่ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดพา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไล่ตีเสมอ 1-1
หลังเสียประตู มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่อาร์เซน่อล แก้หมากด้วยการส่ง เจอร์เรียน ทิมเบอร์ และวิคตอร์ โยเคเรส ลงไปเล่นแทน คริสเตียน มอสเกร่า และมาร์ติน โอเดอการ์ด
นาที 77 โอกาสทองของ เปแอสเช เกือบแซงขึ้นนำหลัง ซาลีบา ดันสูงครึ่งสนามโดน ควิชา ควารัตสเคเลีย พลิกบอลลากเข้ามาซัดมุมแคบไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
ท้ายเกม นาที 83 อาร์เซน่อล เปลี่ยนอีกสองคนถอด เลอันโดร ทรอสซาร์ และบูคาโย่ ซาก้า ออกแล้วส่ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และโนนี่ มาดูเอเก้ ลงไปเล่นแทน ส่วนทางฝั่ง เปแอสเช ส่ง แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า ลงไปเล่นแทน ควิชา ควารัตสเคเลีย
นาที 89 เปแอสเช ได้บุกขึ้นมาทางขวา เดซีเร่ ดูเอ้ ลากตัดเข้ากลางแล้วไหลให้ วิตินญ่า ซัดไกลเฉียดคานไปนิดเดียว
จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที
ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาที 102 โนนี่ มาดูเอเก้ ลากหนีนูโน่ เมนเดสก่อนล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร ก่อน เดแคลนไรซ์ และมิเกล อาร์เตต้า จะโวยแหลกจนโดนใบเหลืองไปคนละใบ ก่อนครบ 120 นาทียังทำอะไรไม่ได้ เสมอ 1-1 ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษเพื่อหาแชมป์ในฤดูกาลนี้
ซึ่งในช่วงยิงจุดโทษ เอเบเรชี่ เอเซ่ และกาเบรียล มากัลเญส ยิงสองคนทางฝั่งปืนใหญ่ที่ยิงพลาด ขณะที่แชมป์เก่า นูโน่ เมสเดส พลาดแค่คนเดียวทำให้ เปแอสเช เอาชนะในช่วงดวลจุดโทษไปได้ 4-3 ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และคว้าแชมป์สมัยที่สองติดต่อกัน
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เปแอสเช (4-3-3) : มัตเวย์ ซาโฟนอฟ - อาชราฟ ฮาคิมี่รี่, มาร์กินโญส (อิลย่า ซาบาร์นี่ น.106), วิลเลียน ปาโช่, นูโน่ เมนเดส - ชูเอา เนเวส, วิตินญ่า (ลูคัส เบรัลโด้่ น.106), ฟาเบียน รุยซ์ (วาร์เรน ซาอีร์-เอเมอรี่ น.95) - เดซีเร่ ดูเอ้, อุสมาน เดมเบเล่ (กอนซาโล่ รามอส น.90+6), ควิชา ควารัตสเคเลีย (แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า น.83)
อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ดาบิด ราย่า - คริสเตียน มอสเกร่า (เจอร์เรียน ทิมเบอร์ น.66), วิลเลียม ซาลีบา, กาเบรียล มากัลเญส, ปิเอโร่ อินกาปิเอ้ - เดแคลน ไรซ์, ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ (มาร์ติน ซูบีเมนดี้ น.91) - บูกาโย่ ซาก้า (โนนี่ มาดูเอเก้ น.83), มาร์ติน โอเดอการ์ด (วิคตอร์ โยเคเรส น.66), เลอันโดร ทรอสซาร์ (กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ น.83) - ไค ฮาแวร์ตซ์ (เอเบเรชี่ เอเซ่ น.91)
ผู้ตัดสิน : ดาเนียล ซีแบร์ต (เยอรมนี)