3 เหตุผลที่ทำให้ แมนยู สามารถกลับคืนฟอร์ม หลังผลงานย่ำแย่ช่วงต้นซีซั่น

สำหรับสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ต้องบอกว่าย่ำแย่เหลือเกิน เพราะก่อนที่ฤดูกาล 2023/2024 พวกเขาได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในทีมที่ก้าวขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือน "ผีแดง" แค่ประครองตัวให้รอดไปแบบเกมต่อเกมก็ยากลำบากสุดๆ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ เอริค เทน ฮาก ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งของลูกทีมออกมาได้เหมือนกับเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา นั่นก็เพราะพวกเขามีผู้เล่นบาดเจ็บมากกว่า โดยเฉพาะแข้งคีย์แมนอย่าง ราฟาเอล วาราน, เมสัน เมาท์, ลุค ชอว์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ โซฟียาน อัมราบัติ ที่โดนโรงเดี้ยงเล่นงาน หมดสิทธิ์ช่วยทีมไปหลายเกม

ยิ่งไปกว่านั้นปัญหานอกสนามทั้ง เจดอน ซานโช่ ที่ทำตัวแข็งข้อไม่ให้ความเคารพกุนซือชาวดัตช์จนโดนดร็อปออกจากทีมชุดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา แถมเกมกับ เบิร์นลี่ย์ วันเสาร์นี้ก็ยังไม่มีชื่อ ส่วน อันโตนี่ ยังเคลียร์เรื่องคดีทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาวไม่จบ ทำให้ตอนนี้ไม่รู้ว่าทั้งสองคนจะกลับมาช่วยทีมได้เมื่อไหร่

อย่างไรก็ตามช่วงปลายสัปดาห์นี้สาวก "เร้ด อาร์มี่" อาจจะได้พบกับข่าวดี เพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ผู้เล่นบางคนกลับคืนสู่ทัพใหญ่ และมีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะช่วยพลิกสถานการณ์ที่ย่ำแย่ของทีม กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง 

1. วาราน กลับมาแล้ว

ปราการหลังชาวฝรั่งเศส พลาดลงสนามให้ทีม 3 แมตช์หลังสุดซึ่งเป็นเกมที่พวกเขาแพ้เรียบวุธ สำหรับสามเกมดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด เสียไปถึง 10 ประตู ยิ่งไปกว่านั้น "ผีแดง" เสีย 3 ประตูหรือมากกว่านั้นติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1978 ด้วย ดังนั้นสิ่งนี้บ่งบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการที่ทีมขาด วาราน คุมแผงแบ็กโฟร์คือปัญหาใหญ่สำหรับ เทน ฮาก อย่างแท้จริง

วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ยังทำผลงานได้ไม่ดีพอที่จะมาทดแทน วาราน ขณะที่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ผลงานก็ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางแถมบางครั้งก็เล่นแรงเกินความจำเป็น และยังมีจังหวะเข้าบอลพรวดพาดหลายครั้ง  ซึ่งฟอร์มแบบนี้บอกเลยว่าต่างจากเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาอย่างมาก 

เซนเตอร์แบ็กเลือดเฟร้นช์ คือหัวใจหลักในเกมรับของ แมนฯ ยูฯ ดังนั้นการที่เห็นเขาหวนกลับมาฝึกซ้อมได้แล้วน่าจะทำให้แฟนผีโปรเจกต์มีลุ้นจะได้เห็นเขาลงสนามแมตช์เยือน เบิร์นลี่ย์ ในวันเสาร์นี้ เพราะตอนนีทีมต้องการ วาราน อย่างมาก โดยเฉพาะ เทน ฮาก เพราะถ้าเกิดแพ้ที่ เทิร์ฟ มัวร์ งานนี้เก้าอี้ของกุนซือชาวดัตช์คงสั่นคลอนสุดๆ 

2. เมาท์ เตรียมคืนสนาม

อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหาอย่างมากนั่นก็คือแดนกลางของทีมที่เล่นได้ไม่โดดเด่นเหมือนกับซีซั่นที่ผ่าน โดยตอนนี้ กาเซมีโร่ ต้องรับบทบาทหนักมากในการคุมจังหวะการเล่น และยังต้องคอยสกัดเกมรุกของคู่แข่ง แถมตอนนี้เจ้าตัวเล่นได้ค่อนข้างช้า ยิ่งทำให้ "ผีแดง" ฟอร์มย่ำแย่เข้าไปอีก

ช่วงซัมเมอร์นี้ เทน ฮาก คว้าตัว เมสัน เมาท์ มาร่วมทัพ แม้ว่านักเตะยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างที่สาวก "เร้ด อาร์มี่" คาดหวังเอาไว้ แต่หากนักเตะสามารถปรับตัวเข้ากับแท็กติกของ เทน ฮาก น่าจะทำให้เขาแสดงศักยภาพออกมาได้มากขึ้น

น่าเสียดายที่พัฒนาการของ เมาท์ ต้องหยุดชะงักชั่วคราวหลังมีปัญหาบาดเจ็บส่งผลให้พลาดลงสนาม 4 เกมหลังสุด แต่ตอนนี้เขากลับมาฟิตสมบูรณ์แล้ว และเชื่อว่า เทน ฮาก พร้อมที่จะส่งเขาลงสนามให้แมตช์เยือน เบิร์นลี่ย์ เพราะการมี อดีตสตาร์เชลซี ลงสนาม จะช่วยปั้นเกมร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และสร้างโอกาสในเกมรุกให้กับทีมได้มากยิ่งขึ้น 

3. เดบิวต์ อัมราบัต 

สำหรับผู้เล่นอีกรายที่แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด อยากเห็นผลงานมากๆ ก็คือ โซฟียาน อัมราบัติ เพราะนับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ นักเตะยังไม่มีโอกาสได้ลงสนามให้กับ "ปีศาจแดง" เพราะต้องรักษาอาการบาดเจ็บ 

เทน ฮาก ดึง อัมราบัต มาร่วมทีมเพราะต้องการให้เขามาช่วยแบ่งเบาภาระของ กาเซมีโร่ และยังทำให้ แฟร์นันด์ส หรือ เมาท์ สามารถเล่นเกมรุกได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเกมรับ ซึ่งนั่นจะทำให้ แมนฯ ยูฯ อันตรายมากยิ่งขึ้น

สตาร์ทีมชาติโมร็อกโก มีจุดเด่นตรงการจ่ายบอล โดยเฉพาะการวางบอลยาวที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม และในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาลที่แล้ว อัมราบัต ซึ่งเล่นอยู่กับ ฟิออเรนติน่า มีค่าเฉลี่ยวางบอลยาวอยู่ที่ 9.77 ครั้งต่อเกมมากสุดอยู่ในลำดับต้นๆ ของนักเตะทั้งหมดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป

ขณะที่ค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งอยู่ที่ 0.6 ครั้งต่อเกม ส่วนการเข้าสกัดต่อเกมของ อัมราบัต อยู่ที่ 1.7 ครั้ง และสกัดสำเร็จ 75 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งมีค่าเฉลี่ยทำฟาวล์อยู่ที่ 2.4 ครั้งต่อเกม หากเปรียบเทียบเรื่องการวางบอลยาวกับนักเตะแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น อัมราบัต (79.8%)) มีความแม่นยำเหนือกว่าทุกคน โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส อยู่ที่ (57.7%), กาเซมีโร่ (55.9%) และ คริสเตียน เอริคเซ่น (54.7%)

ทอมเม้ง 


ที่มาของภาพ : gettyimages,
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport