เปิดกฎพรีเมียร์ลีกสำหรับแข้งเยาวชน หลัง แม็กซ์ ดาวแมน วัย 16 ปี แจ้งเกิดกับอาร์เซน่อล และ เจเจ กาเบรียล วัย 1ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ชื่อของ แม็กซ์ ดาวแมน และ เจเจ กาเบรียล กลายเป็นที่พูดถึงในวงการฟุตบอลอังกฤษ แต่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดาวแมน ปีกดาวรุ่งวัย 16 ปีของ อาร์เซน่อล เพิ่งทำผลงานโดดเด่นด้วยการยิง 2 ประตู ช่วยทีมบุกชนะ อิปสวิช ทาวน์ 4-2 ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ดาวแมน สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักเตะอายุน้อยอันดับ 2 ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก และเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่ กาเบรียล กองหน้าวัย 15 ปีของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับตกเป็นข่าวจากการยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอย้ายออกจากสโมสร ทั้งที่เจ้าตัวเคยลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ในช่วงปรีซีซั่น และมีโอกาสประเดิมสนามอย่างเป็นทางการภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กรณีของสองดาวรุ่งนำไปสู่คำถามสำคัญว่า นักฟุตบอลอายุน้อยต้องรับมือกับชีวิต การศึกษา และเส้นทางอาชีพอย่างไร และมีกฎข้อใดที่พวกเขากับสโมสรต้องปฏิบัติตาม อายุขั้นต่ำสำหรับการลงเล่นทีมชุดใหญ่ พรีเมียร์ลีกกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการลงเล่นระดับทีมชุดใหญ่อยู่ที่ปีฤดูกาลหรือปีการศึกษาที่นักเตะจะมีอายุครบ 16 ปี ตามระบบการศึกษาของอังกฤษและเวลส์ นักเตะจะต้องอยู่ในระดับชั้นปีที่ 11 (เทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 5 ของประเทศไทย) จึงสามารถลงเล่นฟุตบอลระดับทีมชุดใหญ่ได้ ตัวอย่างเช่น ดาวแมน ลงเล่นพรีเมียร์ลีกครั้งแรกในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะมีอายุ 15 ปี เนื่องจากเขาจะมีอายุครบ 16 ปีภายในฤดูกาลดังกล่าว นอกจาก ดาวแมน ยังมี อีธาน วาเนรี่ และ เจเรมี่ มองก้า เคยประเดิมสนามในลีกด้วยวัย 15 ปีเช่นกัน โดยทั้งคู่จะมีอายุครบ 16 ปีภายในปีการศึกษานั้น ส่วน เจเจ กาเบรียล ไม่มีสิทธิ์ลงเล่นฟุตบอลทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เขาสามารถทำได้เฉพาะในฤดูกาลนี้ เนื่องจากจะมีอายุครบ 16 ปีในเดือนหน้า ดาวรุ่งผูกพันกับสโมสรอย่างไร? ระบบอะคาเดมี่ในอังกฤษแบ่งสโมสรที่เข้าร่วมออกเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ประเภท 1 ถึงประเภท 4 สโมสรที่อยู่ในระดับสูงกว่าจะมีสิทธิ์เซ็นสัญญากับนักเตะจากอะคาเดมี่ระดับต่ำกว่า โดยจ่ายค่าชดเชยตามโครงสร้างที่กำหนดไว้ ดังนั้นสโมสรระดับประเภท 1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด สามารถเซ็นนักเตะจากสโมสรประเภท 2 ถึง 4 ได้ นักเตะเยาวชนจะเริ่มมีสถานะเป็นผู้เล่นภายใต้สัญญาของสโมสรอย่างเป็นทางการ เมื่อเซ็นสัญญาทุนการศึกษา ก่อนหน้านั้น กฎที่ผูกมัดนักเตะกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งยังมีน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม สโมสรจะถือสิทธิ์ในการลงทะเบียนนักเตะ หากนักเตะถูกลงทะเบียนกับสโมสรในฤดูกาลนั้น หากต้องการลงเล่นฟุตบอลทีมชุดใหญ่ในพรีเมียร์ลีก นักเตะจะต้องมีข้อตกลงทุนการศึกษากับสโมสร นักเตะยังไม่สามารถได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรกจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูกาลที่พวกเขาจะมีอายุครบ 16 ปี และไม่สามารถเซ็นสัญญาอาชีพได้จนกว่าจะถึงวันเกิดอายุครบ 17 ปี นักเตะเยาวชนได้รับค่าจ้างหรือไม่? หลังเซ็นสัญญาทุนการศึกษา นักเตะเยาวชนจะได้รับค่าตอบแทนตามโครงสร้างที่ยึดรูปแบบการฝึกงาน นักฟุตบอลเยาวชนบางรายที่เล่นให้กับสโมสรซึ่งตั้งอยู่ต่างประเทศหรือต่างพื้นที่จากครอบครัว อาจได้รับการจัดหาที่พักกับครอบครัวท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับสโมสรเพื่อดูแลนักเตะดาวรุ่ง ซึ่งที่พักลักษณะนี้มักเรียกว่า “ดิกส์” สำหรับนักเตะที่ไม่ได้พักกับครอบครัวท้องถิ่นและยังอาศัยอยู่กับครอบครัวของตัวเอง บางสโมสรจะมอบเงินเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่าย เช่น ค่าที่พักและอาหาร การศึกษายังคงเป็นเรื่องสำคัญ อะคาเดมี่ของหลายสโมสรมีหลักสูตรการศึกษาให้นักเตะเยาวชน เพื่อให้สามารถแบ่งเวลาเรียนหนังสือควบคู่กับการพัฒนาฝีเท้า และได้รับวุฒิการศึกษาที่มีประโยชน์ต่ออนาคต รูปแบบการจัดการแตกต่างกันไป บางสโมสรมีโรงเรียนอยู่ภายในศูนย์ฝึกอะคาเดมี่ ขณะที่บางแห่งร่วมมือกับโรงเรียนในท้องถิ่น หรือทำข้อตกลงกับโรงเรียนเดิมของนักเตะเพื่อจัดสมดุลระหว่างการเรียนกับฟุตบอล ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเอสเซ็กซ์ ในปี 2024 ระบุว่า มีเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นในอะคาเดมี่ฟุตบอลอาชีพที่ก้าวขึ้นไปเล่นฟุตบอลระดับลีกสูงสุด ด้วยเหตุนี้ สโมสรทั่วประเทศจึงพยายามเตรียมทางเลือกด้านอาชีพให้กับนักเตะมากขึ้น ในกรณีที่เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่เป็นไปตามความคาดหวัง นอกจากวิชาหลักอย่างภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์แล้ว อะคาเดมี่หลายแห่งยังเพิ่มการเรียนรู้เรื่องทักษะชีวิต สื่อ การเงิน และการขับรถ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเตะสำหรับชีวิตหลังออกจากอะคาเดมี่ ไซมอน ออร์ด อดีตหัวหน้าฝ่ายการศึกษาของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ย้ำถึงความสำคัญของเรื่องนี้ โดยระบุว่าสโมสรต้องดูแลให้ศักยภาพด้านการศึกษาของนักเตะไม่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางฟุตบอล ออร์ดยังยกตัวอย่าง ดาวแมน ว่าเป็นกรณีที่สามารถทำได้ดีทั้งในสนามและห้องเรียน โดยดาวแมนสามารถสอบจีซีเอสอีและทำผลงานด้านการศึกษาได้ดี ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ให้การสนับสนุนเรื่องนี้เป็นอย่างดี กฎด้านความปลอดภัยสำหรับนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อการคุ้มครองนักเตะ นักฟุตบอลที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวเดียวกับผู้เล่นทีมชุดใหญ่ และต้องใช้พื้นที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแยกต่างหาก สโมสรยังต้องจัดห้องอาบน้ำที่กำหนดไว้สำหรับนักเตะเยาวชน โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลที่ได้รับมอบหมายคอยกำกับ เช่น เจ้าหน้าที่ประสานงานนักเตะ หรือสมาชิกทีมดูแลความปลอดภัยของสโมสร สำหรับสโมสรในลีกระดับล่างที่มีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อย สามารถใช้บุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งและขึ้นทะเบียนกับระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หรือ ดีบีเอส ทำหน้าที่ดังกล่าวได้ นักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปียังไม่ได้รับอนุญาตให้สวมเสื้อที่มีผู้สนับสนุนเกี่ยวกับการพนัน ซึ่งปัจจุบันเป็นประเด็นที่จัดการได้ง่ายขึ้นสำหรับสโมสรพรีเมียร์ลีก หลังมีการห้ามผู้สนับสนุนการพนันอยู่บริเวณด้านหน้าของเสื้อแข่ง นอกจากนี้ยังมีกฎด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การดูแลความปลอดภัยระหว่างการเดินทางกับทีม และการป้องกันไม่ให้นักเตะเยาวชนอยู่ใกล้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ผู้เล่นทีมชุดใหญ่บริโภค สำหรับกฎการเปลี่ยนตัวใหม่ที่กำหนดให้นักเตะต้องออกจากสนาม ณ จุดที่ใกล้ที่สุด นักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปีได้รับการยกเว้น โดยเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย พวกเขาควรเดินออกจากสนามบริเวณเส้นกึ่งกลางใกล้ซุ้มม้านั่งสำรองเสมอ5 ปี ขออำลาแมนยู
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ชื่อของ แม็กซ์ ดาวแมน และ เจเจ กาเบรียล กลายเป็นที่พูดถึงในวงการฟุตบอลอังกฤษ แต่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ดาวแมน ปีกดาวรุ่งวัย 16 ปีของ อาร์เซน่อล เพิ่งทำผลงานโดดเด่นด้วยการยิง 2 ประตู ช่วยทีมบุกชนะ อิปสวิช ทาวน์ 4-2 ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ดาวแมน สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักเตะอายุน้อยอันดับ 2 ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก และเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
ขณะที่ กาเบรียล กองหน้าวัย 15 ปีของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับตกเป็นข่าวจากการยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอย้ายออกจากสโมสร ทั้งที่เจ้าตัวเคยลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ในช่วงปรีซีซั่น และมีโอกาสประเดิมสนามอย่างเป็นทางการภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค
กรณีของสองดาวรุ่งนำไปสู่คำถามสำคัญว่า นักฟุตบอลอายุน้อยต้องรับมือกับชีวิต การศึกษา และเส้นทางอาชีพอย่างไร และมีกฎข้อใดที่พวกเขากับสโมสรต้องปฏิบัติตาม
อายุขั้นต่ำสำหรับการลงเล่นทีมชุดใหญ่
พรีเมียร์ลีกกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการลงเล่นระดับทีมชุดใหญ่อยู่ที่ปีฤดูกาลหรือปีการศึกษาที่นักเตะจะมีอายุครบ 16 ปี
ตามระบบการศึกษาของอังกฤษและเวลส์ นักเตะจะต้องอยู่ในระดับชั้นปีที่ 11 (เทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 5 ของประเทศไทย) จึงสามารถลงเล่นฟุตบอลระดับทีมชุดใหญ่ได้
ตัวอย่างเช่น ดาวแมน ลงเล่นพรีเมียร์ลีกครั้งแรกในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะมีอายุ 15 ปี เนื่องจากเขาจะมีอายุครบ 16 ปีภายในฤดูกาลดังกล่าว
นอกจาก ดาวแมน ยังมี อีธาน วาเนรี่ และ เจเรมี่ มองก้า เคยประเดิมสนามในลีกด้วยวัย 15 ปีเช่นกัน โดยทั้งคู่จะมีอายุครบ 16 ปีภายในปีการศึกษานั้น
ส่วน เจเจ กาเบรียล ไม่มีสิทธิ์ลงเล่นฟุตบอลทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เขาสามารถทำได้เฉพาะในฤดูกาลนี้ เนื่องจากจะมีอายุครบ 16 ปีในเดือนหน้า
ดาวรุ่งผูกพันกับสโมสรอย่างไร?
ระบบอะคาเดมี่ในอังกฤษแบ่งสโมสรที่เข้าร่วมออกเป็น 4 ระดับ ตั้งแต่ประเภท 1 ถึงประเภท 4
สโมสรที่อยู่ในระดับสูงกว่าจะมีสิทธิ์เซ็นสัญญากับนักเตะจากอะคาเดมี่ระดับต่ำกว่า โดยจ่ายค่าชดเชยตามโครงสร้างที่กำหนดไว้
ดังนั้นสโมสรระดับประเภท 1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด สามารถเซ็นนักเตะจากสโมสรประเภท 2 ถึง 4 ได้
นักเตะเยาวชนจะเริ่มมีสถานะเป็นผู้เล่นภายใต้สัญญาของสโมสรอย่างเป็นทางการ เมื่อเซ็นสัญญาทุนการศึกษา
ก่อนหน้านั้น กฎที่ผูกมัดนักเตะกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งยังมีน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม สโมสรจะถือสิทธิ์ในการลงทะเบียนนักเตะ หากนักเตะถูกลงทะเบียนกับสโมสรในฤดูกาลนั้น
หากต้องการลงเล่นฟุตบอลทีมชุดใหญ่ในพรีเมียร์ลีก นักเตะจะต้องมีข้อตกลงทุนการศึกษากับสโมสร
นักเตะยังไม่สามารถได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรกจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูกาลที่พวกเขาจะมีอายุครบ 16 ปี และไม่สามารถเซ็นสัญญาอาชีพได้จนกว่าจะถึงวันเกิดอายุครบ 17 ปี
นักเตะเยาวชนได้รับค่าจ้างหรือไม่?
หลังเซ็นสัญญาทุนการศึกษา นักเตะเยาวชนจะได้รับค่าตอบแทนตามโครงสร้างที่ยึดรูปแบบการฝึกงาน
นักฟุตบอลเยาวชนบางรายที่เล่นให้กับสโมสรซึ่งตั้งอยู่ต่างประเทศหรือต่างพื้นที่จากครอบครัว อาจได้รับการจัดหาที่พักกับครอบครัวท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับสโมสรเพื่อดูแลนักเตะดาวรุ่ง ซึ่งที่พักลักษณะนี้มักเรียกว่า “ดิกส์”
สำหรับนักเตะที่ไม่ได้พักกับครอบครัวท้องถิ่นและยังอาศัยอยู่กับครอบครัวของตัวเอง บางสโมสรจะมอบเงินเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่าย เช่น ค่าที่พักและอาหาร
การศึกษายังคงเป็นเรื่องสำคัญ
อะคาเดมี่ของหลายสโมสรมีหลักสูตรการศึกษาให้นักเตะเยาวชน เพื่อให้สามารถแบ่งเวลาเรียนหนังสือควบคู่กับการพัฒนาฝีเท้า และได้รับวุฒิการศึกษาที่มีประโยชน์ต่ออนาคต
รูปแบบการจัดการแตกต่างกันไป บางสโมสรมีโรงเรียนอยู่ภายในศูนย์ฝึกอะคาเดมี่ ขณะที่บางแห่งร่วมมือกับโรงเรียนในท้องถิ่น หรือทำข้อตกลงกับโรงเรียนเดิมของนักเตะเพื่อจัดสมดุลระหว่างการเรียนกับฟุตบอล
ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเอสเซ็กซ์ ในปี 2024 ระบุว่า มีเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นในอะคาเดมี่ฟุตบอลอาชีพที่ก้าวขึ้นไปเล่นฟุตบอลระดับลีกสูงสุด
ด้วยเหตุนี้ สโมสรทั่วประเทศจึงพยายามเตรียมทางเลือกด้านอาชีพให้กับนักเตะมากขึ้น ในกรณีที่เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
นอกจากวิชาหลักอย่างภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์แล้ว อะคาเดมี่หลายแห่งยังเพิ่มการเรียนรู้เรื่องทักษะชีวิต สื่อ การเงิน และการขับรถ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเตะสำหรับชีวิตหลังออกจากอะคาเดมี่
ไซมอน ออร์ด อดีตหัวหน้าฝ่ายการศึกษาของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ย้ำถึงความสำคัญของเรื่องนี้ โดยระบุว่าสโมสรต้องดูแลให้ศักยภาพด้านการศึกษาของนักเตะไม่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางฟุตบอล
ออร์ดยังยกตัวอย่าง ดาวแมน ว่าเป็นกรณีที่สามารถทำได้ดีทั้งในสนามและห้องเรียน โดยดาวแมนสามารถสอบจีซีเอสอีและทำผลงานด้านการศึกษาได้ดี ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ให้การสนับสนุนเรื่องนี้เป็นอย่างดี
กฎด้านความปลอดภัยสำหรับนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี
เพื่อการคุ้มครองนักเตะ นักฟุตบอลที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวเดียวกับผู้เล่นทีมชุดใหญ่ และต้องใช้พื้นที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแยกต่างหาก
สโมสรยังต้องจัดห้องอาบน้ำที่กำหนดไว้สำหรับนักเตะเยาวชน โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลที่ได้รับมอบหมายคอยกำกับ เช่น เจ้าหน้าที่ประสานงานนักเตะ หรือสมาชิกทีมดูแลความปลอดภัยของสโมสร
สำหรับสโมสรในลีกระดับล่างที่มีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อย สามารถใช้บุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งและขึ้นทะเบียนกับระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม หรือ ดีบีเอส ทำหน้าที่ดังกล่าวได้
นักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปียังไม่ได้รับอนุญาตให้สวมเสื้อที่มีผู้สนับสนุนเกี่ยวกับการพนัน ซึ่งปัจจุบันเป็นประเด็นที่จัดการได้ง่ายขึ้นสำหรับสโมสรพรีเมียร์ลีก หลังมีการห้ามผู้สนับสนุนการพนันอยู่บริเวณด้านหน้าของเสื้อแข่ง
นอกจากนี้ยังมีกฎด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การดูแลความปลอดภัยระหว่างการเดินทางกับทีม และการป้องกันไม่ให้นักเตะเยาวชนอยู่ใกล้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ผู้เล่นทีมชุดใหญ่บริโภค
สำหรับกฎการเปลี่ยนตัวใหม่ที่กำหนดให้นักเตะต้องออกจากสนาม ณ จุดที่ใกล้ที่สุด นักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปีได้รับการยกเว้น โดยเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย พวกเขาควรเดินออกจากสนามบริเวณเส้นกึ่งกลางใกล้ซุ้มม้านั่งสำรองเสมอ