ดราม่าคาราบาวคัพ! แมนฯ ยูไนเต็ด นำไว 2-0 แต่โดน ไบรท์ตัน พลิกแซงดับคาบ้าน 3-2 บอบู๋ จวกแหลกเกมรับเปื่อยเป็นกระดาษชำระ คาร์ริค แก้เกมช้า
พลพรรคปีศาจแดงเปิดฉากอย่างร้อนแรง เพียงแค่ 10 นาทีแรกก็นำ ไบรท์ตัน ถึง 2-0 แต่จบเกมดันพุ่งชนความปราชัย ด้วยสกอร์ 3-2 ตกรอบ 'น้าแอ๊ด คัพ' แบบคาบ้านไปอย่างทุเรศทุรังดีนักแล
ต่อไปคือสิ่งที่อยากจะบอก
1. ไมเคิ่ล คาร์ริค จัดทีมตามสูตร 'มิคกี้เม้าส์' ด้วยการผสมตัวสำรองและดาวรุ่งลงไปหลายหน่วยเหมือนต้องการบอกแฟนบอลว่า...
'พวกมึงอย่าหวังอะไรมากนะคะ'
เพราะผู้มาเยือนนี่ 'ของแสลง' แถมยังเป็นทีมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ทางอย่างแรง
2. ตอนที่ เช เลซี่ย์ ลากตัดจากขวาเข้ามากดด้วยซ้ายตุงตาข่ายช่วยให้เจ้าบ้านนำ 1-0 เหมือนใครบางคนเขียนบทเอาไว้เลย เพราะมันเพิ่งเกิดเรื่องบัดสีที่เด็กเนรคุณ เจเจ กาเบรียล อยากลาออกจากการเป็นศิษย์สามง่าม
ถัดมาอีกแค่ 2 นาทีก็มีดราม่า เมื่อ เมสัน อนุทิน ตะบันประตูที่ 2
อารมณ์นั้นมันโคตรสะใจ พวกมึงก็มีเหมือนกันนี่หว่า 55555 เกมนี้ชนะแน่ !!!
3. ที่ไหนได้นะครับ
หลังนำห่าง 2-0 ผู้เล่นพันธุ์อสูรก็หันมาเล่นเกมรับแบบเต็มตัว แถมยังเล่นแบบ 'กูนี่เจ๋งเต็มประดา' อีกตะหาก
ว่าแล้วไบรท์ตัน ก็ครองบอลบุกอยู่ข้างเดียว ด้วยรูปแบบการเล่นอันเป็นระบบ และมีทีมเวิร์คมากกว่าชัดเจนจน แมนฯ ยูไนเต็ด โงนเงนไป โงนเงนมา ไม่ต่างจากนักมวยที่เมาหมัด รอเวลาถูกน็อค
ขอโทษ !!!...นี่ขนาดยิงทิ้งยิงขว้างไปหลายครั้ง พวกเขายังอุตส่าห์ตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 ได้ก่อนจบครึ่งแรก
ขืนยังเล่นแบบนี้ต่อไปในครึ่งหลัง ความบรรลัยมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด แน่นอน
4. ในเมื่อตกอยู่ในสภาวะล่อแหลมต่อการถูกกะซวกไส้ กุนซือปีศาจแดงควรแก้เกมทันที ด้วยการส่งผู้เล่นตัวหลักลงสนามในครึ่งหลัง เพื่อเพิ่มคุณภาพของทีมให้สูงขึ้น
ทว่า 'พี่ไมค์' กลับเอามือเกาคางพลางทำหน้าบึ้งยืนเป็นสากแช่ครกอยู่ข้างสนาม ปล่อยให้ทีมเยือนบุกขย่มจนทำนบแตก
กว่าจะรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว แถมนักเตะตัวหลักลงมาก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย 555555
5. มันจัดเป็นอีกเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงต้นฤดูกาลที่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า...ห่วยแตก
เฉพาะอย่างยิ่งเกมรับที่เปื่อยยุ่ยยิ่งกว่ากระดาษชำระราคาถูกในส้วมสาธารณะ
ดิโอโก้ ดาโลต์ ทั้งเหม่อ ทั้งมั่ว ทั้งมึน ยืนดูคู่แข่งเปิดบอลเฉยๆ และเตะยัดเข้ากลางซะอย่างนั้นจนเสียไปถึง 2 ประตู อ้าย....ฟายยยย
คู่เซ็นเตอร์ฯ อย่าง เลนี่ โยโร่ กับ เอย์เดน เฮฟเว่น ก็ไม่ต่างจาก 'กรวยจราจร' ที่อนุญาตให้ใครเลี้ยงผ่านก็ได้ตามอัธยาศัย
มิดฟิลด์ตัวรับอย่าง อันเดรย์ ซานโต้ส นอกจากจะหยุดคู่แข่งไม่ได้ ยังพักบอลและจ่ายบอลไม่ได้อีก
ส่วนเกมรุกก็ต่างคนต่างเล่น โดยใช้ความสามารถเฉพาะตัวเป็นสำคัญมากกว่าที่จะประสานงานกัน
สรุปว่าเฮงซวยทุกภาคส่วน นักเตะ ผู้จัดการทีม ผู้บริหาร เช่นเดียวกับแฟนบอลที่อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอน แล้วยังต้องมาเจอความเฮงซวยแบบนี้อีก !!!
#บอบู๋