มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสเปน ทำให้เกมรุกของ อาร์เซน่อล กลับมาเข้าฝักได้อีกครั้ง และเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ทีมเป็นแบบนี้ อาจเป็นเพียงความรักความผูกพันเล็กๆ น้อยๆ ของผู้เล่นในทีม
มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสเปน ทำให้เกมรุกของ อาร์เซน่อล กลับมาเข้าฝักได้อีกครั้ง และเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ทีมเป็นแบบนี้ อาจเป็นเพียงความรักความผูกพันเล็กๆ น้อยๆ ของผู้เล่นในทีม
ทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" ยังคงออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเอาชนะ เชลซี 2-1 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ ด้วยฟอร์มการเล่นที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและมีสไตล์
ไค ฮาแวร์ตซ์ และ มาร์ติน โอเดอการ์ด คือหัวใจสำคัญของผลงานดังกล่าว โดยทั้งคู่ทำประตูช่วยกันพลิกสถานการณ์ หลัง มอร์แกน โรเจอร์ส ยิงให้ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ขึ้นนำก่อนตั้งแต่ไก่โห่
เมื่อทั้งสองคนอยู่ในฟอร์มแบบนี้ แทบไม่มีใครสามารถหยุดพวกเขาได้ และ อาร์เตต้า ก็กำลังได้รับผลตอบแทนจากความสนิทสนมที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ของทั้งคู่
สถิติผลงาน: อาร์เซน่อล ยิงไปแล้ว 9 ประตูในฤดูกาลนี้ โดย ฮาแวร์ตซ์ และ โอเดอการ์ด มีส่วนรับผิดชอบถึง 6 ประตูในจำนวนดังกล่าว
เคมีที่ลงตัว: ทั้งคู่สนิทสนมกันมากนอกสนาม และความสัมพันธ์ดังกล่าวก็ส่งผลอย่างชัดเจนต่อผลงานในสนามเช่นกัน พวกเขาเข้าใจรูปแบบการเล่นของกันและกันเป็นอย่างดี ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนจากประตูชัยของ อาร์เซน่อล ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ โดยเป็นการเล่นแบบมองตารู้ใจ และไม่มีความเห็นแก่ตัวระหว่างพวกเขาเลย
ช่วงเวลาแห่งความเสียสละแบบนั้นเอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง ฮาแวร์ตซ์ และ โอเดอการ์ด
หลังย้ายจาก เชลซี มาร่วมเล่นกับทัพ "ปืนใหญ่" ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ (ราว 2,860 ล้านบาท) เมื่อสามปีก่อน ฮาแวร์ตซ์ ต้องพบกับช่วงเริ่มต้นที่ยากลำบาก และไม่สามารถทำประตูได้เลยตลอด 9 เกมแรก แต่ความฝืดดังกล่าวสิ้นสุดลงในเกมพบ บอร์นมัธ เมื่อ โอเดอการ์ด เป็นคนเรียกจุดโทษได้ และมอบบอลให้เพื่อนร่วมทีมคนใหม่ (ในตอนนั้น) เป็นผู้สังหาร เพื่อช่วยให้ ฮาแวร์ตซ์ ปลดล็อกประตูแรกกับทีม
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนของ ฮาแวร์ตซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเขาทำประตูได้ สาวก "กูนเนอร์ส" ก็ร้องเพลงเชียร์ชื่อของเขาโดยใช้ทำนองเพลง "วาก้า วาก้า" (Waka Waka) ของ ชากีร่า เป็นครั้งแรก
ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี เป็นคนค่อนข้างขี้อาย และ โอเดอการ์ด ก็ช่วยให้เขาค่อยๆ เปิดใจและแสดงตัวตนออกมามากขึ้นตลอดช่วงหลายเดือนหลังจากนั้น สุดท้ายทั้งคู่ถึงขั้นเดินทางไปพักผ่อนด้วยกันในช่วงปิดฤดูกาล และอีกหนึ่งปีต่อมา ฮาแวร์ตซ์ ก็ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในเพื่อนเจ้าบ่าวในงานแต่งงานของ เพลย์เมกเกอร์กัปตันทีมชาตินอร์เวย์
ปัจจุบันทั้งคู่ต่างเป็นคุณพ่อแล้ว ขณะที่ภรรยาของพวกเขาก็สนิทสนมกันเป็นอย่างดีเช่นกัน โดยทั้งสองครอบครัวชอบใช้เวลาร่วมกันด้วยการพาสุนัขออกไปเดินเล่น
ตอนที่ โอเดอการ์ด ทำสารคดีเกี่ยวกับภาวะผู้นำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ฮาแวร์ตซ์ ก็ตอบรับเข้าร่วมทันที พร้อมเปิดใจถึงการสนับสนุนที่เขาได้รับจากกัปตันทีม อาร์เซน่อล รายนี้
"สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับ มาร์ติน คืออะไรน่ะเหรอ? แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องพูดถึงความสามารถด้านฟุตบอลของเขา แต่ผมชอบเขาในฐานะคนคนหนึ่ง ผมจำได้ว่าตอนที่ผมย้ายมาอยู่กับสโมสร มันเป็นเรื่องยากเสมอสำหรับนักเตะใหม่ที่เข้ามา ผมเป็นคนขี้อายมาก และเขาก็ส่งข้อความมาหาผมทันที ตั้งแต่วินาทีนั้น ผมก็รู้ว่าเขาจะคอยช่วยเหลือผม เขาพร้อมรับฟังผมเสมอ ไม่ว่าผมจะมีเรื่องอะไรก็ตาม" — ไค ฮาแวร์ตซ์ กล่าวถึงกัปตันทีม
เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ฮาแวร์ตซ์ และ โอเดอการ์ด ใช้เวลาร่วมกันนอกสนามมากกว่าที่ทั้งคู่ต้องการเสียอีก โดยทั้งสองคนต่างมีฤดูกาลที่เต็มไปด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ และมีเพียง 3 ครั้งเท่านั้นที่พวกเขาถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงพร้อมกันในเกมพรีเมียร์ลีก แต่ฤดูกาลนี้ทั้งสองคนได้เล่นร่วมกันในสามเกมแรก จึงไม่น่าแปลกใจที่แนวรุกของ อาร์เซน่อล กลับมาทำผลงานได้อย่างเข้าฝักอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้า ย่อมตระหนักดีถึงความสำคัญของการรักษาความฟิตสมบูรณ์ของ ฮาแวร์ตซ์ และ โอเดอการ์ด โดยพวกเขามีโปรแกรมสำคัญดังนี้:
บุกเยือน นาโปลี กลางสัปดาห์นี้ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส นัดแรก
บุกเยือน ซันเดอร์แลนด์ ในวันเสาร์นี้ ซึ่งต้องเล่นเกมเยือน 2 แมตช์ติดต่อกัน
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ เอเบเรชี เอเซ่ และ วิคตอร์ โยเคเรส อาจได้รับโอกาสเข้ามาเป็นตัวเลือกในแนวรุก แต่ อาร์เตต้า คงไม่อยากดร็อป ฮาแวร์ตซ์ และ โอเดอการ์ด ออกจากทีม เพราะทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มการเล่นกำลังเข้าฝัก ซึ่งนั่นก็ทำให้เกมรุกของ "ปืนใหญ่" กลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง