สัญญาไม่เป็นสัญญา! 9 ดีลย้ายทีมที่ทำให้สโมสรต้องบาดหมางกัน

สัญญาไม่เป็นสัญญา! 9 ดีลย้ายทีมที่ทำให้สโมสรต้องบาดหมางกัน
บางดีลถูกขัดขวาง บางดีลล่มลงในช่วงนาทีสุดท้าย ขณะที่บางกรณีความขัดแย้งระหว่างสองสโมสรรุนแรงถึงขั้นต้องนำเรื่องไปสู่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) หรือกระบวนการทางศาล

    ความไม่พอใจของ เชลซี ที่มีต่อ อาแอส โมนาโก จากกรณี ลามีน กามาร่า เป็นอีกหนึ่งบทในประวัติศาสตร์การย้ายทีมที่ไม่ได้จบลงเพียงการเจรจาที่ยากลำบาก โดยกรณีเหล่านี้นำไปสู่ทั้งการขอโทษต่อสาธารณะ, การเรียกร้องค่าเสียหายทางกฎหมาย, การร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล หรือการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายผิดคำพูด

    กรณีขั้นต้นไม่ใช่ครั้งแรกในวงการลูกหนัง และมีหลายสโมสรที่เกิดประเด็นดราม่าแบบนี้ แต่ที่โดดเด่น และผู้คนให้ความสนใจอย่างมากขอยกตัวอย่าง 9 ดีลนี้ ซึ่งสร้างความบาดหมางให้กับคู่กรณีเลยทีเดียว 

- แอตเลติโก มาดริด และ บาร์เซโลน่า  : ฮูเลียน อัลวาเรซ

    ข้อพิพาทเรื่อง ฮูเลียน อัลวาเรซ ไม่ได้เป็นเพียงดีลที่ล่มลง แต่เป็นเหมือนสงครามระหว่างทั้งสองทีมมาตลอดช่วงซัมเมอร์ โดย อัลวาเรซ ต้องการย้ายไป บาร์เซโลน่า แต่ แอตเลติโก มาดริด ปฏิเสธที่จะขายเขาให้ทีมดังจากแคว้นกาตาลัน

    นอกจากนี้ "ตราหมี" ยังรายงาน สหพันธ์ฟุตบอลสเปน เกี่ยวกับการกระทำของ บาร์ซ่า  จากสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นการพยายามคว้าตัวนักเตะที่ยังมีสัญญากับสโมสรจนถึงปี 2030 อย่างไม่เหมาะสม

    ยังไม่หมดแค่นั้น แอต.มาดริด ยังใช้โซเชียลมีเดียเหน็บแนมข่าวการย้ายทีมดังกล่าว ขณะที่ มิเกล อังเคล คิล มาริน ซีอีโอของสโมสร กล่าวว่า หาก อัลวาเรซ จำเป็นต้องย้ายทีม จุดหมายปลายทางจะ "ไม่มีวัน" ได้ไป บาร์เซโลน่า

    หลายสโมสรคู่แข่งอาจไม่ชอบขายนักเตะให้กัน แต่มีไม่กี่ทีมที่ยกระดับการปฏิเสธดังกล่าวให้กลายเป็นหลักการของสโมสรอย่างเปิดเผยเช่นนี้

- น็องต์ และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ : เอมิเลียโน่ ซาล่า

    ไม่มีข้อพิพาทเรื่องการย้ายทีมครั้งใดที่มีบริบทด้านมนุษยธรรมหนักหน่วงไปกว่านี้อีกแล้ว คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ตกลงคว้าตัว เอมิเลียโน่ ซาล่า ด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 15 ล้านปอนด์ (ราว 660 ล้านบาท) ในเดือนมกราคม ปี 2019 แต่กองหน้ารายนี้เสียชีวิต หลังเครื่องบินที่พาเขาจาก น็องต์ ไปยังคาร์ดิฟฟ์ ประสบอุบัติเหตุตกในช่องแคบอังกฤษ เพียง 2 วันหลังบรรลุข้อตกลง

    จากนั้นทั้งสองสโมสรก็มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับสถานะของการย้ายทีม ค่าตัว และความรับผิดชอบต่อเที่ยวบินมรณะดังกล่าว ฟีฟ่า สั่งให้ คาร์ดิฟฟ์ จ่ายเงินงวดแรกจำนวน 6 ล้านยูโร (ราว 234 ล้านบาท) และต่อมา ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (ซีเอเอส) ยืนยันว่าเงื่อนไขการย้ายทีมเสร็จสมบูรณ์ก่อนการเสียชีวิตของ ซาล่า

    ต่อมา คาร์ดิฟฟ์ เรียกร้องค่าเสียหายจาก น็องต์ มากกว่า 120 ล้านยูโร (ราว 4,680 ล้านบาท) แต่ในเดือนมีนาคม ปี 2026 ศาลพาณิชย์เมืองน็องต์ยกคำร้องดังกล่าว พร้อมตัดสินว่า น็องต์ ไม่มีความรับผิด และสั่งให้ คาร์ดิฟฟ์ จ่ายค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายจำนวน 480,000 ยูโร (ราว 18.7 ล้านบาท) โดย คาร์ดิฟฟ์ แสดงความผิดหวังต่อคำตัดสิน

- ลิเวอร์พูล และ เซาธ์แฮมป์ตัน : เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

    การไล่ล่าตัว เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ของ ลิเวอร์พูล ในปี 2017 กลายเป็นหนึ่งในกรณีที่สร้างความวุ่นวายมากที่สุดของ พรีเมียร์ลีก โดย เซาธ์แฮมป์ตัน ร้องเรียนเรื่องการติดต่อกับนักเตะโดยไม่ได้รับอนุญาต จน ลิเวอร์พูล ต้องออกมาขอโทษเจ้าของสโมสร, บอร์ดบริหาร และแฟนบอล พร้อมประกาศยุติความสนใจในตัวกองหลังรายนี้

    เซาธ์แฮมป์ตัน ยอมรับคำขอโทษและถือว่าเรื่องดังกล่าวยุติลง ขณะที่ พรีเมียร์ลีก ก็ไม่มีแนวโน้มจะดำเนินการเพิ่มเติม

    ความสัมพันธ์ของทั้งสองสโมสรไม่ได้พังลงอย่างถาวร เพราะท้ายที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ได้ตัว ฟาน ไดค์ ในเดือนมกราคม ปี 2018 แต่เหตุการณ์ในช่วงซัมเมอร์ทำให้มหากาพย์ดังกล่าวต้องหยุดชะงักไปนานถึง 6 เดือน

- เชลซี และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง : ฮาคิม ซิเย็ค

    ฮาคิม ซิเย็ค เดินทางมาถึงกรุงปารีส ผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อย และกำลังรอให้การยืมตัวไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้รับการลงทะเบียนในวันปิดตลาดเดือนมกราคม ปี 2023 แต่สุดท้ายดีลไม่เกิดขึ้น เพราะเอกสารที่ถูกต้องถูกส่งมาถึงหลังเส้นตายตลอดพ่อค้าแข้ง

    "เปแอสเช" กล่าวหาว่า เชลซี ส่งเอกสารผิดในครั้งแรก ก่อนจะส่งเอกสารที่ไม่มีลายเซ็นตามมา และกว่าเอกสารฉบับที่ถูกต้องจะมาถึงก็สายเกินไป

    ลีกฝรั่งเศสปฏิเสธคำอุทธรณ์ของ เปแอสเช ทำให้ ซิเย็ค ต้องอยู่กับ เชลซี ต่อไป และสร้างความไม่พอใจให้กับสโมสรจากกรุงปารีสอย่างมาก

    ความผิดพลาดด้านเอกสารโดยปกติแล้วเป็นเรื่องน่าอับอายอยู่แล้ว แต่กรณีนี้กลายเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะ "เปแอสเช" เชื่อว่าความผิดพลาดลักษณะเดิมเกิดขึ้นซ้ำ หลังจากทั้งสองฝ่ายตกลงเงื่อนไขกันเรียบร้อยแล้ว

- อาแอส โรม่า และ บอร์กโดซ์ : มัลค่อม

    โรม่า ประกาศในเดือนกรกฎาคม ปี 2018 ว่าสโมสรบรรลุข้อตกลงคว้าตัว มัลค่อม จาก บอร์กโดซ์ โดยแฟนบอลจำนวนหนึ่งเดินทางไปที่สนามบินเพื่อรอต้อนรับนักเตะ อย่างไรก็ตาม บอร์กโดซ์ กลับไม่อนุญาตให้นักเตะเดินทาง หลังได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าจาก บาร์เซโลน่า ซึ่งสามารถปิดดีลด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร (ราว 1,638 ล้านบาท) ได้ในวันรุ่งขึ้น

    มอนชี่ ผู้อำนวยการกีฬาของทัพ "หมาป่าเหลืองแดง" ยอมรับว่าไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันว่าข้อความการพูดคุยและคำรับรองต่างๆ อาจเพียงพอที่จะนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายได้

    แม้  บาร์ซ่า จะเป็นทีมที่ปาดหน้าคว้าตัวนักเตะไป แต่ความรู้สึกถูกหักหลังของ โรม่า มุ่งตรงไปที่ บอร์กโดซ์ ซึ่งประกาศว่าดีลเสร็จสิ้นแล้ว สนับสนุนให้มีการประชาสัมพันธ์ ก่อนจะบิดสัญญาแล้วขายให้กับทีมอื่นที่ได้ราคาดีกว่า !!  

- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี : จอห์น โอบี มิเกล

    มหากาพย์การย้ายทีมของ จอห์น โอบี มิเกล ยังคงเป็นหนึ่งในข้อพิพาทเรื่องการซื้อขายนักเตะที่ดุเดือดที่สุดในยุคของพรีเมียร์ลีก โดยในปี 2005 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศว่าบรรลุข้อตกลงคว้าตัวกองกลางดาวรุ่งชาวไนจีเรียวัย 18 ปีจาก ลิน ออสโล 

    ขณะที่ เชลซี เชื่อว่าพวกเขาก็มีช่องทางในการคว้าตัวนักเตะเช่นกัน ก่อนเกิดความวุ่นวายตามมา ทั้งเรื่องสัญญา ตัวแทน และคำให้การที่แตกต่างกันของแต่ละฝ่าย

    แมนฯ ยูฯ กล่าวหา เชลซี ว่าใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม ขณะที่ "สิงห์บลูส์" ปฏิเสธการกระทำผิด ส่วน มิเกล ระบุว่าเขาถูกกดดันให้เซ็นสัญญากับ "ปีศาจแดง" และต้องการย้ายไปเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เรื่องดังกล่าวลุกลามจนทั้งพรีเมียร์ลีกและ ฟีฟ่า ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง

    ท้ายที่สุด ทั้งสองสโมสรบรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดย มิเกล ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับค่าชดเชย ความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการย้ายทีมของนักเตะเพียงคนเดียว

    คาร์ลอส เคยรอซ ออกมากล่าวหา เชลซี ว่ากำลังพาวงการฟุตบอลเข้าสู่ "ป่าดงดิบ" ขณะที่เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า การย้ายทีมของนักเตะเยาวชนสามารถสร้างความวุ่นวายได้เพียงใด เมื่อมีเอเจนต์และสโมสรจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง

- สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ อินเตอร์ มิลาน : ชูเอา มาริโอ

    เมื่อ อินเตอร์ มิลาน คว้าตัว ชูเอา มาริโอ จาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในปี 2016 มีรายงานว่าข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า "งูใหญ่" จะต้องจ่ายเงิน 30 ล้านยูโร (ราว 1,170 ล้านบาท) หากนักเตะถูกขายต่อให้กับสโมสรอื่นในโปรตุเกสในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม 5 ปีต่อมา อินเตอร์ มิลาน ยกเลิกสัญญากับนักเตะ ก่อนที่ มาริโอ จะย้ายไปร่วมทีม เบนฟิก้า ซึ่งเป็นคู่แข่งร่วมเมืองลิสบอนของ สปอร์ติ้ง แบบไม่มีค่าตัว

    สปอร์ติ้ง ลิสบอน กล่าวหา อินเตอร์ และนักเตะว่าใช้ช่องทางหลบเลี่ยงเงื่อนไขดังกล่าว ขณะที่ทัพ "เนรัซซูรี่" ตอบโต้ข้อกล่าวหาว่าเป็นเรื่องทีท "ยอมรับไม่ได้"  และไม่มีมูลความจริง

    ท้ายที่สุด ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา มีคำตัดสินว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า อินเตอร์ ละเมิดถ้อยคำในข้อตกลงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แม้จะชนะในทางกฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถลบล้างรอยร้าวที่เกิดขึ้นต่อสาธารณชนระหว่างทั้งสองสโมสรได้

 - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด : ดาบิด เด เคอา

    การย้ายทีมของ ดาบิด เด เคอา ไป เรอัล มาดริด ล่มลงในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะสเปน ปี 2015 โดยในเวลานั้น เกย์ลอร์ นาบาส มีกำหนดย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่การลงทะเบียนนักเตะไม่ทันเส้นตาย และทั้งสองสโมสรต่างออกแถลงการณ์อย่างละเอียดเพื่อชี้แจงพร้อมกล่าวโทษอีกฝ่าย

    ข้ออ้างที่คุ้นหูกันดีอย่าง "เครื่องแฟกซ์เสีย" กลายเป็นเรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงจนเป็นตำนาน แต่ข้อเท็จจริงสำคัญกลับไม่ได้ชวนขำเช่นนั้น เพราะการเจรจาดำเนินไปจนถึงช่วงนาทีสุดท้าย เอกสารถูกส่งผ่านระหว่างสโมสรและระบบต่างๆ ล่าช้าเกินไป ส่งผลให้ เรอัล มาดริด ไม่สามารถลงทะเบียน เด เคอา ได้ทันเวลา

- เชลซี และ อาแอส โมนาโก : ลามีน กามาร่า

    กรณีล่าสุดสมควรได้รับการกล่าวถึงเป็นพิเศษ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่รวบรวมแทบทุกองค์ประกอบของความขัดแย้งในวันปิดตลาดเอาไว้ครบถ้วน ทั้งการซื้อขายที่มีเงื่อนไข การตรวจร่างกายที่มีประเด็นกับอีกสโมสร การเซ็นเงื่อนไขส่วนตัวกับนักเตะ การกลับลำในช่วงท้าย และดีลนักเตะขาออกที่ล้มเหลวตามมาในที่สุด

    โมนาโก ยืนยันว่าพวกเขาไม่เคยต้องการปล่อยนักเตะคนสำคัญออกจากทีมถึง 2 ราย และตัดสินใจดำเนินการหลังจาก เอฟเวอร์ตัน รื้อฟื้นการย้ายทีมของ โฟลาริน บาโลกัน ขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่ เชลซี เชื่อว่าข้อตกลงระหว่างสองสโมสรที่มีการทำเป็นลายลักษณ์อักษรควรได้รับการปฏิบัติตาม

    การเจรจาครั้งต่อไปจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความขัดแย้งครั้งนี้ทิ้งบอมบ์เอาไว้มากเพียงใด สโมสรต่างๆ อาจให้อภัยได้เมื่อข้อเสนอถูกปฏิเสธ แต่สิ่งที่ลืมได้ยากกว่าคือความรู้สึกว่า ลายเซ็นของอีกฝ่ายไม่ได้มีความหมายอย่างที่พวกเขาเข้าใจในตอนแรก

บทสรุป

    ความเสียหายที่สำคัญที่สุดจากเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวนักเตะเสมอไป แต่คือความเชื่อมั่นและความไว้วางใจระหว่างสโมสร

    หาก โมนาโก และ เชลซี จำเป็นต้องกลับมาเจรจากันอีกครั้ง สิ่งแรกที่ทั้งสองฝ่ายคงต้องยึดถือคือ ทุกคำมั่นสัญญาจะต้องมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน

    ส่วนกรณีของ แอตเลติโก มาดริด และ บาร์เซโลน่า หากต้องกลับมาเจรจาเรื่องนักเตะรายอื่นอีกครั้ง ข้อพิพาทจากกรณี ฮูเลียน อัลวาเรซ ก็ย่อมยังคงอยู่เบื้องหลังการพูดคุยเหล่านั้น

    ส่วน น็องต์ กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แทบไม่เหลือภาพของการเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกันอีกต่อไป




ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport