เจาะลึกดราม่าลอนดอนดาร์บี้ อาร์เซน่อล ย้ำชัย เชลซี 2-1 ยัดเยียดพ่ายนัดแรกให้ ชาบี ออลอนโซ่ พร้อมชนวนสงครามประสาทท้ายเกมของ เดแคลน ไรซ์ และ มอร์แกน โรเจอร์ส ดาวเตะ 117 ล้านปอนด์
ความพ่ายแพ้ของ เชลซี ต่อ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ส่งผลให้แชมป์เก่า ปืนใหญ่ เก็บ 9 แต้มเต็ม
แต่ยังกลายเป็นการปราชัยครั้งแรกของ สิงห์บลูส์ ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี ออลอนโซ่ อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้คนจดจำและถกเถียงกันไม่รู้จบ กลับเป็นดราม่าสงครามประสาท ในช่วงท้ายเกมระหว่างสองเพื่อนร่วมแคมป์ ทีมชาติอังกฤษ อย่าง เดแคลน ไรซ์ และ มอร์แกน โรเจอร์ส
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร? ติดตามกับ SIAMSPORT
[ การล้อเลียนโชคชะตา ]
สำหรับ มอร์แกน โรเจอร์ส ไม่มีจุดเริ่มต้นครั้งไหน จะสมบูรณ์แบบและเปี่ยมไปด้วยแรงผลักดันเท่ากับการได้เผชิญหน้ากับ อาร์เซน่อล
ย้อนกลับไปในตลาดซื้อขายช่วงที่ผ่านมา อาร์เซน่อล คือทีมที่แสดงเจตจำนงชัดเจนว่า ต้องการดึงตัวดาวเตะรายนี้จาก แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีม
ทว่าดันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ... เชลซี ปาดหน้ายื่นข้อเสนอมูลค่า 117 ล้านปอนด์ ให้กับ วิลล่า ส่งผลให้ดีลของ โรเจอร์ส กับ ปืนใหญ่ ล่มทันที
และหลังจากนั้น โรเจอร์ส ก็กลายเป็นนักเตะสหราชอาณาจักรที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ดี เกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์ เริ่มต้นได้ไม่นาน โรเจอร์ส ยิงส่งให้ เชลซี ออกนำก่อน 1-0 จากนั้นเขาจะวิ่งไปฉลองประตูตรงมุมธงด้วยการเอามือจับเสาธง ซึ่งมันคือท่าดีใจของ เธียร์รี่ อองรี ตำนานของ อาร์เซน่อล
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลมันมี 90 นาที อาร์เซน่อล ค่อย ๆ ตั้งสติและทวงประตูคืนจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด จนพลิกกลับมานำ 2-1
แต่จุดเริ่มต้นความเดือดกลับมาเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม
[ ความเก๋าเกมสยบความพลุ่งพล่าน ]
ในขณะที่ เชลซี กำลังโหมเกมรุกเพื่อทวงประตูตีเสมอ โคล พาลเมอร์ พยายามจ่ายบอลทำเกมเร็ว และโรเจอร์ส กำลังจะสปีดตัวควบเข้าหาพื้นที่อันตราย
ในจังหวะนั้นเอง เดแคลน ไรซ์ รู้ดีว่าเสียเปรียบเรื่องความเร็ว ไรซ์ จึงตัดสินใจยื่นเท้าไปเกี่ยวตัดส้นเท้าของ โรเจอร์ส จากข้างหลังเพื่อทำลายจังหวะ
มันคือ "Professional Foul" หรือการฟาวล์เชิงแท็กติก อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ กลับมองไม่เห็นจังหวะตุกติกดังกล่าว และชี้ให้เป็นลูกตั้งเตะจากประตูแทนที่จะเป่าเป็นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ
เมื่อความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นตรงหน้า โรเจอร์ส จึงฟิวส์ขาดทันที เขาสปริงตัวขึ้นมาผลักอกและชี้หน้า เดแคลน ไรซ์ พร้อมตะโกนใส่เพื่อนร่วมทีมชาติซ้ำ ๆ ว่า
"อย่าทำแบบนั้น!"
ผลลัพธ์ของความเกรี้ยวกราดกลายเป็นพะโล้ ... คาวานาห์ หันกลับมาแจกใบเหลืองเตือน โรเจอร์ส จากพฤติกรรมโต้ตอบรุนแรง ขณะที่ ไรซ์ ผู้เป็นต้นเหตุกลับรอดตัวไปอย่างลอยนวล
จังหวะนี้กลายเป็นประเด็นที่ เนวิลล์ และแฟนบอลในโลกโซเชียลรุมสับการทำงานของ องค์กรผู้ตัดสิน (PGMOL) ว่าทำหน้าที่ได้อย่างน่าเกลียดและเอื้อประโยชน์ให้ อาร์เซน่อล
เช่นเดียวกับจังหวะก่อนหน้านี้ที่ กาเบรียล มากัลเญส รอดพ้นจากการโดนลงโทษ หลังเท้าไปเขี่ยโดนหน้าของ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายทวารของ เชลซี
หลัง โรเจอร์ส สลิ้งแตก ชาบี ออลอนโซ่ ก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องถอดเขาออกจากสนาม เพื่อเซฟจากการโดนใบแดง
ซึ่งในขณะที่ โรเจอร์ส กำลังเดินคอตกกลับไปยังซุ้มม้านั่งสำรอง เสียงเพลงล้อเลียนจากแฟนบอล เดอะ กันเนอร์ส ก็ดังไปทั่วสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม
"You should have signed for a big club" (แกควรจะเซ็นสัญญากับสโมสรใหญ่มากกว่านะ)
นี่คือเสียงสะท้อนของแฟนบอลที่ตอกย้ำว่าเงินก้อนโตของ เชลซี ไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้ ในวันที่ อาร์เซน่อล พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง
แม้จะไม่มีเซ็นเตอร์แบ็กอย่าง วิลเลียม ซาลิบา และการจับคู่ของ เอซรี่ คอนซ่า และกาเบรียล ก็ทำให้เกมรุกร้อยล้านของ เชลซี เงียบกริบตลอดครึ่งหลัง
อย่างไรก็ดี ในปลายเดือนนี้ ทั้ง เดแคลน ไรซ์ และมอร์แกน โรเจอร์ส จะต้องเก็บกระเป๋าเดินทางไปสวมเสื้อสีเดียวกันเพื่อรับใช้ชาติในแคมป์ ทีมชาติอังกฤษ เพื่อเตรียมลุย ศึกเนชั่นส์ลีก
น่าติดตามต่อจริง ๆ ว่าเมื่อทั้งคู่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากันในฐานะเพื่อนร่วมทีมชาติจะเป็นอย่างไร...