ขอโทษครับ! เด แซร์บี้ ไม่หวั่น สเปอร์ส ออกสตาร์ตแย่สุดรอบ 52 ปี

ขอโทษครับ! เด แซร์บี้ ไม่หวั่น สเปอร์ส ออกสตาร์ตแย่สุดรอบ 52 ปี
โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ นายใหญ่ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ขอโทษแฟน "ไก่เดือยทอง" หลังแพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-2 ส่งผลให้พวกเขาออกสตาร์ตช่วงต้นซีซั่นได้ย่ำแย่ที่สุดกว่าครึ่งศตวรรษในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร แต่ยืนยันไม่ตื่นตระหนก พร้อมเชื่อมั่นทีมจะพัฒนากลับมาทำผลงานได้ดี

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวขอโทษแฟนบอล "ไก่เดือยทอง" หลังแพ้คาบ้านให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ยืนยันตนไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลแม้ทีมจะออกสตาร์ตช่วงต้นซีซั่นได้ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 52 ปีของสโมสร

    จากความพ่ายแพ้ในแมตช์นี้ทำให้ สเปอร์ส ไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยหลังลงสนามไป 2 แมตช์ และร่วงไปรั้งอันดับบ๊วยในตารางลีก โดยผลงานของทีมสวนทางกับเม็ดเงินที่สโมสรทุ่มไปมหาศาลมากกว่า 300 ล้านปอนด์ (ราว 13,200 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์นี้

    การหล่นไปอยู่อันดับสุดท้ายของตารางลีกสูงสุดเมืองผู้ดีโดยที่ยิงประตูไม่ได้เลยถือเป็นครั้งที่สามในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1974/75 โดย เด แซร์บี้ ยืนยันตนเชื่อมั่นว่า สเปอร์ส จะสามารถกลับมาสร้างผลงานได้ที่ยอดเยี่ยม และเรียกความเชื่อมั่นคืนมาจากแฟนบอลได้

    นายใหญ่ชาวอิตาลี กล่าวว่า "ไม่มีอะไรต้องตื่นตระหนก ผมรู้ว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางไหน และแผนงานของเราคืออะไร ผมต้องขอโทษแฟนบอลสำหรับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น เราต้องพัฒนาขึ้น เราต้องทำงานหนักในสนาม และหาจุดเชื่อมโยงระหว่างนักเตะให้เจอ"

    "ผมผิดหวังกับผลการแข่งขัน เพราะจนกระทั่งเราเสียประตูแรก ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีกว่านิวคาสเซิ่ล เราเสียการครองบอลในครึ่งแรก เพราะเราเล่นเกมรับได้ไม่ถูกต้อง ระยะห่างระหว่างกองหลังกับกองหน้ามากเกินไป เราสามารถพัฒนาเรื่องการเล่นเกมรับได้ แต่วันนี้เป็นผลการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเรา"

    "เราสร้างโอกาสทำประตูได้มากมาย แต่เราต้องพัฒนาการตัดสินใจในจังหวะสุดท้าย เพราะสิ่งนี้จะสร้างความแตกต่างได้ ท้ายที่สุดแล้ว เราผิดหวังกับผลการแข่งขันและแฟนบอลของเรา เรากำลังทำงานเพื่อก้าวไปเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวกันในฐานะทีม ผมคิดว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของ ท็อตแน่ม ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมาได้" เด แซร์บี้ กล่าว






ที่มาของภาพ : SIAMSPORT
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport