อันโดนี่ อิราโอล่า มีเรื่องสำคัญให้ตัดสินใจถึง 2 จุด ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกในถิ่นแอนฟิลด์ สำหรับซีซั่น 2026/27 โดยจะพบกับ "เจ้าป่า" น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้
หากมองเพียงผลการแข่งขัน การบุกไปเก็บ 1 แต้มจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเกมเปิดฤดูกาลก็ไม่ใช่ผลงานที่เลวร้าย แต่หากเจาะลึกลงไปจะเห็นว่าปัญหาหลายอย่างที่ ลิเวอร์พูล เคยมีภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ สล็อต ยังคงปรากฏให้เห็นในเกมที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก
ขณะที่ อิราโอล่า กำลังพยายามค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จึงน่าสนใจไม่น้อยว่าเขาจะเลือกจัดทีมแบบไหนสำหรับเกมที่แอนฟิลด์ ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจากเกมนัดเปิดฤดูกาล คือการที่ แผงกองกลางตัวรุกของ "หงส์แดง" ทิ้งพื้นที่จนทำให้แนวรับของทีมต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางเกินไป
แม้จะเห็นปัญหาดังกล่าว แต่ อิราโอล่า ก็อาจเลือกใช้ 11 ผู้เล่นชุดเดิม ในความพยายามที่จะทำให้แนวรับของ ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งและไม่เสียประตูง่ายๆ โดยหนึ่งในเหตุผลที่ กุนซือชาวสเปน เลือกแบบนี้ เนื่องจากทีมได้พักถึง 5 วัน จึงทำให้เขาไม่จำเป็นต้องโรเตชั่นเยอะ แต่หากจะปรับจริงๆ ก็น่าจะแค่ตำแหน่งเดียวในแผงมิดฟิลด์
ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์
นายทวารทีมชาติบราซิล อาจจะเสียสองประตูในเกมเปิดซีซั่น แต่ถ้าหากไม่ได้เขาในการเซฟจังหวะสำคัญ ทัพ "หงส์แดง" อาจต้องกลับบ้านมือเปล่า ดังนั้น "พ่อหมี" ยังคงเป็นนักเตะที่ทีมขาดไม่ได้จริงๆ
กองหลัง : เจเรมี่ ฟริมปง, เฌเรมี่ ฌักเก้ต์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, มิลอส เคอร์เคซ
ฌักเก้ต์ เดบิวต์ได้อย่างโดดเด่นมากๆ ในการลงเล่นเกมแรกในศึกพรีเมียร์ลีก และด้วยสภาพร่างกายที่ฟิตอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้ที่ อิราโอล่า จะใช้งานเขายืนคู่กับ ฟาน ไดค์ ซึ่งยังเป็นคงเสาหลักในตำแหน่งแนวรับอยู่เสมอ ขณะที่ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งแม้จะโดนวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นในแมตช์แรก แต่ด้วยความที่ อิราโอล่า ไม่มีตัวเลือกมากนัก นั่นทำให้ทั้้ง ฟริมปง และ เคอร์เคซ จะได้ลงเป็นตัวจริงต่อไป ส่วน โรนัลโด้ อเราโฮ ซึ่งเล่นฟูลแบ็กได้อาจจะรอเสียบในซุ้มม้านั่งสำรอง
กองกลาง : ไรอัน กราเฟนแบร์ก, โดมินิค โซโบซไล
เสียงวิจารณ์ที่ค่อนข้างเยอะสำหรับการเล่นร่วมกันระหว่าง กราเฟนแบร์ก กับ โซโบซไล ที่ยังไม่เข้าขากัน และทำผลงานได้ไม่ตรงตามแผนที่ อิราโอล่า วางเอาไว้ แต่ด้วยการที่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักในการเรียกความฟิตให้พร้อมลงสนามตั้งแต่นาทีแรก นั่นทำให้ทั้งคู่จะได้ลงเป็นตัวหลักในแดนกลาง และถ้าหากพวกเขาสามารถปรับจูนกันเล่นร่วมกันให้มากขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ผลงานในแผงมิดฟิลด์ของทั้งสองคนจะยกระดับได้ดีกว่าแมตช์เปิดซีซั่น ขณะที่ "แม็คก้า" จะรอโอกาสลงเล่นในช่วงครึ่งหลัง
แนวรุก : ริโอ เอ็นกูโมฮา, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โกดี้ คักโป
เอ็นกูโมฮา ดูเหมือนจะยังไม่สามารถปรับตัวกับการต้องย้ายมาเล่นทางฝั่งขวาได้เลย ผลงานของเขาไม่ดีตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นจนมาถึงนัดเปิดฤดูกาล แต่เชื่อว่า อิราโอล่า น่าจะให้โอกาสนักเตะได้แสดงผลงานอีกครั้ง ส่วน บิคตอร์ มูนญอซ ซึ่งเดบิวต์ในเกมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีอิมแพ็คกับเกมมากๆ ทั้งการป่วน ลูอิส ฮอลล์ และเรียกจุดโทษทำให้ทีมได้ประตูตีเสมอ น่าจะยังไม่พร้อมเป็นตัวจริง อีกรายที่ยังต้องยกระดับผลงานนั่นก็คือ เวียร์ตซ์ เพราะนักเตะไม่สามารถแสดงความเป็นเพลย์เมกเกอร์ในการสร้างสรรค์เกมได้มากนัก แต่แมตช์นี้เขายังคงได้รับโอกาสเป็นตัวหลักในแนวรุก ส่วน คักโป ที่มีข่าวย้ายทีมมาตลอดซัมเมอร์นี้ ผลงานโดดเด่นที่สุด และถือเป็นตัวความหวังทางฝั่งซ้ายของทีมอย่างแท้จริง
หน้าเป้า : อเล็กซานเดอร์ อีซัค
ด้วยสถานการณ์ที่ทีมไม่มีออปชั่นในตำแหน่งนี้ อีซัค จึงจำเป็นต้องลงทำหน้าที่ต่อไป แม้ฟอร์มของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ด้วยศักยภาพของนักเตะ และการเรียนรู้แท็กติกของ อิราโอล่า น่าจะทำให้เขาพัฒนาผลงานได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ต้องเจอกับทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่งอย่าง ฟอเรสต์ อาจจะต้องงานหนักสำหรับเขาในการเจาะเข้าไปกระซวกตาข่าย แต่กระนั้นนี่คือความท้าทายที่ สตาร์ชาวสวีดิช ต้องเอาชนะให้ได้
