บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ปีกทีมชาติฝรั่งเศส เตรียมย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล หลังต้นสังกัดอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตกลงค่าตัวในการย้ายทีมด้วยมูลค่ารวม 120 ล้านปอนด์ (ราว 5,280 ล้านบาท)
แฟนลิเวอร์พูลนับวันรอ! เปิดชีวิตนอกสนามของ บาร์กโกล่า ความหลงใหลในอนิเมะ, เกมฟีฟ่า และหมายเลขเสื้อ
บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ปีกทีมชาติฝรั่งเศส เตรียมย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล หลังต้นสังกัดอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตกลงค่าตัวในการย้ายทีมด้วยมูลค่ารวม 120 ล้านปอนด์ (ราว 5,280 ล้านบาท)
แนวรุกเลือดเฟร้นช์ วัย 23 ปี ซึ่งเคยตกเป็นเป้าหมายของ อาร์เซน่อล เช่นกัน เลือกแอนฟิลด์เป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของเขา และเจ้าตัวคงต้องหวังว่าที่อังกฤษจะมีสิ่งที่ตอบสนองความต้องการเกี่ยวกับมังงะญี่ปุ่นของเขาได้
บาร์กโกล่า เป็นแฟนตัวยงของอนิเมะ และมีรอยสักหลายแห่งบนร่างกายที่อุทิศให้กับหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรด รวมถึงภาพยนตร์จากสตูดิโอจิบลิที่เขาชื่นชอบ ขณะเดียวกัน ยังมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการเลือกหมายเลขเสื้อ 29 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดาของเขา
เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากความชื่นชอบในเกม "ฟีฟ่า 17" (FIFA 17) และคำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้กับตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็กว่า หากวันหนึ่งประสบความสำเร็จและก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาจะเลือกใช้หมายเลขดังกล่าว
ชีวิตนอกสนามของ บาร์กโกล่า มีสีสันไม่แพ้ผลงานของเขาในสนามฟุตบอล งานนี้มาดูกันดีกว่าว่ามีเรื่องสนุกๆ และน่าสนใจอะไรบ้าง
ตอนที่ยังเป็นเด็กและเติบโตอยู่ในเมืองวีลเลอร์บาน ซึ่งอยู่บริเวณชานเมืองของลียง ช่วงเวลานั้น บาร์กโกล่า เริ่มหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยเฉพาะมังงะและอนิเมะที่ดึงดูดความสนใจของเขาเป็นอย่างมาก
ผลงานเรื่องโปรดของเขามีทั้ง:
"ผจญภัยในโลกวิญญาณสุดอัศจรรย์" (Spirited Away)
"โตเกียวกูล" (Tokyo Ghoul)
"มหาเวทย์ผนึกมาร" (Jujutsu Kaisen)
"เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร" (Princess Mononoke)
ด้วยความหลงใหลนี้ยังคงอยู่กับ บาร์กโกล่า มาจนถึงวัยรุ่น โดยเขาเลือกสักลวดลายตัวละครอนิเมะเรื่องโปรดลงบนร่างกาย รวมถึงรอยสักที่สะท้อนถึงความชื่นชอบในวัฒนธรรมญี่ปุ่น
บริเวณแผ่นหลังของเขามีรอยสักขนาดใหญ่ เป็นภาพซามูไรสวมหน้ากาก หรือ "ฮันยา" (Hannya) ฉากหลังของผลงานศิลปะชิ้นนี้ประดับด้วยดอกซากุระที่กำลังผลิบาน รวมถึงเจดีย์แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ส่วนบริเวณท่อนแขนด้านล่างของเขา มีพื้นที่ทั้งหมดที่อุทิศให้กับเหล่าตัวการ์ตูนจากเรื่อง "ผจญภัยในโลกวิญญาณสุดอัศจรรย์" (Spirited Away) และยังมีรอยสักเพื่อเป็นการยกย่อง เคน คาเนกิ ตัวละครจากเรื่อง "โตเกียวกูล" (Tokyo Ghoul)
ขณะที่บริเวณหัวไหล่ของ บาร์กโกล่า ก็มีรอยสักรูป เรียวเมน สุคุนะ จากการ์ตูน "มหาเวทย์ผนึกมาร" (Jujutsu Kaisen) เช่นกัน นอกจากนี้ บนร่างกายของเขายังมีรอยสักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์อนิเมะชื่อดังอย่าง "เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร" (Princess Mononoke) อีกมากมาย
เมื่อปีที่แล้ว บาร์กโกล่า ร่วมงานกับ คลับ เลกาซี เพื่อสร้างสรรค์ลูกฟุตบอลรุ่นสะสมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมังงะ
ลูกฟุตบอลรุ่นดังกล่าวโดดเด่นด้วยตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น ลวดลายก้อนเมฆ และภาพวาดประกอบต่างๆ รวมถึงภาพท่าดีใจหลังทำประตูของ บาร์กโกล่า ด้วย ตลอดจนองค์ประกอบที่สื่อถึงเส้นทางการค้าแข้งของเขาในสนาม
สำหรับลูกฟุตบอลรุ่นนี้วางจำหน่ายในราคาประมาณ 68 ปอนด์ (ราว 2,992 บาท) และได้รับความนิยมจนขายหมดอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัว
"ตอนที่เราสร้างลูกฟุตบอลพิเศษลูกนี้ขึ้นมา ผมอยากให้มันสะท้อนความเป็นตัวผม ทั้งโลกของญี่ปุ่น ก้อนเมฆ สไตล์มังงะ... ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบ แม้แต่ท่าดีใจของผมก็ยังถูกนำมาใส่ไว้บนลูกฟุตบอลลูกนี้"
"มันบ้ามาก เพราะรู้สึกเหมือนว่านี่คือตัวผม 100 เปอร์เซ็นต์ ลูกฟุตบอลลูกนี้เป็นการผสมผสานระหว่างสิ่งที่ผมหลงใหลกับตัวตนของผมในสนาม นั่นคือเหตุผลที่ผมรักมัน" ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ระบุ
ไม่ใช่แค่มังงะญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีส่วนหล่อหลอมบุคลิกของ บาร์กโกล่า ขณะที่เติบโตในฝรั่งเศส เช่นเดียวกับนักฟุตบอลหลายคนในวัยเดียวกัน วิดีโอเกมก็เข้ามามีบทบาทในช่วงเวลาพักผ่อนของเขาในยามที่ไม่ได้อยู่ในสนามฟุตบอล
เช่นเดียวกับคนทั่วไป เกม "ฟีฟ่า" (ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ อีเอ สปอร์ตส์ เอฟซี) คือเกมที่ใช้เวลาของเขาไปไม่น้อย โดยตัวละครหลักจากโหมดเนื้อเรื่อง "The Journey" ซึ่งเป็นเรื่องราวของดาวรุ่งสมมติอย่าง อเล็กซ์ ฮันเตอร์ ได้ทิ้งความประทับใจไว้กับแข้งชาวฝรั่งเศสอย่างมาก
หลังจากเล่นเรื่องราวเส้นทางสู่การเป็นดาวดังของ ฮันเตอร์ ผ่านเครื่อง "เพลย์สเตชั่น" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บาร์กโกล่า ก็เลือกแสดงความผูกพันกับตัวละครในเกมด้วยวิธีที่พิเศษที่สุด โดยหากเขาประสบความสำเร็จในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาจะเลือกใช้หมายเลขเสื้อเดียวกับตัวละครดังกล่าว
"ตอนเด็กๆ ผมเล่นเกม ฟีฟ่า และในโหมดเนื้อเรื่องที่มี อเล็กซ์ ฮันเตอร์ หมายเลขนี้กลายเป็นตัวเลขที่มีความหมายสำหรับผม ผมคิดกับตัวเองว่า -วันที่ผมก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ผมจะใช้หมายเลข 29- และตอนนี้ผมก็ได้ใช้มันจริงๆ แล้ว และจากนี้ผมจะไม่มีวันเปลี่ยนหมายเลขนี้อีก"
โดยปกติแล้ว บาร์กโกล่า จะฉลองการทำประตูด้วยการชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้า โดยเหตุผลที่เขาแสดงท่านี้ เพราะต้องการขอบคุณพระเจ้าที่ประทานพรสวรรค์ และยังเป็นการรำลึกถึงพระองค์ทุกครั้งที่เขายิงประตูได้
อย่างไรก็ตาม มีอยู่หนึ่งครั้งที่ท่าดีใจของ บาร์กโกล่า โดดเด่นกว่าครั้งอื่นๆ หลังจากยิงประตูใส่ โอลิมปิก มาร์กเซย ที่สนามสต๊าด เวโลโดรม เมื่อเดือนตุลาคม 2024 เขาเลือกฉลองด้วยท่าที่แตกต่างออกไป
เพื่อเป็นเกียรติแก่ แบลส มาตุยดี้ อดีตกองกลาง "เปแอสเช" เขาได้ทำท่า "ชาโร่" (Charo) ซึ่งมีลักษณะคล้ายการกางปีกของนกแร้ง โดยท่านี้เดิมทีได้รับความนิยมจากมาตุยดี้ ซึ่งนำมาจากเพลงของ นิสก้า แร็ปเปอร์ชาวฝรั่งเศส
"ผมวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะทำท่าดีใจแบบ มาตุยดี้ ชาโร่ คืนก่อนเกม ผมนั่งดูคลิปการแข่งขันเก่าๆ ของเขา และบอกกับตัวเองว่า -ถ้าพรุ่งนี้ผมยิงได้ ผมจะทำท่านี้- และเมื่อผมทำประตูได้ มันก็เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ การได้ทำท่านี้ต่อหน้าแฟนบอลเต็มสนามเวโลโดรม มันเป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์มาก"