ลิเวอร์พูลต้องไล่ตีเสมอ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2 ครั้ง ก่อนจบ 2-2 เปิดคะแนนแข้งหงส์แดง โดย ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เด่นสุด ขณะที่แนวรับยังน่าห่วง
ลิเวอร์พูล ตามหลัง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ถึงสองครั้ง ก่อนเร่งเครื่องไล่ตีเสมอสำเร็จทั้งสองหนและจบเกมด้วยผลเสมอ 2-2 ซึ่งผลงานดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงตำแหน่งที่ทีมจำเป็นต้องปรับปรุงเพิ่มเติม
ตัวจริง
อลีสซง เบ็คเกอร์ – 6
แทบไม่มีโอกาสป้องกันประตูแรก แต่โชว์ซูเปอร์เซฟปัดบอลชนคานช่วงก่อนพักครึ่ง ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูเพิ่ม ก่อนออกมาปิดมุมใส่ เนโก้ วิลเลียมส์ ในครึ่งหลัง อย่างไรก็ตามจังหวะเสียจุดโทษถือว่าน่าเสียดาย และเจ้าตัวพุ่งผิดทาง
เฌเรมี่ ฟริมปง – 5
ยังถูกตั้งคำถามถึงผลงาน หลังกลายเป็นจุดที่คู่แข่งเล่นงานได้ง่าย จังหวะเสียประตูแรกก็หายจากตำแหน่ง ทั้งที่บอลอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเขา ขณะที่การยืนล้ำหน้าของเจ้าตัวยังทำให้ประตูตีเสมอของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ถูกยกเลิก แม้มีความเร็ว แต่การเล่นกับบอลยังต้องพัฒนา
เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ – 7
เริ่มต้นเกมในบ้านเต็มตัวได้อย่างโดดเด่น มีส่วนร่วมเกมรับ 8 ครั้งในช่วง 30 นาทีแรก มากที่สุดร่วมของทีม พร้อมสกัดบอลสำคัญบริเวณเสาแรก อย่างไรก็ตาม เขาเป็นคนทำให้ผู้ทำประตูของ ฟอเรสต์ ไม่ล้ำหน้า ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 77 เนื่องจากเริ่มมีอาการล้า โดยก่อนออกจากสนามมีสถิติสัมผัสบอลมากที่สุด 110 ครั้ง
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ – 6
พยายามดันขึ้นกดดันจากแนวรับตามคำสั่งของ อิราโอล่า แต่คู่เซนเตอร์แบ็กของเขากลับถูก ฟอเรสต์ เจาะเล่นงานบ่อยครั้ง แม้มีโอกาสครองบอลและจ่ายขึ้นหน้า แต่ยังแสดงสีหน้าผิดหวังกับจำนวนโอกาสที่คู่แข่งสร้างขึ้นได้
มิลอช เคอร์เคซ – 5
ยังต้องปรับปรุงการเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษให้เพื่อนร่วมทีม หลังเติมเกมริมเส้นหลายครั้งแต่ขาดจังหวะจบสกอร์หรือสร้างโอกาสที่ชัดเจน เกมนี้ถือเป็นการลงสนามนัดที่ 50 ในระดับสโมสร แต่ทั้งเขาและ ฟริมปง เปิดบอลสำเร็จเข้าพื้นที่อันตรายไม่ได้เลยจากทั้งหมด 6 ครั้ง ก่อนถูกเปลี่ยนออกในนาที 71
อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ – 7
ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรกของฤดูกาลแทน ไรอัน กราเฟนแบร์ค และประสานงานกับ โดมินิค โซโบซไล ได้ลงตัวมากขึ้น ทั้งการจ่ายบอลขึ้นหน้าและการช่วยเกมรับ มีโอกาสทำแอสซิสต์ตั้งแต่ต้นเกมจากการจ่ายทะลุช่องให้ โกดี้ คักโป ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 77 พร้อมสถิติแท็กเกิล 3 ครั้ง และช่วยเกมรับ 11 ครั้ง
โดมินิค โซโบซไล – 5
เป็นอีกเกมที่ไม่โดดเด่นสำหรับกองกลางชาวฮังการี พยายามครองบอลนานเกินไปในหลายจังหวะ ทั้งที่มีทางเลือกจ่ายไปข้างหน้า ส่งผลให้เกมรุก ลิเวอร์พูล ช้าลงเมื่อต้องเจอกับแนวรับที่ถอยต่ำ อย่างไรก็ตาม เขายังมีความสำคัญต่อทีมจากตัวเลือกในแดนกลางที่มีจำกัด และขยับไปเล่นแบ็กขวาในช่วงท้ายเกม
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ – 8
โชคร้ายที่ประตูของเขาถูกริบ หลังจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยมจากจังหวะที่แย่งบอลกลับมาเองในครึ่งแรก รวมถึงมีลูกโหม่งที่ถูกปัดข้ามคาน เป็นนักเตะที่ดูมีโอกาสทำประตูมากที่สุดของ ลิเวอร์พูล ตลอดเกม และการจ่ายบอลทะลุแนวรับให้ มูนญอซ ยิงประตูตีเสมอ ถือเป็นสัญญาณที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ยังวิ่งมากที่สุดในสนามถึง 12.3 กิโลเมตร
โกดี้ คักโป – 7
แม้ยังมีข่าวเชื่อมโยงเรื่องย้ายทีม แต่เกมนี้ถูกส่งลงเล่นทางฝั่งขวา ซึ่งอาจเป็นตำแหน่งที่ถูกใช้งานมากขึ้นหากยังอยู่กับทีมต่อไป จังหวะหนึ่งใช้เวลานานเกินไปกว่าจะยิงจากการจ่ายของ แม็ค อัลลิสเตอร์ แต่แสดงให้เห็นว่าสามารถเปิดบอลจากฝั่งขวาได้ และการเปิดให้เพื่อนตีเสมอถือเป็นหลักฐานสำคัญ
บิกตอร์ มูนญอซ – 7
ได้ออกสตาร์ตตัวจริงเต็มเกมเป็นครั้งแรก และได้รับบทเรียนถึงความแข็งแกร่งของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หลังถูกปะทะหลายครั้งจนต้องเรียกร้องให้ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ อย่างไรก็ตาม เขามีความกระตือรือร้นและหาโอกาสยิงได้ ก่อนซัดเต็มแรงส่งบอลเสียบเพดานตาข่าย การเคลื่อนที่ของเขายังน่าจะเข้าทาง เวียร์ตซ์ ในเกมต่อ ๆ ไป
อเล็กซานเดอร์ อิซัค – 6
มีโอกาสสัมผัสบอลเพียง 6 ครั้งในครึ่งแรก และจบเกมด้วย 12 ครั้ง น้อยที่สุดในบรรดาตัวจริง เนื่องจากเพื่อนร่วมทีมไม่สามารถป้อนบอลให้เขาได้มากนัก จังหวะเล่นด้วยร่างกายยังดูขาดความมั่นใจ แต่ประตูที่ทำได้จากการเข้าชาร์จง่าย ๆ อาจช่วยเรียกความมั่นใจกลับมา หลัง ลิเวอร์พูล ทุ่มเงินทำลายสถิติสโมสรเพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีม
ตัวสำรอง
ริโอ เอ็นกูโมอา (แทน คักโป น.71) – 6
เริ่มต้นด้วยการเล่นปีกขวา ก่อนขยับไปฝั่งซ้ายที่ถนัดมากกว่า ทำให้ได้แสดงความสามารถในการโจมตีพื้นที่ในกรอบเขตโทษมากขึ้น
ไรอัน กราเฟนแบร์ค (แทน ฟริมปง น.71) – 6
ลงมาเติมความสดในแดนกลาง และเมื่อ เทรย์ นีโยนี ถูกส่งลงสนามตามมา ทำให้เขามีอิสระในการดันขึ้นไปช่วยเกมรุกมากขึ้น
คอสตาส ซิมิกาส (แทน เคอร์เคซ น.71) – 6
เล่นกับบอลได้เรียบร้อยในช่วงเวลาที่อยู่ในสนาม และรักษาตำแหน่งทางฝั่งซ้ายได้ดี
โรนัลด์ อเราโฮ (แทน ฌักเก้ต์ น.77) – 6
ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในเกมรับ และพยายามเปิดบอลยาวจากแดนหลังเพื่อเปลี่ยนจังหวะเกม
เทรย์ นีโยนี (แทน แม็ค อัลลิสเตอร์ น.77) – 7
ลงมาเล่นได้อย่างเรียบร้อย อ่านจังหวะอันตรายได้ดี และแสดงให้เห็นคุณสมบัติที่ ลิเวอร์พูล ต้องการจากกองกลางในช่วงเวลานี้