ทำไม รายาน แชร์กี ถึงมีคลาสบอลแตกต่างจากคนอื่น?

ทำไม รายาน แชร์กี ถึงมีคลาสบอลแตกต่างจากคนอื่น?
ทำไม รายาน แชร์กี ถึงมี "คลาสบอล" ที่แตกต่างและโดดเด่นกว่านักเตะในรุ่นเดียวกันอย่างชัดเจน

Coaches Voice เว็บไซต์ชื่อดังที่ชอบวิเคราะห์แท็กติกในสนาม ได้เขียนบทวิเคราะห์ สไตล์การเล่นของ รายาน แชร์กี ไว้น่าสนใจมาก ๆ 

เดี๋ยวมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ย้อนกลับไปสมัยที่ รายาน แชร์กี อยู่ที่ โอลิมปิก ลียง เขาไม่ได้มีดีแค่พรสวรรค์ แต่เขามี "คลาสบอล" ชนิดที่ว่ายอดทีมระดับโลกอย่าง เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิก, เปแอสเช และ ลิเวอร์พูล ต่างก็จับจ้องอยากจะดึงตัวมาร่วมทีม ก่อนสุดท้ายจะลงเอยที่ แมนฯ ซิตี้

แชร์กี คือผลผลิตจากระบบอะคาเดมีของ โอลิมปิก ลียง สโมสรบ้านเกิดที่เขาผูกพันมาตั้งแต่เด็ก และคำว่า "อัจฉริยะ" ก็ติดตัวเขามาตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบผืนหญ้าในระดับอาชีพ 

โดย แชร์กี ได้รับโอกาสเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 16 ปีกับอีก 63 วัน และหลังจากอายุครบ 17 ปีได้ไม่นาน เขาก็ได้โอกาสลงเล่นในเกมรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ในวัยเพียง 20 ปี แชร์กี มีประสบการณ์ในเวทีลีกเอิง ฝรั่งเศส ไปแล้วถึง 5 ฤดูกาล พร้อมดีกรีเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ปารีส ภายใต้การฟูมฟักของ เธียรี่ อองรี ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งมันก็เพียงพอที่จะหล่อหลอมให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่มีกระดูกบอลและคลาสบอลที่จัดจ้านเกินอายุไปไกล

อย่างไรก็ดี แชร์กี เป็นนักเตะถนัดซ้ายที่มีทักษะการครอบครองและควบคุมบอลที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถพาบอลเลื้อยแหวกเอาตัวรอดจากการรุมบีบพื้นที่ที่แสนจะอึดอัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

จนสื่อหลายสำนักอดไม่ได้ที่จะนำสไตล์การเลี้ยงบอลอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ 

ความน่ากลัวของเขาไม่ได้มาจากความเร็ว แต่มาจาก "ความคาดเดาไม่ได้" และจินตนาการในการเล่นที่กองหลังยากจะอ่านทางได้ทัน

เมื่อเขาประจำการในบทบาท "ปีกขวา" แชร์กี มักจะใช้เท้าซ้ายในการรับบอลเพื่อสปินหนีหรือเริ่มเลี้ยงบอลทันที และบ่อยครั้งที่เขาชอบใช้ฝ่าเท้าคลึงบอลเพื่อควบคุมจังหวะและเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว

เขาจะค่อย ๆ ขยับจากริมเส้นตัดเข้าด้านในสู่พื้นที่ "ฮาล์ฟสเปซ" ฝั่งขวา เพื่อคอยหาช่องว่างรับบอลหลังไลน์กองกลางของคู่ต่อสู้

และเมื่อถึงสถานการณ์ดวลเดี่ยว 1 ต่อ 1 แชร์กี จะใช้ร่างกายทิ้งน้ำหนักลวง ผสมผสานกับการสับขาหลอก ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกองหลังเสียหลัก

ก่อนที่จะเลือกทางเลือกที่อันตรายที่สุด หนึ่งคือ “ตัดเข้าใน” โดยการแต่งบอลเข้าเหลี่ยมเท้าซ้าย แล้วปั่นโค้ง ๆ หนีมือผู้รักษาประตูเสียบเสาไกล โดยใช้ร่างกายของกองหลังเป็นฉากบังสายตาผู้รักษาประตู

สองคือ “กระชากออกนอก” หากกองหลังพยายามปิดมุมใน แชร์กี จะใช้เหลี่ยมและเทคนิคส่วนตัวแตะบอลฉีกออกไปทางขวาอย่างรวดเร็ว แล้วกดด้วยเท้าขวาเต็มแรงพุ่งอัดเสาแรกทันที

ความพิเศษของ แชร์กี ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ริมเส้นฝั่งขวาเท่านั้น ในมือของ ปิแอร์ ซาจ ผู้จัดการทีม ลียง เขายังสามารถขยับมาเล่นเป็น "มิดฟิลด์ตัวรุกหมายเลข 10" หรือกองกลางตัวรุกในระบบ 4-2-3-1 และ 4-3-3 

ในพื้นที่กลางสนามที่ไม่มีเวลาและช่องว่าง แชร์กี มีวิธีเอาตัวรอดที่ยอดเยี่ยม เขาจะรับบอลด้วยเท้าหน้าเพื่อปกป้องลูกบอลให้อยู่ในด้านที่ปลอดภัย ห่างจากตัวประกบ โดยใช้แผ่นหลังและแขนที่กางออก ไม่ให้กองหลังเข้าถึงบอลนั่นเอง

แต่สิ่งที่เหนือชั้นไปกว่านั้นคือ "ศาสตร์แห่งการดึงตัวประกบ" แชร์กี รู้ดีว่าการที่เขาเก็บบอลไว้กับตัวนานขึ้น จะล่อให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกรูกันเข้ามาบีบเขา ซึ่งนั่นหมายความว่า "พื้นที่ว่าง” จะถูกเปิดออกให้กับเพื่อนร่วมทีมทันที

เมื่อดึงกองหลังเข้ามาจนได้ที่ แชร์กี ที่คอยสแกนหาช่องว่างอยู่ตลอดเวลา จะจัดการส่งบอลทะลุแนวรับคู่แข่ง

อธิบายง่าย ๆ ความอัจฉริยะของเขาคือการซ่อนเจตนาในการเล่น เขาจะหันไหล่หรือมองไปอีกทาง (No-Look Pass) เพื่อหลอกหน้าเท้า 

ก่อนจะแทงทะลุช่องให้เพื่อนร่วมทีมหลุดเข้าไปพังประตูอย่างง่ายดาย หรือบางจังหวะก็เลือกที่จะตักบอลข้ามหัวกองหลังดื้อ ๆ 

ทั้งนี้นักเตะทุกคนย่อมมีข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อเสียของ แชร์กี ก็ชัดเจนเอามาก ๆ รายละเอียดของการเล่นเกมรับ แชร์กี ไม่ใช่กองกลางประเภทที่วิ่งไล่เพรสซิ่งคู่แข่ง และเขายังคงมีปัญหาในการเข้ปะทะ รวมถึงการดวลลูกกลางอากาศ 


แม้ว่าเขาจะมีความเข้าใจในแท็กติกการยืนตำแหน่งเพื่อบีบพื้นที่ในเกมรับค่อนข้างดี แต่ความดุดันและพละกำลังในการปะทะแย่งบอลยังเป็นจุดที่เขาจำเป็นต้องพัฒนาเมื่อเติบโตขึ้นนั่นเอง

จาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สู่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจมาก ๆ ว่า ไอ้หนุ่มโคตรซิ่งโคตรวิ่งวัย 23 ปี รายนี้ จะพัฒนาตัวเองต่อไปอย่างไรในอนาคต

ตัน กวาร์ดิโอล่า



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport