เปิดทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ นัดเปิดสนาม บรรดาแข้ง ฮัลล์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มโดดเด่น เกมปราบ แมนยู ขณะที่ โคล พาลเมอร์ กลับมาเล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุดอีกครั้ง เช่นเดียวกับ มาร์ติน โอเดอการ์ด ที่บัญชาเกมให้ อาร์เซน่อล
ผู้รักษาประตู : คอนสแตนตินอส โซลาคิส (ฮัลล์)
เล่นได้ดีตั้งแต่ตั้นเกม โดยเฉพาะจังหวะเซฟลูกยิงของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ หลังแนวรับสื่อสารกันผิดพลาดจากลูกเปิดของ ลุค ชอว์ แล้วหลังจากนั้นนายด่านกรีซ ก็จัดการทุกอย่างที่เข้ามาได้หมดจด แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของผู้รักษาประตูค่าตัว 20 ล้านปอนด์อย่างแท้จริง
กองหลัง : แม็กซิม เดอ ครุยเปอร์ (ไบรท์ตัน)
หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ ไบรท์ตัน ทำได้ดีในเกมนี้ โดย ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ สามารถดึงคุณภาพของเขาออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จุดเด่นทั้งการเปิดบอล การเติมเข้าเขตโทษ และการจบสกอร์ถูกแสดงออกมาอย่างครบถ้วน แบ็กชาวเบลเยียมมีส่วนร่วมทั่วทั้งสนาม และสมควรอย่างยิ่งกับผลงานที่ได้รับจากเกมนี้
กองหลัง : เบน ไวท์ (อาร์เซน่อล)
โดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ เติมขึ้นสร้างความอันตรายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำ 1 แอสซิสต์ในประตูที่สาม ขณะที่เกมรับก็ทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่ง
กองหลัง : โนเบล เมนดี้ (ฮัลล์)
ประเดิมสนามได้อย่างน่าประทับใจ ก่อนโหม่งประตูอย่างเฉียบขาดช่วยให้ ฮัลล์ หนีห่างเป็นสองประตูก่อนหมดครึ่งแรก เป็นการเปิดตัวที่แข็งแกร่งและโดดเด่น น่าเสียดายที่เกมของเขาต้องจบลงก่อนเวลาเพราะอาการบาดเจ็บ
กองหลัง : เซมี่ อจายี่ (ฮัลล์)
อยู่ถูกที่ถูกเวลาในจังหวะซ้ำลูกยิงของ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ที่ถูกเซฟ ช่วยให้ ฮัลล์ ขึ้นนำ ก่อนโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ เมนดี้ เจ้าตัวต้องถูกเปลี่ยนออกหลังมีอาการบาดเจ็บช่วงท้าย
กองหลัง : ไมเคิล คาโยเด้ (เบรนต์ฟอร์ด)
หลังผ่านช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งต่อสัญญาใหม่กับสโมสรยาว 6 ปี และกลายเป็นคุณพ่อ คาโยเด้ เริ่มต้นฤดูกาลด้วยผลงานน่าประทับใจ พร้อมยิงประตูจากจังหวะตามซ้ำลูกยิงของ มามาดู ซองกาเร่ ช่วยให้ เบรนต์ฟอร์ด นำห่างสามประตู และเป็นประตูที่สองของเขาใน พรีเมียร์ลีก
กองกลาง : แจ็ค ฮินเชลวู้ด (ไบรท์ตัน)
หากจะเรียกว่าเป็น "จู๊ด เบลลิงแฮม แห่ง ไบรท์ตัน" ก็คงไม่เกินไปนัก ด้วยความสามารถในการเติมเข้าเขตโทษเพื่อทำประตู พร้อมเข้าสู้ทุกจังหวะในแดนกลาง
เกมนี้ ฮินเชลวู้ด ทั้งการเติมเข้าเขตโทษ คุมแดนกลาง และความเฉียบคมหน้าประตู โดยมีโอกาสด้วยซ้ำที่จะทำได้มากกว่าสองประตู
กองกลาง : มามาดู ซองกาเร่ (เบรนต์ฟอร์ด)
นี่คือฟอร์มที่อธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไม เบรนต์ฟอร์ด ถึงยอมทำลายสถิติสโมสรเพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีม
ซองกาเร่ ครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ในสนาม ไม่เปิดโอกาสให้แดนกลางคู่แข่งได้เล่นอย่างสบาย พร้อมสร้างจังหวะสำคัญในประตูแรก จากการทำชิ่งกับ ดังโก้ วัตตาร่า ก่อนจ่ายบอลสำคัญให้ คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์ จบสกอร์
กองกลาง : โคล พาลเมอร์ (เชลซี)
กลับคืนสู่ฟอร์มอันยอดเยี่ยมอีกครั้ง ทั้งความคล่องตัว การจ่ายบอล และวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์เกม พาลเมอร์ เล่นงานแนวรับ ฟูแล่ม ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ถือเป็นสัญญาณที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับ ชาบี อลอนโซ่ และ เชลซี
กองกลาง : มาร์ติน โอเดอการ์ด (อาร์เซน่อล)
กัปตันทีมโชว์ฟอร์มสมราคา คุมจังหวะในแดนกลาง สร้างสรรค์เกมรุก และปิดท้ายด้วยการทำประตู เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของเกม
กองหน้า : เชา เปโดร (เชลซี)
ยิ่งเล่นยิ่งทำให้การตัดสินใจของ บราซิล ที่ไม่พาเขาไปฟุตบอลโลกถูกตั้งคำถามมากขึ้น
หลังได้รับเสื้อหมายเลข 9 เชา เปโดร ทำหน้าที่หัวหอกได้อย่างมีพลัง เคลื่อนที่สร้างปัญหาให้แนวรับตลอดเกม ขณะเดียวกันยังสามารถถอยต่ำลงมาเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเป็นศูนย์กลางในเกมรุกของ เชลซี ได้อย่างครบเครื่อง