เคอร์เคซ-ฟริมปง ยังไม่สามารถพึ่งพาได้! เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล เสี่ยงกับฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง

เคอร์เคซ-ฟริมปง ยังไม่สามารถพึ่งพาได้! เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล เสี่ยงกับฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง
หนึ่งในตำแหน่งที่โดนวิจารณ์อย่างหนักในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเสมอ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็คือตำแหน่งฟูลแบ็ก เพราะทั้ง มิลอส เคอร์เคซ และ เจเรมี่ ฟริมปง ทำผลงานไม่คงเส้นคงวา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับทัพ "หงส์แดง" ทั้งในเกมรุก และรับ

ต้องยอมรับว่าในเกมเปิดซีซั่น 2026/27 ทีมของกุนซือ อันโดนี่ อิราโอล่า ยังทำผลงานไม่ค่อยน่าประทับใจ เพราะพวกเขาต้องดิ้นรนไล่ตีเสมอสองครั้งสองครา แถมประตูสุดท้ายยังต้องอาศัยจุดโทษในช่วงท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ

เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ประสานงานกันได้ไม่ดีนัก ขณะที่แดนกลางเปิดพื้นที่ให้แนวรับต้องเผชิญกับอันตรายอย่างมาก และระบบการเล่นโดยรวมยังขาดความลงตัว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะนี่คือเกมแรกของ อิราโอล่า ในฐานะกุนซือ "เดอะ เร้ดส์"

ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเบอร์ 6 ที่ต้องแก้ไข

แม้จะมีปัญหาหลายด้าน แต่ "หงส์แดง" ก็ยังสามารถเก็บ 1 คะแนน กลับออกมาได้ และสร้างโอกาสเข้าสู่พื้นที่อันตรายได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม คุณภาพการเล่นจากพื้นที่ริมเส้นกลับเป็นจุดที่ทำให้การบุกหลายจังหวะต้องหยุดชะงัก

เคอร์เคซ และ ฟริมปง ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายและแบ็กขวาตามลำดับ โดยมี โคดี้ กัคโป กับ ริโอ เอ็นกูโมฮา ยืนทำเกมริมเส้นด้านหน้าพวกเขา ซึ่งแบ็กทั้งสองคนมีสถิติระยะทางการวิ่งใกล้เคียงกัน สัมผัสบอลในจำนวนแทบไม่ต่างกัน และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในแดนของคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม จุดที่น่ากังวลคือ ลิเวอร์พูลเปิดบอลจากพื้นที่ริมเส้นได้ไม่เด็ดขาด โดยมีเพียง 1 ครั้ง เท่านั้นที่เป็นการครอสเข้าเป้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของระบบริมเส้นที่ทีมต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วน

ฟูลแบ็กขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย

ข้อมูลจาก FotMob ระบุสถิติการเล่นของคู่ฟูลแบ็กดังนี้:

  • ฟริมปง: เปิดบอลทั้งหมด 5 ครั้ง (เข้าเป้า 1 ครั้ง), สร้างโอกาสทำประตูได้ 3 ครั้ง ตามนิยามสถิติของ FotMob

  • เคอร์เคซ: เปิดบอล 2 ครั้ง (ไม่มีครั้งใดเข้าเป้าเลย) และเสียการครองบอลถึง 3 ครั้ง

  • การจ่ายบอลยาวร่วมกัน: จากความพยายามทั้งหมด 11 ครั้ง จ่ายบอลยาวเข้าเป้ารวมกันเพียง 5 ครั้ง เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ไม่โดดเด่นในพื้นที่สุดท้ายก็มีปัจจัยประกอบอยู่เช่นกัน เพราะเพื่อนร่วมทีมเองก็มีหน้าที่ต้องหาตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อพร้อมรับบอลด้วย

โดยเฉพาะ ฟริมปง ที่ดูเหมือนจะถูกจำกัดศักยภาพไม่น้อยจากการต้องเปิดบอลในจังหวะที่ยืนอยู่ลึก เพราะ ริโอ เอ็นกูโมฮา มักเลือกจ่ายบอลย้อนกลับมาให้ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากไม่สามารถกระชากบอลผ่าน ลูอิส ฮอลล์ ได้

ดังนั้น ปัญหาของลิเวอร์พูลจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ฟูลแบ็กทั้งสองคนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การประสานงานและการเคลื่อนที่ของผู้เล่นริมเส้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ อิราโอล่า ต้องเร่งปรับปรุงต่อไป

ชนะดวลแค่ 6 จาก 17 ครั้ง: ลิเวอร์พูลมีปัญหาในเกมรับ

คู่ฟูลแบ็กของ ลิเวอร์พูล ทำผลงานในเกมรับได้ไม่ดีนักเช่นกัน แม้ต้องยอมรับว่าทัพ "หงส์แดง" เปิดพื้นที่ด้านหลังมากเกินไปจนถูก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เล่นงานจากจังหวะสวนกลับหลายครั้ง

  • เคอร์เคซ: ต้องรับมือกับความเร็วของ แอนโทนี อีแลงกา โดยปีกชาวสวีเดนสามารถวิ่งสอดทะลุด้านหลังฟูลแบ็กทีมชาติฮังการีก่อนยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกให้กับทัพ "สาลิกาดง" หลังย้ายมาร่วมทีมได้มากกว่าหนึ่งปี โดยเกมนี้ เคอร์เคซ ชนะการดวลบนพื้นเพียง 4 จาก 10 ครั้ง แต่ก็มีส่วนร่วมกับเกมค่อนข้างมากด้วยการแย่งบอลกลับคืนมา 3 ครั้ง

  • ฟริมปง: ต้องรับมือกับ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และชนะการดวลบนพื้นเพียง 2 จาก 7 ครั้ง แถมยังถูกคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านไปได้ถึง 2 ครั้ง

กระนั้นก็ต้องยอมรับว่า นิวคาสเซิ่ล มีแนวรุกที่เต็มไปด้วยความเร็ว โดย อีแลงกา และ วิลเลี่ยม โอซูล่า ต่างก็มีความเร็วในระดับที่สร้างอันตรายได้เสมอ แต่ผลงานของฟูลแบ็กลิเวอร์พูลในเกมนี้ก็ถือเป็น "สัญญาณที่น่ากังวล" อย่างยิ่ง

ยางอะไหล่ยังไม่มีให้เปลี่ยน

สาวก "เดอะ ค็อป" ต้องทำใจในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะ คอเนอร์ แบรดลี่ย์ จะหมดสิทธิ์ลงสนามอย่างน้อยจนถึงช่วงหลังคริสต์มาส ทำให้ ฟริมปง กลายเป็นแบ็กขวาตัวจริงเพียงคนเดียวที่พร้อมใช้งานในทีมชุดนี้

ลิเวอร์พูลดึง โรนัลด์ อาเราโฮ เข้ามาเพื่อเป็นตัวสำรองในตำแหน่งดังกล่าวสำหรับกรณีฉุกเฉิน แต่โดยธรรมชาติแล้วเขาเป็นผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก และมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างจาก ฟริมปง อย่างมาก เพราะดาวเตะชาวดัตช์ทำหน้าที่เสมือนผู้เล่นเกมรุกริมเส้นมากกว่า

ขณะเดียวกันทางฝั่งซ้าย เคอร์เคซ ยังคงเป็นนักเตะที่ขาดความคงเส้นคงวา โดยความหวังคือดาวเตะวัย 22 ปี จะสามารถพัฒนาฝีเท้าได้เหมือนกับตอนที่ทำงานร่วมกับ อิราโอล่า สมัยที่อยู่ บอร์นมัธ ด้วยกัน

เวลานี้ ลิเวอร์พูล กำลังเสี่ยงกับการใช้งานฟูลแบ็กที่มีอยู่ แต่สถานการณ์น่าจะดีขึ้น หากทั้งทีมสามารถทำผลงานและประสานงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport