คัลดูน อัล มูบารัค ประธานแมนฯ ซิตี้ เผย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยพูดเรื่องลาออกนับร้อยครั้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันครั้งล่าสุดคือการตัดสินใจจากใจจริง และตนก็ไม่คิดรั้งเอาไว้ หลังพาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
คัลดูน อัล มูบารัค ประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างตนกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พร้อมเล่าถึงบุคลิกที่คาดเดาได้ยากของยอดกุนซือชาวคาตาลัน และการขู่จะอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมมาแล้ว "นับร้อยครั้ง" ตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ทำงานร่วมกัน
กวาร์ดิโอล่า เพิ่งกล่าวอำลาแฟนบอลและสโมสรอย่างซาบซึ้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังนำทัพ "เรือใบสีฟ้า" ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และสร้างประวัติศาสตร์มากมายตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โดยเวลานี้สโมสรกำลังเดินหน้าแต่งตั้ง เอ็นโซ่ มาเรสก้า อดีตผู้ช่วยของเขา เข้ามารับหน้าที่กุนซือคนใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
อัล มูบารัค ยอมรับว่า กวาร์ดิโอล่า มักมีช่วงเวลาที่พูดถึงการอำลาทีมหรือยุติบทบาทของตัวเองอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เรียนรู้ที่จะเข้าใจอารมณ์และวิธีคิดของกุนซือรายนี้ จนสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
"ผมไม่รู้ว่าเขาจะยอมรับเรื่องนี้หรือเปล่า แต่ผมมองว่าตัวเองเป็นเหมือนจิตแพทย์ส่วนตัวของเขา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมต้องคอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ ไม่ใช่ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เพราะช่วงเวลาที่ดีนั้นจัดการง่ายอยู่แล้ว แต่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากต่างหากที่ต้องอาศัยการดูแลมากกว่า"
"แน่นอนว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราผ่านทั้งช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมและช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน ในช่วงเวลาที่ไม่ดีเหล่านั้น หากจะพูดกันตามจริง เขาคงประกาศว่าจะลาออกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง มีนิทานเรื่องหนึ่งชื่อว่า -เด็กเลี้ยงแกะกับหมาป่า- สำหรับกรณีของ เป๊ป ก็คล้ายกัน เมื่อเขาพูดว่า -ผมลาออก- มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะลาออกจริง ๆ"
"คุณไม่ควรรีบเชื่อหรือจริงจังกับคำพูดนั้นมากเกินไป เพราะคุณต้องรู้วิธีรับมือและบริหารจัดการเขา ผมมีความเข้าใจที่ชัดเจนกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาโดยตลอด ด้วยเหตุผลเดียวกับนิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะกับหมาป่านั่นแหละ"
"ทุกครั้งที่เขาพูดว่าจะลาออก หรือรู้สึกว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว ผมมักจะโน้มน้าวให้เขากลับมาทบทวนและอยู่ต่อเสมอ จนกว่าจะถึงวันที่ผมรู้จริง ๆ ว่านั่นคือเวลาที่เหมาะสม และเป็นช่วงเวลาที่ เป๊ป ตัดสินใจจากใจจริงแล้วว่า ถึงเวลาที่เขาต้องก้าวออกไปจริง ๆ"
"ปีนี้เรามาถึงจุดนั้นแล้ว และผมรู้ดีว่ามันมาถึงจริง ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่พยายามรั้งเขาเอาไว้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ผมมักจะพยายามเปลี่ยนใจเขาและดึงเขากลับมาอยู่เสมอ เพราะผมรู้ว่านั่นคือทางออกที่ถูกต้องในเวลานั้น"
"แต่สำหรับครั้งนี้ ผมคิดว่าเขารู้ตัวเองดี และผมก็รู้ว่าเขารู้ตัวเองดีเช่นกัน นั่นจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขา และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผมบอกได้เลยว่าครั้งนี้ผมไม่ได้พยายามรั้งเขาเอาไว้แม้แต่น้อย เพราะผมรู้ว่านี่คือครั้งแรกที่เขาหมายความตามนั้นจริง ๆ และนี่คือเวลาที่เขาต้องการก้าวออกไปจริง ๆ"
"เป๊ป เปลี่ยนแปลงฟุตบอลอังกฤษไปอย่างสิ้นเชิง นี่คือเรื่องที่ไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้ อิทธิพลของเขาที่มีต่อเกมฟุตบอลนั้นมหาศาล เขาได้ทิ้งร่องรอยและลายเซ็นของตัวเองเอาไว้ในพรีเมียร์ลีก มีผู้จัดการทีมเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่สามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงได้ไม่ใช่แค่สโมสรของตัวเอง แต่เปลี่ยนแปลงทั้งลีกการแข่งขัน และเป๊ปคือหนึ่งในคนเหล่านั้น เขาทำได้สำเร็จ" อัล มูบารัค ร่ายยาว