เชลซี ชวดท็อปไฟว์ พรีเมียร์ลีก ทำพลาดโควตา UCL ส่งผลค่าเหนื่อยนักเตะลด 20% สูญรายได้กว่า 100 ล้านปอนด์ และเสี่ยงถูกยูฟ่าตรวจสอบ
เชลซี เผชิญผลกระทบครั้งใหญ่ทั้งในและนอกสนาม หลังพ่าย น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 คาบ้านเมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้หมดโอกาสจบใน 5 อันดับแรกของ พรีเมียร์ลีก และแทบหมดลุ้นโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เว้นแต่จะได้สิทธิ์จากอันดับ 6 ในกรณีที่ แอสตัน วิลล่า คว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก
ผลจากการพลาดเวทียุโรปรายการใหญ่ ทำให้โครงสร้างสัญญาที่เน้นโบนัสของนักเตะเชลซีส่งผลโดยตรง โดยค่าเหนื่อยจะถูกปรับลดลงประมาณ 20% ซึ่งบางรายอาจสูญเสียรายได้สูงถึง 2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 93 ล้านบาท) ในฤดูกาลหน้า
แม้โครงสร้างดังกล่าวจะช่วยลดแรงกดดันในการขายนักเตะตัวหลักทันที แต่ก็อาจส่งผลต่ออนาคตของแข้งสำคัญอย่าง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ โคล พาลเมอร์
นอกจากผลกระทบด้านค่าเหนื่อยแล้ว เชลซียังต้องเผชิญความเสียหายทางการเงินอย่างหนัก โดยการพลาด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้สโมสรสูญรายได้จากเงินรางวัลอย่างน้อย 78.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,668 ล้านบาท) และเมื่อรวมรายได้จากวันแข่งขันและสปอนเซอร์ ตัวเลขอาจพุ่งเกิน 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,650 ล้านบาท)
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการขาดทุนก่อนหักภาษีสูงถึง 262 ล้านปอนด์ (ประมาณ 12,183 ล้านบาท) และข้อตกลงกับสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ที่จำกัดการขาดทุน ซึ่งอาจนำไปสู่บทลงโทษทั้งค่าปรับหรือการแบนจากการแข่งขันยุโรป หากฝ่าฝืนเงื่อนไข
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอลชี้ว่า แม้เชลซีจะใช้ธุรกรรมภายในกลุ่มบริษัทเพื่อลดแรงกดดันจากกฎของพรีเมียร์ลีก แต่แนวทางดังกล่าวไม่ถูกนับรวมในกฎของยูฟ่า ส่งผลให้สโมสรยังอยู่ภายใต้การจับตาจนถึงฤดูกาล 2028-29