คุณเชื่อมั่นกับสิ่งที่ อาร์เน่อ บอกว่า สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในซีซั่นหน้า มากแค่ไหน ?
อาร์เน่อ มีสิทธิ์เชื่อในสิ่งที่เขาคิด แต่ความเชื่อเพียงอย่างเดียว มันอาจจะไม่พอ
เพราะสุดท้ายมันต้องถูกพิสูจน์ด้วยผลงาน
อาร์เน่อ มักอธิบายและปกป้องผลงานที่ย่ำแย่ของทีม ผ่านการหยิบยกปัจจัยที่ช่วยลดความรุนแรงของปัญหามาใช้อยู่เสมอในงานแถลงข่าว
เขาชี้ไปที่ปัญหาอาการบาดเจ็บ โดยมองว่าทีมต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่โชคร้ายอย่างหนักในฤดูกาลนี้
ขณะเดียวกันก็พาดพิงถึงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ไม่เป็นใจ รวมถึงปัญหาการจบสกอร์ที่ทีมปล่อยโอกาสทองหลุดมือไปอย่างต่อเนื่อง
เหนือสิ่งอื่นใด อาร์เน่อ ยังคงเชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้จะกลับมาสมดุล
และเขาเองก็คาดหวังว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในฤดูกาลหน้า และนักเตะจะกลับมาทำผลงานได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม อาร์เน่อกลับถูกตั้งคำถามต่อแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน
คำถามแรกคือ หลักฐานอยู่ตรงไหน?
เพราะตลอดทั้งฤดูกาล ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ว่า อาร์เน่อ คือผู้จัดการทีมที่จะสามารถพลิกสถานการณ์ของสโมสรได้ หรือพิสูจน์ว่าฟอร์มที่ตกลงไปเป็นเพียงความโชคร้ายชั่วคราว
ยิ่งไปกว่านั้น ลิเวอร์พูล ยังคงทำผิดพลาดในรูปแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า และ อาร์เน่อ เองก็ดูเหมือนไม่มีคำตอบในการแก้ไข
ปัญหาเรื่องการจบสกอร์และการเสียประตูง่าย ๆ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน
แม้เวลาจะผ่านไปถึง 6-8 เดือน เมื่อเข้าสู่ปลายฤดูกาลเดือนพฤษภาคม ปัญหาเดิมก็ยังคงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลง
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจอธิบายด้วยคำว่าโชคร้ายได้อีกต่อไป
หากเป็นเพียงการยิงชนเสาหรือเจอผู้รักษาประตูเซฟใน 3-4 นัด อาจพอเข้าใจได้
แต่เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำจนทีมแพ้ไปถึง 19 นัด มันย่อมสะท้อนถึงปัญหาที่ฝังรากลึกมากกว่าความบังเอิญ
ในแง่ของผลงานโดยรวม จากการแข่งขันราว 50-55 นัด มีเพียงไม่กี่เกมเท่านั้นที่ทีมแสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ดีอย่างแท้จริง
ขณะที่หลาย ๆ เกม ลิเวอร์พูล กลับดูขาดความมุ่งมั่น
สุดท้าย ความเชื่อของ อาร์เน่อ ที่ว่าสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้นในฤดูกาลหน้า ยิ่งถูกตั้งคำถามหนักขึ้นไปอีก
เมื่อพิจารณาว่าทีมกำลังจะสูญเสียผู้เล่นกำลังสำคัญอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และอาจรวมถึง อลีสซง เบ็คเกอร์ ซึ่งยิ่งทำให้คำอธิบายเรื่องการกลับสู่สภาวะปกติดูเลือนลางลงไปทุกที
แม้ว่าตามปกติแล้ว เราอาจจะคาดหวังได้ว่านักเตะแนวรุกคนอื่น ๆ เช่น ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ หรือ อเล็กซานเดอร์ อิซัค จะมีพัฒนาการและทำผลงานได้ดีขึ้นในฤดูกาลหน้า
แต่การสูญเสียนักเตะเสาหลักที่อยู่กับทีมมานานเหล่านี้ ทำให้แนวคิดของ อาร์เน่อ ที่เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกตินั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่
ฤดูกาลหน้าจะเป็นตัวชี้วัดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้เป็นเพียงช่วงเวลาที่เลวร้ายชั่วคราว
หรือมันคือความจริงที่ทีมต้องยอมรับ
ท้ายที่สุดแล้วคำพูดของ อาร์เน่อ อาจไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลอยากได้ยิน
เพราะสิ่งที่ทุกคนรอคอยจริง ๆ คือหลักฐานมากกว่าคำอธิบาย
และฤดูกาลหน้าจะเป็นบทพิสูจน์ที่ไม่มีข้อแก้ตัวเหลืออยู่อีกต่อไป
HOSSALONSO